บทที่ 11 10
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า หนูกลับเองได้” ม่านทิวาปฏิเสธด้วยความเกรงใจไม่อยากรบกวน
แต่คนที่มีวาทศิลป์ทางธุรกิจหว่านล้อมจนหญิงสาวคล้อยตามยอมให้พาไปส่งถึงที่บ้าน ตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยมาบ้านหญิงสาวเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่าความเป็นอยู่ของคนที่ขยันทำมาหากินจะเป็นเช่นไร
“หนูม่านอยู่คนเดียวหรือเปล่าลูก” นางถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพแวดล้อมรอบบ้านในยามวิกาลไม่น่าไว้ใจ
“ม่านอยู่กับน้าวรรณภรรยาใหม่ของพ่อ แล้วก็ลูกสาวของเขาค่ะ” ตอบกลับเพียงแค่นั้น เพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องภายในครอบครัวไม่จำเป็นต้องบอกใครให้รับรู้จนหมดทุกอย่าง
“อ๋อ...จ้ะ บ้านดูเงียบ ๆ น่าจะนอนกันหมดแล้วสินะ”
ม่านทิวายิ้มหวานให้คุณนายสรวงสุดาเป็นคำตอบแล้วกล่าวขอบคุณที่นางมีเมตตาพามาส่งจนถึงบ้าน
รถตู้คันหรูหราของคุณนายสรวงสุดาจอดอยู่หน้าบ้าน รอจนหญิงสาวเข้าไปทางด้านในแล้วเคลื่อนรถออกไป อันที่จริงนางรู้อยู่แล้วว่าบ้านหลังเล็ก ๆ หลังนี้อาศัยอยู่กันกี่คน จากการตามดูหญิงสาวมาในช่วงระยะเวลาเกือบสามปี แต่นางไม่เคยถามละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวกับหญิงสาวตรง ๆ แม้แต่ครั้งเดียว
วันนี้เป็นวันหยุดของม่านทิวา หญิงสาวมักจะตื่นเช้าดังเช่นทุกวัน ผิดกับสองแม่ลูกที่กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบจะเช้า ไปตื่นเอาตอนบ่าย
แต่เหตุใดวันนี้สองแม่ลูกถึงลุกขึ้นจากเตียงแต่เช้าได้ล่ะ อีกทั้งในมือของทั้งสองคนยังมีกระเป๋าเดินทางกันคนละใบด้วย ดวงตาสวยหวานมองทั้งสองคนด้วยความสงสัย
“น้าวรรณกับวิจะไปไหนกันแต่เช้าเหรอคะ”
“ฉันกับลูกจะไปไหนไม่ใช่ธุระกงการอะไรของแก ไม่ต้องมาถาม!” นางตวาดกลับด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนผิดปกติ เพิ่มความน่าสงสัยมากขึ้นอีกเท่าทวีคูณ
“งั้นเดินทางปลอดภัยนะคะ”
ใจหนึ่งก็อยากจะถามรวิดาอีกคนว่าจะไปไหน แต่อีกใจคิดว่าไม่ถามจะดีกว่า เพราะถึงถามไปก็ไม่ได้คำตอบกลับมาอยู่ดี แต่ถ้าให้เดาคงไปค้างบ้านของคนรักกระมัง เพราะรวิดานั้นกำลังคบหาอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้อะไรมากหรอกว่าคนคนนั้นเป็นใครมาจากไหน หน้าตาเป็นเช่นไร
ในหนึ่งวันของม่านทิวาหมดไปกับงานจนไม่มีเวลาหันมาสนใจเรื่องราวของวรรณากับรวิดาเลย เธอรู้เพียงแค่เรื่องเดียวคือหนี้สินที่น้าวรรณาภรรยาใหม่ของบิดาไปก่อเอาไว้หลังจากที่ท่านเสียไป นางติดเงินพนัน แต่ก็ไม่รู้ไปหยิบยืมเอามาจากใครบ้าง เท่าที่ได้ยินกับหูก็มีเสี่ยอู๋อะไรนั่นแหละคนหนึ่ง คนที่ส่งลูกน้องสองคนมาดักทวงหนี้ห้าหมื่นบาทกับเธอนั่น
แล้วถ้าคนของเสี่ยอู๋ย้อนกลับมาทวงหนี้ที่เธออีกล่ะ เธอจะเอาเงินที่ไหนมาคืนให้พวกมันตั้งห้าหมื่น!
พอสองแม่ลูกออกจากบ้านไปแล้ว คนตัวเล็กก็ออกจากบ้านไปจ่ายตลาด เกือบสองชั่วโมงที่หญิงสาวอยู่นอกบ้านเพราะจับจ่ายซื้อของใช้เข้าบ้านยังไม่ครบ ระหว่างที่เลือกซื้อของอยู่นั้นเธอมีลางสังหรณ์แปลก ๆ แวบเข้ามาในใจเหมือนกับว่าที่บ้านกำลังมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น หญิงสาวจึงตัดสินใจกลับจากตลาดทั้ง ๆ ที่ยังซื้อของไม่ครบ
