บทที่ 9 ขอร้องหรือบังคับ? 2
พรึ่บ!
ไอรดาตกใจอย่างสุดขีด เมื่อจู่ๆ ภูผาก็นั่งคุกเข่าลงตรงหน้า ผู้คนในห้างเริ่มให้ความสนใจ ร่างบางเเทบอยากหายตัวได้ นี่อยากให้เธอช่วยมากสินะ ถึงได้ลงทุนขนาดนี้ โอ้ยเธอจะบ้าตาย
"ทำบ้าอะไรของคุณเนี้ย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! "ไอรดาพยายามรั้งร่างสูงให้ลุกขึ้นแต่ภูผากับนั่งอมยิ้มนิ่งไม่ไหวติง ลงทุนทำขนาดนี้แล้วไม่ช่วยไม่รู้จะว่ายังไง ถ้าครั้งนี้ไม่ยอมอีกนะจะฉุดเลยคอยดู
"ผมขอร้องล่ะ ช่วยผมสักครั้งเถอะนะๆ "ภูผาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ ก่อนจะจับมือเรียวอย่างถือวิสาสะ
"ทำไมต้องเป็นฉัน? คนอื่นก็มี...หลีกไปฉันจะไปทำงาน"ไอรดาต้องฝืนใจตัวเองอย่างหนัก เพราะท่าทางของเขาทำให้เธอหวั่นไหว
"ก็ผมไม่สนิทกับผู้หญิงคนไหนนอกจากคุณหนิ"
คำพูดของภูผาทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นระริก แถมสายตาอ้อนวอนนั้นอีก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเอียงเอนไปทางเขาเรื่อยๆ หรือว่าเธอควรช่วยเขาดี เฮ้อ~เล่นใหญ่ขนาดนี้ยอมช่วยก็ได้
"ถ้าฉันช่วยคุณแล้วฉันจะได้อะไร? "ภูผาได้ยินดังนั้นถึงกับยิ้มร่าออกมา ในที่สุดเธอก็แพ้ไม้นี้จนได้
"คุณอยากได้อะไรผมหามาให้หมดเลย~"
ไอรดาใช้เวลาคิดอยู่นานสองนาน ก่อนที่ความคิดนึงจะแล่นเข้ามาในหัว ภูผาลุ้นตามแทบขาดใจ จนในที่สุดเธอก็เอื้อนเอ่ยออกมา
"อืม...งั้นฉันขอที่ดินยี่สิบไร่"
"ห๊ะ? ...คุณจะเอาไปทำอะไร? "ภูผามีท่าทีงงเล็กน้อย เพราะไม่เข้าใจความต้องการของเธอ
"มันเรื่องของฉัน! "เมื่อเห็นสายตาสงสัยของเขา ไอรดาก็รีบแว้ดใส่ทันที
"ก็ได้ๆ เรื่องแค่นี้เองสบายมาก! ตกลงคุณจะช่วยมาเป็นแฟนกำมะลอให้ผมแล้วใช่มั้ย? "ตอนแรกเขาก็นึกว่าเธอจะขอมากกว่านี้เสียอีก
"อืม~"ร่างบางตอบกลับนิ่งๆ
ภูผาได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ด้วยความดีใจทำให้มือแกร่งเผลอคว้าร่างบางเข้ามากอดอย่างลืมตัว
หมับ~
ไอรดาชะงักชะงันจนทำอะไรไม่ถูก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มสูบฉีดเลือดอย่างหนักหน่วง การกระทำของเขาทำให้เธอรู้สึกดี
ผู้คนในแถบนั้นเริ่มมุงดูอย่างมากมาย ไอรดาได้สติจึงผละตัวออกจากร่างแกร่งอย่างเร็วไว
"เอ่อ...พอดีผมดีใจจนลืมตัวไปหน่อยแฮร่ๆ "ภูผาเกาหัวแก้เก้อ
"ถะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานนะ"ไอรดาพูดแทบไม่ได้ศัพท์ อยู่ใกล้ภูผาทีไรเธอก็หายใจหายคอไม่สะดวกทุกที
"ไม่ต้องทำแล้วงาน กลับเชียงใหม่กับผมวันนี้เลย"
"เร็วไปมั้ยคุณ ฉันก็มีงานมีการทำเหมือนกันนะ ไม่ได้ว่างขนาดนั้น"เอาแล้วไงพอได้คืบจะเอาศอก เธอตกลงว่าจะช่วยก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
"ไม่เร็วหรอกคุณ เพราะอีกสามวันผมก็ถูกจับแต่งงานแล้ว ฉะนั้นคุณต้องลงไปกับผม ป่ะ! "ภูผาไม่รีรอรีบเดินไปรั้งแขนเล็กให้เดินตาม
"เดี๋ยวๆ ให้ฉันไปแต่ตัวเนี้ยนะ แล้วฉันต้องไปอยู่ที่นั่นกี่วัน"ไอรดายังจับต้นชนปลายไม่ถูก ทุกอย่างรวดเร็วจนเธอตามไม่ทัน
"วันนี้ไปให้คุณแม่ผมเห็นหน้าคุณก่อน ส่วนหลังจากนั้นค่อยตกลงกันใหม่ว่าจะเอายังไง"
"แสดงว่าฉันต้องอยู่ช่วยคุณจนกว่าท่านจะยกเลิกงานแต่งงานอย่างนั้นหรอ? "
"ถูกต้อง"
"อ้าว...แล้วถ้าท่านไม่ยอมยกเลิกล่ะ ฉันอยู่ช่วยคุณไม่ได้ตลอดหรอกนะ"ไอรดายังสงสัยไม่เลิก
"เอาน่า~อย่างมากก็ไม่เกินสามวันหรอก ถ้าท่านรู้ว่าผมมีแฟนแล้ว ก็น่าจะยกเลิกเร็วๆ นี้แหละ คุณสบายใจได้"ภูผาพยายามโน้มน้าวให้ได้มากที่สุด
"โอเคๆ งั้นคุณก็พาฉันไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านก่อนละกัน"
ลึกๆ แล้วที่ไอรดาอยากช่วยภูผา ก็เพราะคำพูดของเพื่อนรักนั่นแหละ ถึงแม้ตอนสุดท้ายเธอจะไม่ได้อะไรเลยก็ตาม ขอให้ได้อยู่ใกล้ชิดเขาอีกสักครั้งแค่นี้เธอก็พอใจแล้ว
"ได้สิครับ ผมขอบคุณมากเลยนะที่ยอมช่วยผม งั้นต่อไปเรามาเป็นเพื่อนกันนะ ผมขี้เกียจปะทะคารมกับคุณแล้วมันเหนื่อย"ภูผาหันมายิ้มกับเธออย่างเป็นมิตร
ไอรดาฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ดวงตาคู่สวยเริ่มสั่นระริกจนภูผารู้สึกผิดที่พูดออกไปแบบนั้น แต่จะให้ทำยังไงได้ เขาอยากให้เธอตัดใจจากเขาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง
"ก็ดี...ฉันขี้เกียจเถียงกับคุณแล้วเหมือนกัน"หัวใจดวงน้อยหล่นดังตุบ! ภูผาพูดดักทางเอาไว้ซะขนาดนั้น เธอคงคิดไปไกลกว่านี้ไม่ได้แล้วสินะ ในเมื่ออยากให้เธอเป็นเพื่อนนัก เธอก็จะเป็นให้ก็ได้ ถึงแม้มันจะไม่ง่ายเลยก็ตาม...
