บทที่ 10 เหตุเกิดจากความเมา (3)

กลิ่นดอกแก้วฟุ้งขจายลอยตามลมมาถึงหน้ารั้วบ้าน รถคันหรูแล่นมาจอดเทียบอยู่ริมรั้ว ก่อนที่คนในรถจะกดรีโมทเพื่อให้รั้วบ้านเปิดออก และระหว่างที่กำลังรอประตูเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ เขาก็หันมามองคนข้างกายที่นอนหลับตานิ่งเอาหัวพิงเบาะรถเอาไว้

“ลูกปลา หลับหรือเปล่า”

ชายหนุ่มยื่นมือไปเขย่าร่างนั้นเบา ๆ หล่อนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามอง ยกมือขึ้นกุมหัวเมื่อรู้สึกหนักอึ้งจนแทบจะคลอนเอาไว้ไม่ไหว

“ถึงบ้านแล้วเหรอคะ”

“อืม…แต่…ถึงบ้านพี่นะ”

หล่อนไม่มีสติคิดอะไรทั้งนั้น ยังคงนั่งนิ่งจนกระทั่งเขาขับรถเข้ามาจอดอยู่ในโรงรถ พัทธดนย์หันไปมองคนข้างกายอีกครั้ง มือใหญ่ยื่นไปแตะกับพวงแก้มระเรื่อแล้วลูบไล้ไปมา สอดปลายนิ้วเรียวยาวเข้ากับกลุ่มผมอ่อนนุ่มแล้วช่วยเสยไปข้างหลัง เปิดดวงหน้ารูปไข่ที่แดงซ่านจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

“แน่ใจนะว่าขับรถกลับบ้านไหว”

เขาถามทั้งที่รู้ว่าหล่อนไม่มีทางขับรถกลับไปได้แน่ หากแต่หล่อนก็พยักหน้าทั้งที่ตาปรือเยิ้มฉ่ำ สบตากับแววตาแสนมีเสน่ห์ที่มีสภาพไม่ต่างกัน ต่างจ้องตากันอยู่อย่างนั้น ราวกับว่าจะมีใครพูดอะไรออกมา

ท่ามกลางความเงียบงัน อยู่ดี ๆ เปมนีย์ก็หัวเราะออกมาราวกับได้ฟังเรื่องตลก มองใบหน้าคมคร้ามที่แดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

“อายพี่แสนจังเลยค่ะ ที่วันนี้ทำอะไรตลก ๆ ออกมาตั้งหลายเรื่อง”

หล่อนหมายถึงตอนอยู่ในผับ กับการเผยตัวตนที่เขาไม่คุ้นเคยออกมาให้ได้เห็น ต่างฝ่ายต่างหัวเราะออกมาเบาๆ

“ในที่สุดพี่ก็ได้รู้ธาตุแท้ของเธอ”

“อย่าไปบอกใครนะคะว่าลูกปลารั่วแค่ไหน”

“เธอคิดว่าพี่จะจำได้เหรอ เอาแค่ขับรถกลับบ้านมาได้ไม่ชนใครตายก็ดีแล้ว”

ทั้งสองพากันหัวเราะออกมาราวฤทธิ์แอลฮอล์ทำให้ดีด ชายหนุ่มมองคนที่เอาแต่หัวเราะอวดไรฟันขาวสะอาด แววตาสองคู่สบประสานอีกครั้ง จนเมื่อเสียงหัวเราะนั้นหยุดลง ความเงียบก็เข้ามาห่มคลุม แต่ต่างฝ่ายต่างยังคงจ้องตากันอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่มีใครจะยอมละสายตาหนีไปก่อน

พัทธดนย์นั่งจ้องคนเมาโดยไม่พูดอะไร เขายื่นมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากร่างนั้น ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าสวยในระยะหายใจรด มือใหญ่ยกขึ้นทาบลงบนซีกแก้มเนียนนุ่ม ไล้วนไปมาแล้วคลี่ยิ้มให้คนที่ยังคงนั่งนิ่ง

“แต่วันนี้พี่มีความสุขมากเลยรู้ไหม…”

“…..”

“เธอมีความสุขเหมือนกันหรือเปล่า”

หล่อนจ้องตากลับมา คลี่ยิ้มแทนคำพูดมากมายที่อยู่ในใจ ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องพอให้มองเห็น เขาจับจ้องมองลึกลงไปในแววตาคู่สวย ปลายนิ้วแกร่งลากไล้ไปตามแนวสันกรามของใบหน้ารูปไข่ ก่อนจับปลายคางเรียวให้เงยหน้าขึ้นมา

“ลูกปลา…รู้มั้ยตอนนี้พี่อยากทำอะไร"

หล่อนส่ายหน้า มองเขาอย่างพาซื่อ

"พี่อยากจูบเธอ…”

“…..”

“ขอชิมหน่อยได้ไหม…”

เขาไม่รอให้หล่อนตอบรับ ใบหน้าคมคร้ามขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น ริมฝีปากอุ่นประกบลงบนกลีบปากนุ่มแล้วคลอเคลียด้วยสัมผัสอ่อนละมุน ใจเขาเต้นแรงเมื่อหล่อนตอบรับด้วยการใช้ปากขบเบา ๆ กับริมฝีปากของเขา ต่างผลัดกันจูบอยู่อย่างนั้นจนเขาผละออกมา สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เริ่มแรงขึ้น ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันอย่างมีความหมาย

เขาโน้มใบหน้าเข้าหาอีกครั้ง สองมือใหญ่ประคองใบหน้าสวยแล้วกระชากขึ้นหา คราวนี้จูบแสนอ่อนละมุนแปรเปลี่ยนเป็นร้อนเร่าหน่วงหนัก ลิ้นร้อนสอดเข้าไปอุ้งปากอุ่นแล้วหยอกเย้ากับลิ้นนุ่มที่มีท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ หากแต่หล่อนก็เรียนรู้มันได้ไว ตอบรับจูบแสนหื่นกระหายจนร่างกายไร้เรี่ยวแรง สองแขนเรียวเคลื่อนคล้องเกี่ยวลำคอแกร่งเอาไว้ตามการตอบสนองของร่างกาย จูบหวามไหวแล่นพล่านไปถึงท้องน้อย มันปั่นป่วนราวมีผีเสื้อนับพันโบยบินอยู่ข้างใน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป