บทที่ 6 ปฏิเสธวิวาห์
วีรพลเดือดปุดกับข้อโต้แย้งที่ลูกชายพูด จะว่าไปก็จริงอย่างที่วีรภัทรว่า แต่จะให้เขายอมรับและรอลูกชายหาให้ชาตินี้คงไม่ได้อุ้มหลานเหมือนเพื่อนฝูงกันแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นแกก็หามาสักทีสิ ฉันเห็นแกพูดอย่างนี้มาสี่ห้าปีแล้วยังไม่ได้เรื่องอะไรเลย”
“คุณพ่อก็รอหน่อยสิครับ ถ้าผมจะได้เจอเนื้อคู่จริงๆ สักวันก็คงจะมาเองนั่นแหละ จะรีบร้อนทำไม” ลูกชายกล่าวเปรยๆ พลางทำสีหน้ายุ่งยากให้บิดาได้เห็น วีรพลถอนหายใจแล้วกล่าวอย่างปลงๆ เพราะดูท่าทีวีรภัทรจะไม่ใคร่สนใจมากนัก
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้แกก็ไปกับฉันก่อนก็แล้วกัน เพราะฉันนัดท่านรณเทพไว้แล้ว จะยกเลิกนัดก็ดูน่าเกลียด” วีรพลพูดต่อ แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นความเงียบและเสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย วีรพลหมั่นไส้ลูกชายคนเดียวนัก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงต้องลงไปรอข้างล่าง
“ฉันกับแม่แกจะลงไปรอข้างล่างนะ ฉันให้เวลาอีกห้านาที เพราะเราสายมามากแล้ว” น้ำเสียงเฉียบขาดดังขึ้น มันทำให้วีรภัทรเครียดยิ่งกว่าเดิม
บิดาเขาไม่เคยถามความสมัครใจของเขาสักนิด ที่เขาทำทุกอย่างนี้เขามีเหตุผลเป็นของตัวเองทั้งนั้น แต่เพื่อไม่ให้เสียมารยาทเขาก็ต้องจำใจทำตามที่บิดาบอก อีกใจหนึ่งก็อยากรู้นักว่าหญิงสาวที่บิดายืนยันว่าดีนักหนาจะมีหน้าตาอย่างไร แค่ไปดูตัวคงไม่เสียหายอะไร ถ้าถึงเวลาจริงๆ เขาจะชี้แจงเหตุผลให้ทราบกันทั้งสองฝ่ายเพื่อไม่ให้เป็นการเคลือบแคลงใจแก่กัน ไม่แน่ฝ่ายตรงข้ามอาจจะโดนบังคับเหมือนเขาก็ได้ ใครจะไปรู้...
บรรยากาศในรถดูอึดอัดยิ่งนักสำหรับความคิดของชาติชาย ยิ่งเห็นหน้าเจ้านายหนุ่มที่เวลาปกติก็เย็นชาอยู่แล้ว มาวันนี้กลับดูเย็นยะเยือกเหมือนคนไร้ความรู้สึก แม้ว่ากาญจนาจะพยายามชวนคุยโน่นคุยนี่สารพัด แต่ก็ไม่สามารถเรียกความสนใจจากเจ้านายของเขาได้
ชาติชายเองก็ได้ยินคร่าวๆ ว่านายท่านจะพาเจ้านายไปดูตัวหญิงสาวที่เพียบพร้อมทุกกระเบียดนิ้วมาให้เจ้านาย เขารู้ดีว่าทำไมเจ้านายถึงไม่อยากแต่งงาน เหตุผลนี้มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้
“เวียร์ แม่ว่าหลังจากทานอาหารเช้ากับท่านรณเทพและหนูขวัญ แม่จะชวนว่าที่ลูกสะใภ้ไปเดินช้อปปิ้งสักหน่อย ลูกไปกับแม่นะ” กาญจนาพยายามหาแผนการให้ลูกชายทำความสนิทสนมกับสาวน้อยน่ารักที่ตนเคยเห็นมาครั้งสองครั้งตามงานเลี้ยงต่างๆ ซึ่งหล่อนเองก็ยอมรับว่าชื่นชอบความน่ารักสดใสของพาขวัญไม่ใช่น้อย
“ขอโทษด้วยนะครับคุณแม่ พอดีวันนี้ผมต้องรีบไปเคลียร์งานต่อให้เสร็จ เพราะพรุ่งนี้จะมีคณะบริหารและอาจารย์จากประเทศฟิลิปปินส์มาดูงานในมหาวิทยาลัยเราครับ”
“อ้อ... ไม่ต้องแล้ว พ่อเลื่อนนัดเขาไปเรียบร้อยแล้วล่ะ กะว่าให้เสร็จงานแต่งงานของแกเสียก่อนแล้วค่อยให้พวกเขามากัน” วีรภัทรได้ฟังก็ตกใจ นี่บิดาเขาเตรียมจะให้เขาแต่งงานเลยหรือไง
“คุณพ่อครับ ผมยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะครับว่าจะแต่งงานกับเธอ”
กาญจนาหยิกแขนสามีไปหนึ่งที ข้อหาที่ทำให้แผนลับรั่วไหล วีรพลจึงรีบพูดแก้เก้อ
“ฉันก็พูดไปงั้นแหละ เผื่อเอาไว้เท่านั้นเอง แกจะไม่แต่งฉันก็ไม่ว่า แต่แกก็เตรียมตัวออกจากบ้านไปได้เลย” พูดจบก็สะดุ้งเพราะความลืมตัวอีกหนึ่งครั้ง วีรภัทรหันหน้าไปสบตากับบิดาที่นั่งกับมารดาของตนด้านหลังด้วยความสงสัย น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกมาจากปากอย่างที่คนฟังแล้วชวนขนลุก เว้นแต่กับวีรพลหนึ่งคนเท่านั้น
“อะไรนะครับ”
