บทที่ 9 ความรู้สึกแปลกใหม่

เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสามออกจากห้องไปจนหมด เขาก็ก้มมองหญิงสาวที่เป็นลมสลบไสลด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่ มือหนาหยิบผ้าขนหนูชุบหน้าแล้วบิดให้พอหมาด ค่อยๆ เช็ดคราบเลือดที่ติดกรังที่จมูก จมูกของหญิงสาวนั้นโด่งรั้นอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกได้อย่างดีว่าเจ้าตัวนั้นเป็นคนดื้อรั้นเอาแต่ใจ ใบหน้าของหญิงสาวนั้นดูอ่อนเยาวน์ ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าที่จริงแล้วเธออายุยี่สิบกว่าแล้ว คิ้วเรียวเข้มโก่งสวย เข้ากับดวงตากลมโตใสแจ๋วมองแล้วคล้ายกับลูกแมว ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มเล็กๆ น่ารัก วีรภัทรเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงสาวแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

หลังจากได้รับความเย็นจากผ้าขนหนูผืนเล็ก พาขวัญก็เริ่มรู้สึกตัว ขยับกายบ้าง แม้ยามเป็นลมเธอก็ยังเห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นคอยตามหลอกหลอนตลอดเวลา วีรภัทรชะงักมือที่กำลังซับใบหน้า แล้วคอยสังเกตอาการของเธอ ริมฝีปากเล็กๆ นั้นเผยอขึ้นนิดหน่อยเพื่อร้องครางในลำคอเหมือนคนเพิ่งตื่น

เธอพลิกกายนอนตะแคงหันมาหาเขา เนินอกอวบนั้นอูมขึ้นจนเห็นร่องอก เส้นผมตรงสลวยดับขลับดุจเส้นไหมเคลื่อนลงมาปิดบริเวณหน้าอกไว้อย่างทันท่วงที นิ้วมือหนาเผลอปัดปอยผมที่ร่วงหล่นลงมาปิดบังใบหน้าหญิงสาวอย่างลืมตัว เปลือกตาที่ถูกแต่งแต้มด้วยอายแชโดว์สีชมพูอ่อนค่อยๆ ลืมขึ้น แพขนตางอนยาวกระพริบปริบๆ จ้องมองคนตรงหน้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม น้ำเสียงทุ้มนุ่มถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากได้รูป

“เป็นอย่างไรบ้าง ค่อยยังชั่วหรือยัง”

เพียงแค่ได้ยินเสียง ใบหน้าเธอก็ขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย เขาหล่อยิ่งกว่าเทพบุตรเสียอีก ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งอยากกอด ลมหายใจเธอสั่นสะท้าน

“ที่นี่...” เธอกวาดสายตามองรอบห้อง

“คุณพ่อเปิดห้องในโรงแรมให้เธอได้พัก ตอนนี้พวกท่านกำลังทานอาหารอยู่ห้องถัดไป” เธอพยักหน้ารับรู้ น่าอายเหลือเกินตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเลือดกำเดาไหล แต่สาเหตุของอาการนั้นต่างหากที่น่าอายยิ่งกว่า

เพียงแค่คิดความร้อนก็แล่นพล่านเสียแล้ว วีรภัทรจ้องมองอากัปกิริยาของหญิงสาวด้วยลึกๆ เกิดความเอ็นดู เมื่อรู้สึกว่าตัวเองถูกจับจ้องก็ก้มสายตาด้วยความเอียงอาย

“หิวหรือยัง ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ทานข้าวเลยนี่” วีรภัทรถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าสาวน้อยตรงหน้าจะเป็นลมเป็นแล้งอีก เธอพยักหน้ารับเพราะเสียงท้องที่มันประท้วงทำให้เขาได้ยินไปด้วย นี่มันวันอะไรกัน ทำไมเธอถึงได้ทำเรื่องน่าอายหลายเรื่องเสียจริง... วีรภัทรหัวเราะหึในลำคอเพียงเบาๆ แต่สีหน้าก็ยังคงความเรียบเฉยอยู่ก่อนจะบอกหญิงสาวตรงหน้า

“คุณแม่สั่งข้าวต้มไว้แล้ว อีกสักพักคงได้ทาน” แวบหนึ่งที่เธอแอบเห็นความเปลี่ยนไปในดวงตาอันแสนเย็นชานั่น แต่มันเป็นเพียงแว๊บเดียวเท่านั้นซึ่งมันก็ทำให้หัวใจเธอเต้นแปลกๆ เธอถูกใจชายหนุ่มตรงหน้าเข้าเสียแล้ว ไม่ใช่เพียงเพราะความหล่อเหลาเท่านั้น แต่เป็นเพราะเขาคือชายที่มากอดจูบเธอในฝันนั่นเอง

“ค่ะ”

กาญจนาแอบมองท่าทีของลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้ก็แอบหวังลึกๆ ว่าวีรภัทรจะตอบรับข้อตกลง เธอถือข้าวต้มทรงเครื่องเข้ามาด้วยสีหน้าดีใจจนปิดไม่มิด

“ข้าวต้มร้อนๆ มาแล้วจ้ะ” หล่อนส่งชามในมือให้ลูกชาย วีรภัทรรับมาวางที่โต๊ะในห้อง เขาประคองเธอไปนั่งเก้าอี้ หญิงสาวเห็นอาหารวางอยู่ตรงหน้า จึงตักขึ้นมาทาน ครู่เดียวก็หมดชาม สองแม่ลูกมองหญิงสาวที่ดูท่าจะหิวนักด้วยความเอ็นดู

“ตอนแรกแม่กะว่าจะชวนขวัญไปเดินช้อปปิ้งเสียหน่อย แต่ดูท่าทางแล้วหนูคงจะไปไม่ไหวเสียแล้ว ไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะจ๊ะ” ท่อนสุดท้ายหล่อนแสร้งทำเสียงอ่อย หล่อนอยากชวนพาขวัญไปเดินเที่ยวตามประสาผู้หญิงจะได้ศึกษารสนิยมและลักษณะนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้ไปในตัว

“ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป