บทที่ 4 เสน่ห์แสนร้าย (1)
Chapter 3
เสน่ห์แสนร้าย (1)
ไร่ต้นน้ำบ้านต้นกล้า…
รถจิ๊ปยกสูงเลี้ยวเข้าไปตามทางดินเล็ก ๆ ที่สองฟากข้างยังเขียวรื่นไม่เปลี่ยนไปจากวันวาน รถแล่นไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งจอดสนิทที่หน้าเรือนหลังน้อย ติณณภพดับเครื่องยนต์แล้วลงจากรถ พร้อมกับที่ร่างเล็ก ๆ สามคนต่างวิ่งกรูกันมาห้อมล้อมคุณพ่อเอาไว้ราวกับไม่ได้เจอหน้ากันมานานมาก
ชายหนุ่มโอบกอดลูก ๆ ทั้งสามเอาไว้เพราะกลัวจะมีคนใดคนหนึ่งน้อยใจ ลูกสาวคนโตคือตุลยดาวัยล่วงเข้าเจ็ดขวบกำลังช่างเจรจา สองแฝดคือก้องภพและกฤษดาวัยห้าขวบเศษ ที่ช่างพูดไม่ต่างจากพี่สาว ทั้งสาวน้อยและหนุ่มน้อยต่างโอบอุ้มสตรอว์เบอรีมาเต็มอุ้งมือ หลังจากที่พากันไปเก็บผลไม้ในแปลงเล็ก ๆ ข้างบ้าน
“ปาป๊าขา ตั้งโอ๋เก็บผลไม้มาเผื่อปาป๊าด้วยค่ะ”
“ต้นกล้าก็เก็บมาฝากปาป๊าด้วยครับ”
“ของต้นน้ำด้วยครับปาป๊า”
ต่างแย่งกันเอาใจคุณพ่อ ติณณภพหัวเราะอย่างเอ็นดู มันล้นมือใหญ่ ๆ ของเขาจนต้องถอดหมวกออกมาใส่ผลไม้สีแดงสวยลูกโต ๆ แววตาเข้มไล่มองสบตาไปยังแววตากลมโตที่มองมาอย่างใสซื่อ ก่อนเขาจะชวนเด็ก ๆ เข้าบ้าน
“คุณแม่จ๋าทำอะไรอยู่เหรอครับ”
“พับเสื้อผ้าอยู่ค่ะ”
ติณณภพคาดเดา หล่อนคงเตรียมเสื้อผ้าให้เขา จากที่โทร.มาเล่าให้พิมพ์ลดาฟังตอนกำลังขับรถมาที่นี่
ทั้งสี่คนพากันเดินเข้าไปในบ้าน และเสียงเจื้อยแจ้วก็ดังไปก่อนตัว
“แม่จ๋าค้าบบบ ปาป๊ามาแล้วค้าบบบบ”
พิมพ์ลดาชะโงกหน้าออกมาดูตามเสียงของจอมแสบ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่หล่อนจัดเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไว้อย่างเรียบร้อย พร้อมนำไปให้ตามคำขอของแดนดิน
“เสร็จพอดีเลยค่ะ พี่ติณห์จะไปเลยหรือเปล่าคะ”
หล่อนใจร้ายกับเขาอีกแล้ว ติณณภพมองลูก ๆ ที่ยืนกันหน้าสลอน ไม่ยอมห่างกายเขาไปไหน ก่อนเขาจะออกอุบายเพื่อให้จอมรู้มากทั้งสามไปจากตรงนี้
“ปาป๊าจะไปหาลุงช้าง…ลุงช้างบอกอยากกินสตรอว์เบอรี พวกหนูไปช่วยกันเก็บมาให้ลุงช้างสักตะกร้าได้ไหมครับ”
“ได้คับ/ได้เลยค่ะ”
ทั้งสามคนประสานเสียงรับคำ ยิ้มจนตาหยี ก่อนสาวน้อยตุลยดาจะวิ่งไปคว้าตะกร้ามาถือไว้ แล้วจูงมือน้อง ๆ เดินออกไปข้างบ้านเพื่อเก็บสตรอว์เบอรีตามคำขอร้องของคุณพ่อ
เมื่อลับร่างเด็ก ๆ พิมพ์ลดาเหลือบตามองจอมเจ้าเล่ห์อย่างรู้ทัน
“หลอกลูกอีกแล้วนะคะพี่ติณห์”
ชายหนุ่มอมยิ้มเพราะเขาเองก็หาช่องทางได้อยู่เพียงลำพังกับแม่ของลูก ก่อนเขาจะเดินไปสวมกอดหล่อนเอาไว้จากทางด้านหลัง ขโมยหอมแก้มนุ่ม ๆ สูดความสดชื่นเข้าปอดจนเต็มรัก
“พิมพ์จ๋า เมื่อไหร่จะใจอ่อนยอมพี่เสียที พี่จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”
เขาหมายถึงสัมพันธ์ลึกซึ้งที่รอมานาน จนลูกโตเข้าโรงเรียน หล่อนก็ยังไม่ใจอ่อนยอมมีสัมพันธ์กันในแบบสามีภรรยาตามเดิม
“ถ้าพี่ติณห์อยาก จะมีเมียใหม่ก็ได้นะคะ พิมพ์บอกแล้ว เราไม่มีอะไรผูกมัดกัน ใครจะมีใหม่ก็ได้ แล้วก็ห้ามหึงหวงกันด้วย”
“ไม่ พี่จะไม่ยอมมีเมียใหม่ จะรอจนกว่าจะได้กินเมียตัวเองอีกครั้ง”
หล่อนหัวเราะเบา ๆ แหงนเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่กอดตนเอาไว้จนแน่น
“ระวังจะรอเก้อนะคะ”
“ถ้าพี่ทนไม่ไหวขึ้นมาจริง ๆ ระวังเอาไว้ให้ดี พี่จะฉุดเธอไปทำเมีย”
“อุ๊ย กลัวจังเลยค่ะ”
หล่อนทำสีหน้าและน้ำเสียงท้าทาย จนคนมองต้องขบริมฝีปากอย่างคาดโทษ เขาได้แต่หวังเอาไว้ว่าสักวันโอกาสจะเป็นของตน แล้วเขาจะมอบความรักให้หล่อนแบบ
ข้ามวันข้ามคืน ชนิดลุกขึ้นจากเตียงไม่ไหวเลยทีเดียว
สองหนุ่มสาวมองผ่านช่องหน้าต่างไปยังแปลง สตรอว์เบอรี่ เห็นลูก ๆ กำลังช่วยกันเลือกผลสตรอว์เบอรีกันอย่างขมักเขม้น เป็นภาพที่เห็นแล้วทำให้ต่างคลี่ยิ้มออกมาพร้อมกัน ความสุขซึมซาบอยู่ในใจที่ต่างเก็บกันและกันเอาไว้ เพียงแต่วันนี้ไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบสามีภรรยาเหมือนวันวาน
