บทที่ 14 ขอโทษแทนสุนัข

วีรภัทรขับรถมาส่งหญิงสาวที่บ้านภูริวัฒน์ทันทีที่เสร็จจากโรงพยาบาล ตลอดทางเธอไม่พูดไม่จาอะไรเลย จนเขารู้สึกผิดที่ประมาทไม่สั่งให้ลูกน้องขังเจ้าวิสกี้ไว้ในกรงก่อน

“ฉันขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยปากไม่มีปี่มีขลุ่ย พาขวัญหันไปมองชายหนุ่ม

“พี่เวียร์ขอโทษขวัญทำไมคะ”

“ก็ขอโทษแทนเจ้าวิสกี้มัน จริงๆ แล้วมันเป็นหมาน่ารักนะ แต่มันคงไม่เคยเห็นเธอเลยแปลกหน้ากระโดดกัดเข้า ฉันจะรับผิดชอบพาเธอไปล้างแผลทุกวันแล้วก็พาไปฉีดวัคซีนตามนัด”

“พี่เวียร์ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ ขวัญให้คนรถพาไปได้ จบเรื่องนี้แล้วพี่เวียร์ไม่ต้องมาหาขวัญอีกนะคะ ขวัญไม่โกรธเจ้าวิสกี้มันหรอก มันเป็นหมาไม่รู้เรื่องอะไร ส่วนเรื่องของเรา... วันนี้ขวัญจะบอกคุณปู่ค่ะ พี่เวียร์ไม่ต้องเป็นกังวล” พาขวัญพูดเสียงแผ่วในตอนท้าย ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าหญิงสาวข้างกายคิดยังไงกับเขา แววตากลมโตฉายชัดถึงความในใจขนาดนั้นมีใครบ้างที่ไม่รู้ วีรภัทรนิ่งไม่ตอบอะไร ไม่พูดอะไรต่อด้วย เขาขับรถไปเรื่อยๆ จนรถเลี้ยวเข้ามายังบ้านภูริวัฒน์ ชายหนุ่มรีบเปิดประตูรถเข้าไปประคองเธอลง

“ค่อยๆ เดิน” เขาสั่ง พาขวัญเงยหน้ามองคนตัวสูงด้วยความสับสน

“พาขวัญ... เกิดอะไรกันขึ้น ทำไมถึงได้แผลกลับมาแบบนั้น” รณเทพเดินออกมารับหลานสาว เห็นหลานตัวเองเดินขากระเผลกๆ เข้ามาก็สงสัย

“เรื่องนี้เป็นความผิดของผมเองครับที่ประมาท เจ้าวิสกี้... หมาของผมกัดพาขวัญ แต่ผมพาน้องไปล้างแผลฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว เจ้าวิสกี้เองก็ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าแล้วเหมือนกัน คุณปู่ไม่ต้องกังวลนะครับ” วีรภัทรเอ่ยอย่างรับผิดชอบ รณเทพนิ่วหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“เวียร์ไม่ได้พาน้องไปเดทหรอกเหรอ แล้วทำไมถึงพาไปที่บ้าน...”

“ผมลืมไปว่าจะต้องเคลียร์เอกสารส่งมหาวิทยาลัยก่อนเที่ยงเลยกลับบ้านไปทำงานก่อน ให้พาขวัญเดินเล่นรอ ผมลืมสั่งให้ลูกน้องจับเจ้าวิสกี้ไปขังในกรง” เขาตอบอย่างสำนึกผิด รณเทพพยักหน้าเนิบๆ เป็นอันรับทราบ

“อ่อ... อย่างนั้นเหรอ”

“ครับ”

“ขวัญขอตัวขึ้นไปพักก่อนนะคะคุณปู่” พาขวัญที่เงียบอยู่นานเอ่ยปาก รณเทพจึงให้ป้าชม้อยมาช่วยพยุงหลานสาวตัวเองเข้าไปในบ้าน วีรภัทรมองตามพาขวัญอย่างเป็นห่วง

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้ตอนเย็นผมจะมารับพาขวัญไปล้างแผล” เขายกมือไหว้ลาคนสูงอายุ รณเทพรับไหว้มองตามแผ่นหลังกำยำของวีรภัทรอย่างครุ่นคิด

รณเทพเดินเข้ามาดูอาการหลานสาวในห้องนอน พาขวัญนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่รู้เลยว่าตอนนี้คุณปู่เดินตรงมานั่งบนเตียงแล้ว

“พาขวัญ” ท่านเรียกเสียงเบา พาขวัญสะดุ้งโหยง

“คะ?”

“เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม”

“เจ็บค่ะ แต่ว่าตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้ว เพิ่งกินข้าวแล้วก็กินยาไปค่ะ”

“อืม นอนพักซะนะ กินยาไปแล้วคงจะง่วง” รณเทพเตรียมลุกออกไป แต่หลานสาวคว้าแขนของคุณปู่ไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณปู่ ขวัญมีเรื่องจะคุยกับคุณปู่ค่ะ” เธอรั้ง รณเทพหันมาแววตาฉงน

“เรื่องอะไรเหรอ”

“เรื่องงานแต่งงานค่ะ” เธอก้มหน้าตอบอ้อมแอ้ม

“ว่ามา...”

“คือ... ขวัญไม่โอเคกับพี่เวียร์ค่ะ ถ้าบ้านนั้นถามเรื่องงานแต่ง คุณปู่บอกไปได้ไหมคะว่าขวัญไม่ตกลง”

“เมื่อคืนหลานยังบอกกับปู่อยู่เลยว่าหลานชอบพี่เวียร์ แล้วทำไม...” รณเทพถามกลับด้วยความสงสัย พาขวัญอึกอักก่อนตัดสินใจพูดออกไป

“ขวัญเปลี่ยนใจแล้วค่ะ ขวัญไม่อยากแต่งงานกับพี่เขา พี่เขาไม่ได้ชอบขวัญ ขืนแต่งงานกันก็คงไม่มีความสุขหรอกค่ะ” พาขวัญบอก รณเทพพยักหน้าเนิบๆ เข้าใจอะไรลางๆ

“ได้... ปู่บอกหลานแล้วว่าจะไม่บังคับก็คือไม่บังคับ ถ้าบ้านนั้นถามมาปู่จะบอกเขาไปตามนี้ ตอนนี้หลานนอนพักผ่อนก่อนเถอะนะ” มือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบศีรษะเด็กสาวเบาๆ พาขวัญยิ้มรับซุกซ่อนน้ำตาและความอับอายขายหน้าเมื่อตอนกลางวันไว้ได้เป็นอย่างดี พอคุณปู่เดินออกไปความเข้มแข็งที่สร้างขึ้นพังทลายลงมาจนทำนบน้ำตาแตก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป