บทที่ 13 วิสกี้รู้งาน

ด้วยความที่เขาไม่รู้จะพาหญิงสาวไปที่ไหน จึงพาเธอไปที่บ้านตนเอง หวังให้คุณพ่อคุณแม่ได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกลางวันด้วยกัน แต่ลืมไปเสียสนิทว่าบิดาต้องไปประชุมแทนเขา ส่วนมารดา... รายนั้นคงไปซื้อของอีกตามเคย แต่ทำไงได้ในเมื่อตอนนี้รถยนต์เคลื่อนเข้ามายังตัวบ้านแล้ว

“ที่นี่...”

“บ้านฉันเอง ตอนแรกว่าจะให้เธอทานมื้อกลางวันกับคุณพ่อคุณแม่ แต่ลืมไปว่าคุณพ่อไปประชุม ส่วนคุณแม่ออกไปซื้อของ ยังไงก็นั่งเล่นเดินเล่นไปก่อนแล้วกัน ฉันขอตัวขึ้นไปทำงานก่อน ตอนเที่ยงจะลงมาทานข้าวด้วย” วีรภัทรพูดน้ำเสียงราบเรียบ

“ขวัญอยากกลับบ้านแล้ว” เธอเบือนหน้าออกไปยังหน้าต่างรถ ยามที่รถจอดสนิทเธอก็ไม่ยอมลง จนเขาถอนหายใจเสียงดัง

“ตอนบ่ายจะไปส่ง แต่ตอนนี้เธอต้องลงจากรถก่อน ฉันจะรีบขึ้นไปเคลียร์เอกสาร ทำอะไรเสร็จแล้วจะไปส่งที่บ้าน”

“แต่...”

“อย่าเรื่องเยอะนักได้ไหม...”

“ก็ได้ค่ะ”

หญิงสาวต้องทำตามที่เขาต้องการ เพราะตอนนี้นัยน์ตาสีน้ำเงินดุจนน่ากลัว เธอก้าวขาลงจากรถเดินตามเข้าไปยังตัวบ้านหลังใหญ่ เขาผายมือไปที่ห้องรับแขก

“รอที่นี่... เดี๋ยวแม่บ้านจะยกน้ำกับขนมมาเสิร์ฟ กินรองท้องไปก่อน อีก 1 ชั่วโมงเจอกัน” เขาบอกก่อนจะเดินขึ้นบันไดบ้านไป พาขวัญเบะปากมองคนเย็นชาและเผด็จการด้วยความไม่ชอบใจนัก แต่ต้องทำตามอย่างโดยดี นั่งเล่นได้ไม่นานก็เบื่อเลยออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมแทน

ภายในสวนมีต้นไม้ดอกไม้นานาชนิด ทั้งดอกไม้ไทยและเทศผสมกลมกลืนได้เหมาะเจาะ เดินดมดอกไม้ต้นนั้นทีต้นนี้ทีอย่างเพลิดตาเพลินใจ การกระทำของหญิงสาวอยู่ในสายตาของวีรภัทรตลอดเวลา เขายืนมองเธอจากระเบียงห้องชั้นสอง ก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นได้ สองขารีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว แต่เหมือนจะไม่ทัน เมื่อเสียงเห่าของสุนัขตัวโปรดคำรามลั่นบ้าน

แฮ่... โฮ่งๆๆๆ

สุนัขตัวโตพุ่งมาจากทิศไหนไม่รู้เข้ามากัดขาหญิงสาว พาขวัญกรีดร้องเสียงดังล้มลงที่พื้น เลือดไหลออกมาจากรอยเขี้ยว สร้างความเจ็บปวดให้เจ้าหล่อนนัก

“วิสกี้ หยุด!” วีรภัทรตะโกนสั่ง เจ้าสุนัขตัวโตชะงักนิ่งอย่างเชื่อฟังคำสั่ง ไม่อย่างนั้นมันคงกระโดดเข้ามากัดเธออีกแน่ๆ เธอร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวและตกใจ

“ฮือ...”

วีรภัทรรีบเข้าไปดูอาการหญิงสาว เขาถือวิสาสะจับขาเรียวขาวขึ้นมาดู คิ้วเข้มขมวดขึ้นก่อนตัดสินใจอุ้มเธอเข้าไปในตัวบ้าน สั่งให้แม่บ้านหยุดชุดปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ก่อนจะพาไปโรงพยาบาล

“ล้างแผลก่อน เจ้าวิสกี้มันฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้ามาแล้ว แต่เธอต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก” เขาบอก พาขวัญน้ำตาไหลไม่หยุด สะอื้นไห้ตัวโยน เกิดมาไม่เคยโดนหมากัด โดนทีเจ็บระบมปวดไปหมด

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว ไม่ต้องกลัว” เขาใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอบบาดแผล ใช้น้ำเกลือเช็ดแผลแล้วเอาผ้ากอซแปะเอาไว้ เธอไม่พูดอะไรออกมาทำให้เขาเดาใจไม่ถูก

“ลุกขึ้นเดินไปที่รถไหวไหม” เขาถาม พาขวัญพยักหน้า

“ไหวค่ะ”

วีรภัทรประคองเธอไปที่รถยนต์ เขาขับรถพาเธอไปโรงพยาบาล เป็นอันว่าวันนั้นงานเขาไม่เสร็จ ต้องรับผิดชอบเธอโดยการพาไปล้างแผล ฉีดวัคซีนให้ครบ 3 เข็มอีกต่างหาก มารดาโทรมาบ่นอย่างกับตัวเองเป็นคนโดนเจ้าวิสกี้กัดเสียเอง เล่นเอาเขามึนไปหมด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป