บทที่ 10 จอมเผด็จการบนเตียงคนไข้

"แผลแห้งดีมากเลยค่ะคุณวิศ ซี่โครงที่ช้ำก็ยุบลงเยอะแล้ว วันนี้ปวดน้อยลงแล้วใช่ไหมคะ"

เสียงหวานใสของน้ำอิงเอ่ยถามเจื้อยแจ้ว มืออวบนุ่มค่อยๆ ลูบขอบพลาสเตอร์ปิดแผลบนหน้าขาของพีรวิศให้แนบสนิทไปกับผิวอย่างเบามือที่สุด

"อืม... ก็ปวดน้อยลง" วิศครางรับในลำคอ สายตาคมทอดมองกลุ่มผมหอมๆ ของคนที่ก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างเตียง "ก็เล่นคลุกคลีเฝ้าฉันแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงมาสี่ห้าวันติด ไม่ยอมให้พยาบาลคนอื่นเฉียดเข้ามาใกล้เตียงฉันเลยนี่"

"แหม... ก็คุณวิศเล่นวีนแตกตวาดพยาบาลท่านอื่นจนเขาขยาดกันหมดทั้งวอร์ดแล้วนี่คะ ถ้าน้ำไม่ทำเอง ใครจะกล้าเข้ามาล่ะ"

เธอหันมาบ่นอุบอิบ ค้อนขวับให้คนป่วยจอมโวยวายไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวกลับไปง่วนกับการจัดเก็บอุปกรณ์บนรถเข็น

พีรวิศนอนนิ่ง สายตาคมจดจ้องแผ่นหลังบอบบางที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเก็บอุปกรณ์บนรถเข็น สะโพกกลมกลึงภายใต้ชุดสีขาวขยับไปมาตามจังหวะการทำงานจนเขาเผลอมองตาม กลิ่นแป้งผสมวานิลลาอ่อนๆ ที่เขาเริ่มเสพติดยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ

ทว่าจู่ๆ เธอก็หันขวับกลับมา

"คุณพีรวิศคะ" น้ำเสียงของน้ำอิงจริงจังกว่าทุกที ดวงตากลมโตเหนือหน้ากากอนามัยไม่ได้โค้งเป็นสระอิเหมือนเคย "หลังจากวันนี้น้ำจะออกเวร... หยุดสามวันนะคะ"

วิศคิ้วกระตุก ลมหายใจสะดุดกึก มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันโดยทันที

"สามวัน" เขาเค้นเสียงต่ำพร่า สวนกลับทันควัน "ใครอนุญาตให้หยุด"

"ไม่มีใครต้องอนุญาตค่ะ มันเป็นวันหยุดตามตารางเวร" เธอบอกใจเย็น พลางขยับเข้ามาใกล้เพื่อเช็กระดับสายน้ำเกลือให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย "น้ำควบเวรเฝ้าไข้คุณวิศมาติดกันหลายวันแล้ว ร่างกายน้ำก็ต้องการการพักผ่อนเหมือนกันนะคะ หลังจากนี้คุณอย่าดื้อ แล้วก็รบกวนฟังที่พยาบาลท่านอื่นแนะนำด้วยนะคะ"

"ฉันสั่งให้นพไปเคลียร์กับทางโรงพยาบาลแล้ว!" วิศตอกกลับ เสียงเริ่มดังขึ้น "จ่ายค่าชดเชยให้วอร์ดไปตั้งเท่าไหร่ เธอเป็นพยาบาลส่วนตัวของฉันแล้ว จะหยุดได้ยังไง"

"คุณวิศคะ..." น้ำอิงถอนหายใจยาว ลดมือลงมาประสานกันไว้ด้านหน้า "เงินของคุณซื้อคิวงานน้ำได้นะคะ แต่ซื้อความเหนื่อยล้าของร่างกายไม่ได้ น้ำเป็นคนนะ ไม่ใช่เครื่องจักร น้ำต้องกลับไปซักผ้า ต้องทำความสะอาดห้อง ต้องนอนพักยาวๆ บ้าง... อีกอย่าง คุณวิศก็พ้นขีดอันตรายแล้ว แค่รอฟื้นฟูกล้ามเนื้อ พยาบาลเวรคนอื่นก็ดูแลได้ดีเหมือนกันนั่นแหละค่ะ"

"ดูแลดีบ้าอะไรเธอคิดว่าพวกนั้นมันจะเบามือเหมือนเธอรึไง! เมื่อวานตอนเธอไม่อยู่ ยัยพยาบาลป้าหน้าตึงนั่นจับฉันกระชากพลิกตัวจนซี่โครงแทบจะหักซ้ำ! รอยช้ำที่หลังนี่ก็ฝีมือมัน! นี่เธอจะทิ้งฉันให้พวกนั้นมันทรมานฉันเล่นหรือไงน้ำอิง"

"แต่ทุกคนถูกฝึกมาตามมาตรฐานนะคะ"

"ฉันไม่เอามาตรฐาน! ฉันจะเอาเธอ!"

หมับ!

วิศไม่พูดเปล่า ท่อนแขนแกร่งข้างที่ไม่ได้เจาะน้ำเกลือตวัดวูบเดียว คว้าหมับเข้าที่ข้อมืออวบแล้วออกแรงกระชากเต็มแรง!

"ว้าย! คุณวิศ! ระวังแผล!"

น้ำอิงเบิกตาโพลง สัญชาตญาณพยาบาลทำให้เธอรีบเบี่ยงตัวหลบช่วงหน้าอกและซี่โครงที่ยังร้าวของเขา สองมือป้อมยันลงบนฟูกข้างลำตัวชายหนุ่มเพื่อพยุงตัว แต่เพราะแรงดึงบวกกับความแคบของเตียงผู้ป่วย ทำให้ครึ่งตัวบนของเธอทาบทับลงบนแผงอกแกร่งเต็มๆ

หน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อฟอร์มเบียดชิดกับกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ลมหายใจอุ่นจัดของวิศเป่ารดอยู่ที่ปลายจมูกของเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือไม่ถึงคืบ

"ปะ... ปล่อยค่ะคุณวิศ" น้ำอิงดิ้นขลุกขลัก ใบหน้าหวานแดงซ่านขึ้นมาถึงใบหู "ทำแบบนี้เดี๋ยวแผลผ่าตัดที่ขาก็กระเทือนหรอกค่ะ ลุกขึ้นไม่ได้นะคะ!"

แทนที่จะปล่อย ฝ่ามือหนากลับเลื่อนจากข้อมือขึ้นมาคว้าหมับที่เอวคอด รั้งร่างอวบอิ่มให้แนบชิดลงมาอีก

"ก็ลองเดินออกไปจากห้องนี้ดูสิฉันจะลุกเดินตามเธอออกไป แผลผ่าตัดจะฉีก ซี่โครงจะหักซ้ำก็ช่างมัน ให้มันเลือดสาดอยู่หน้าประตูวอร์ดนี่แหละ อยากรู้เหมือนกันว่าพยาบาลที่รักจรรยาบรรณอย่างเธอ จะกล้าทิ้งคนไข้ลงไหม"

"คุณวิศ!" น้ำอิงเสียงสั่น ทั้งโกรธทั้งตกใจกับความบ้าบิ่นของผู้ชายตรงหน้า "ทำไมดื้อและเอาแต่ใจขนาดนี้คะ! น้ำแค่จะไปพักผ่อน ไม่ได้จะหนีไปไหนสักหน่อย!"

"สามวันมันนานเกินไป..." สันกรามคมบดเข้าหากันแน่น แววตาที่เคยก้าวร้าวสั่นไหววูบหนึ่ง "แค่คิดว่าตื่นมาแล้วไม่เจอเธอ... ต้องทนให้คนอื่นมาแตะตัว ฉันก็แทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว"

คำสารภาพนั้นทำเอาน้ำอิงชะงัก แรงดิ้นรนค่อยๆ ลดลง เธอเห็นความหวาดระแวงซ่อนอยู่ในดวงตาคมกริบคู่นั้น

"แต่... แต่น้ำเสื้อผ้าหมดตู้แล้วนะคะ" เธอแย้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แพ้ทางสายตาของเขา "ห้องก็รกมาก ไม่ได้กลับไปเคลียร์เลย..."

วิศแค่นยิ้มมุมปาก นิ้วหัวแม่มือหนาเริ่มไล้เบาๆ ไปตามส่วนโค้งเว้าตรงเอวบางผ่านเนื้อผ้าชุดฟอร์ม จงใจลูบอ้อยอิ่งจนน้ำอิงสะดุ้ง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"ไอ้นพ!" วิศตะโกนลั่นห้อง ไม่ยอมละสายตาไปจากใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนก

ประตูห้องเปิดผางทันที นพชะโงกหน้าเข้ามา "ครับบอ... เฮ้ย!"

