บทที่ 9 เหตุเกิดจากความเมา (2)

Chapter 4

เหตุเกิดจากความเมา (2)

ความมืดโรยตัวมาห่มคลุมทั่วทุกพื้นที่ กลางเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับ แสงไฟหลากสีส่องสว่างรอต้อนรับนักท่องราตรีที่หลงใหลการได้โลดแล่นอยู่ภายใต้แสงสีเสียงล่อหลอก ในยามดึกเช่นนี้ ใครหลายคนอาจกำลังซุกกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มอุ่นบนเตียงกว้างพร้อมหนังสือดี ๆ สักเล่ม หากแต่ไม่ใช่พัทธดนย์และเปมนีย์

หลังจากพากันเตร็ดเตร่ทำตัวเป็นนักชิมไปจนทั่ว ทั้งสองก็มาจบทริปของวันที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง..ตรงโต๊ะที่ถูกจับ

จอง เสียงคุยกันแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกึกก้องไปทั่ว ในขณะที่สองหนุ่มสาวเริ่มจะเคลิบเคลิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยกันทั้งคู่

“ถามจริง ๆ เถอะนะว่าไม่กลัวหรือไงถึงกล้ามาดื่มกับพี่แบบนี้”

“ทำไมต้องกลัวคะ ให้อารมณ์เหมือนมานั่งดื่มกับพี่ชายยังไงก็ไม่รู้”

หล่อนหัวเราะเบา ๆ ในขณะที่คนถามกรอกน้ำเมาลงคอ มุมปากยกขึ้นสูงอย่างคนซ่อนแผนการร้ายเอาไว้

“แต่ถ้าพี่ไม่อยากเป็นแค่พี่ชายแล้วล่ะครับ เธอไม่กลัวถูกหลอกมามอมเหล้าหรือไง”

น้ำเมาทำให้ความกล้าในตัวเปมนีย์ครอบงำความกลัว ความเขินอายถูกกลืนหายไปด้วย หล่อนกระตุกยิ้ม มือก็จับแท่งคนเครื่องดื่มวนอยู่ในแก้วค็อกเทลที่มีน้ำสีชมพูสวยอยู่ในนั้น

“ไม่กลัวค่ะ ลูกปลากลัวตัวเองมากกว่า”

“กลัวเรื่องอะไรเหรอ”

“กลัวว่าจะเป็นฝ่ายจับพี่แสนปล้ำเสียเอง”

เสียงหัวเราะดังประสาน ทั้งสองสบตากันท่ามกลางแสงไฟสลัว ก่อนที่ต่างฝ่ายจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมา แล้วยื่นเข้าไปชนกันเบา ๆ เรื่องราวมากมายถูกยกมาเป็นหัวข้อสนทนาในค่ำคืนนี้ โดยที่ไม่มีใครสนใจเวลาที่ล่วงผ่านไป ต่างตกอยู่ในความรู้สึกเดียวกัน นั่นคือความสุขแสะสนุกสนานจนอยากหยุดช่วงเวลานี้ไว้ตราบนานเท่านาน

ราตรีกาลยังคงหมุนผ่านไปเรื่อย ๆ ความสนุกนั้นมาพร้อมความเมาที่ครอบงำทุกสิ่ง เสียงแก้วกระทบกันท่ามกลางเสียงเพลงจังหวะเร้าใจดังกลบ กลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ลอยคละคลุ้งไปทั่วแต่หาได้มีใครใส่ใจ ท่ามกลางไอควันที่รายล้อม พัทธดนย์กรอกเครื่องดื่มของตัวเองที่เหลือลงคอจนหมดแก้ว แววตาเข้มมองคนข้างกายอย่างท้าทาย

“ของพี่หมดแล้ว เหลือของเธอ”

เปมนีย์ไม่ยอมเสียหน้าเพราะเคยลั่นวาจาเอาไว้ หล่อนจึงกลืนค็อกเทลลงคอราวมันคือน้ำเปล่าที่ไร้พิษสง แก้วเปล่าสองใบถูกวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่พัทธดนย์จะเรียกเด็กเสิร์ฟเข้ามาหาเพื่อสั่งเครื่องดื่มต่ออีกคนละแก้ว

"ลูกปลาดื่มไม่ไหวแล้วค่ะ ขออีกแค่แก้วเดียวนะคะ "

"หืม…ยอมแพ้ได้ไง ทำไมถูกมอมง่ายแบบนี้ล่ะครับ"

“ลูกปลายอมแล้วค่ะ มึนหัวไปหมดแล้ว คราวนี้พี่แสนชนะ”

เปมนีย์ยืนโคลงเคลงจากความที่เริ่มจะมึน ๆ และหนักหัวจนประคองตัวเองแทบไม่อยู่ หล่อนใช้ร่างสูงเป็นหลักยึดเกาะด้วยการเอนหลังซบอยู่กับแผงอกกว้าง เขาช่วยประคองด้วยการตวัดแขนกอดเกี่ยวเอวคอดเอาไว้ ความเมาทำให้หล่อนลืมสิ้นซึ่งทุกสิ่ง ในวงแขนกว้าง หล่อนโยกกายไปตามจังหวะเสียงเพลงที่ปลุกเร้าอารมณ์คึกคะนอง ความแนบชิดที่ทำให้ก้นเต่งตึงบดเบียดเสียดสีอยู่ตรงกลางกายของคนตัวโต สัมผัสที่ทำเอาเลือดร้อนวิ่งพล่านไปทั้งกายแกร่ง เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้เมาและรับรู้ซึ่งทุกสิ่ง และหล่อนกำลังปลุกวิญญาณซาตานร้ายในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมา ท่อนแขนแกร่งยิ่งออกแรงรั้งให้หล่อนเบียดกายเข้าหาจนแทบไร้ซึ่งช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน

ชายหนุ่มโยกกายตามจังหวะเร้าใจในขณะที่แขนข้างหนึ่งยังคงกอดร่างนุ่มเอาไว้ เพื่อช่วยประคองไม่ให้หล่อนล้มลงไปกองอยู่กับพื้น เขารับแก้วเครื่องดื่มจากเด็กเสิร์ฟมาถือไว้ แล้วนำไปจดจ่ออยู่ตรงกลีบปากอิ่มเพื่อบังคับให้หล่อนกลืนน้ำเมาลงไป หล่อนจิบน้ำขม ๆ หวาน ๆ ลงคอแล้วดันมือของเขาออกไปจากตรงหน้า

“อึก…พอก่อนค่ะ…”

“อีกนิดนะครับ เด็กดีของพี่”

“พอก่อนค่ะพี่แสน…อื๊อ…”

เขากระดกแก้วกรอกเครื่องดื่มใส่ปากหล่อนอีกครั้ง เมื่อถูกบังคับจึงต้องกลืนลงไปอีกอึกจนรับรู้ได้ถึงความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ขณะที่ร่างกายยังคงโยกไปตามจังหวะเสียงเพลงที่กระตุ้นความบ้าดีเดือดของนักท่องราตรีทั้งหลาย นั่นยิ่งกระตุ้นให้เลือดร้อนในกายพัทธดนย์พุ่งพล่านมากขึ้น ใบหน้าคมคร้ามก้มลงต่ำแล้วจูบหนัก ๆ ลงบนขมับของคนในอ้อมกอด หล่อนไม่ขัดขืนเพราะกำลังถูกน้ำเมาเข้าครอบงำห้วงความคิด และหล่อนยังทำให้เขาสนุกสุดเหวี่ยงจนลืมสิ้นซึ่งทุกสิ่ง พาตัวเองดำดิ่งสู่โลกของเสียงเพลงและน้ำเมาที่คลอเคล้าอยู่ในบรรยากาศมืดสลัว

“ส่งท้ายให้คืนของเรา หมดแก้วเลยนะครับ”

แก้วสุดท้ายที่มาพร้อมเพลงสั่งลาถูกยกขึ้นมาตรงหน้า แววตาฉ่ำเยิ้มสองคู่สบประสานท่ามกลางแสงสลัว เสียงแก้วกระทบกันดังขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะกรอกความขมลงคอรวดเดียวจนหมดแก้วราวมันคือน้ำเปล่า แก้วว่างเปล่าถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมกัน เปมนีย์ยืนเกาะบ่ากว้างเอาไว้เพื่อพยุงกาย และก่อนที่ค่ำคืนแห่งความสุขและความสนุกสนานจะจบลง เขาก็คว้ามือนุ่มแล้วพาเดินฝ่ากลุ่มคนไปยังทางที่พาไปสู่ประตูทางออก กว่าที่จะพากันเดินไปถึงรถก็ทุลักทุเลพอดู

บทก่อนหน้า
บทถัดไป