เลขาหนุ่มเบิกตาเหลือกกับภาพเจ้านายตัวเองกำลังรัดพยาบาลสาวร่างอวบไว้บนเตียงแน่น

"ไปคอนโดน้ำอิง จัดการจ้างแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดห้องให้เนี้ยบที่สุด เอาเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวของเขาแพ็กใส่กระเป๋า แล้วเอามาส่งที่ห้องนี้ภายในสองชั่วโมง... อ้อ แล้วไปจัดการเช่าห้อง V.I.P. ข้างๆ ที่ว่างอยู่ เปิดไว้ให้น้ำอิงใช้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ"

"ดะ... ได้ครับบอส" นพรับคำตะกุกตะกัก รีบหดหัวกลับไปแล้วปิดประตูลงกลอนให้เสร็จสรรพ

"เดี๋ยวสิ! คุณวิศ!" น้ำอิงตาโต พยายามแกะมือปลาหมึกที่เอวออก "คุณจะมาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของน้ำแบบนี้ไม่ได้นะคะ! น้ำไม่ยอมนะ!"

"อยากได้ค่าจ้างเพิ่มเท่าไหร่ บอกตัวเลขมาเลย" วิศไม่สนคำประท้วง เขาพลิกตัวตะแคงเข้าหาเธอเล็กน้อยเพื่อลดความเจ็บที่หลัง แต่ยังกักขังร่างอวบไว้ในวงแขน "จะเอาเงินเดือนพยาบาลล่วงหน้าสิบปี หรือจะเอาแบล็กการ์ดไปรูดซื้อตึกนี้เลยก็ยังได้... แต่ข้อแม้เดียวคือ เธอต้องอยู่ที่นี่"

"น้ำไม่ได้ทำเพื่อเงินนะคะ"

"งั้นก็ทำเพื่อฉัน"

เสียงของวิศแหบพร่าและเบาลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ฝ่ามือร้อนผ่าวเลื่อนจากเอวขึ้นมาตามแนวสันหลัง สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นของเนื้อหนังที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ที่ปลายคางของหญิงสาว

"ทำเพื่อผู้ชายที่กำลังจะตายเพราะไม่มีใคร... สงสารฉันเถอะนะ น้ำอิง"

ประโยคอ้อนวอนที่ขัดกับฝ่ามือร้อนๆ ที่กำลังลูบแผ่นหลังเธออย่างสิ้นเชิง ทำเอาน้ำอิงทำตัวไม่ถูก เธอเม้มริมฝีปากแน่น อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ จนต้องยอมทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรงจะสู้

"คุณมัน... จอมเผด็จการ"

"ยอมรับครับ"

เขาไม่ยอมปล่อยมือจากเอวเธอ ซ้ำยังรั้งร่างนั้นให้ขยับเข้ามาเบียดชิดขอบต้นขาของเขามากขึ้น สัมผัสความนุ่มนวลที่เสียดสีกับหน้าขาผ่านเนื้อผ้า ปลุกความต้องการที่ถูกแช่แข็งมานานให้เริ่มปะทุขึ้นมาอย่างเงียบๆ

วิศยกมืออีกข้างขึ้นเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตา นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธอ

"สามวันที่ตั้งใจจะหยุด... ฉันเหมาหมดแล้วนะหน้าที่ของเธอตอนนี้ ไม่ใช่แค่พลิกตัวหรือเช็ดแผล... แต่ต้องอยู่ตรงนี้ บนเตียงนี้ กับฉัน"

ดวงตากลมโตสั่นระริก "น้ำ... น้ำต้องไปเปลี่ยนชุดก่อนค่ะ" เธอพยายามหาทางรอด เบือนหน้าหนีสัมผัสร้อนผ่าว

"ไม่เห็นต้องรีบ"

วิศกดจมูกโด่งสันลงบนลาดไหล่เนียนที่โผล่พ้นคอเสื้อฟอร์ม สูดดมกลิ่นหอมละมุนเข้าเต็มปอดจนน้ำอิงสะดุ้งเฮือก

"ชุดนี้... ก็ดูเหมาะกับ 'พยาบาลส่วนตัว' ดีออก"

ริมฝีปากหยักลึกกดจูบลงบนแอ่งชีพจรที่ต้นคอขาวผ่องอย่างแผ่วเบา แต่จงใจทิ้งร่องรอยความเปียกชื้นเอาไว้ น้ำอิงเผลอกำผ้าปูที่นอนแน่น ร่างกายอวบอิ่มเกร็งสะท้านกับสัมผัสจาบจ้วงที่ชวนให้สติแตกกระเจิง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป