บทที่ 2 สันดานที่แท้จริง
แฟ้มเอกสารงบประมาณบนโต๊ะทำงานประธานบริษัทถูกเปิดทิ้งไว้แบบนั้นมาเป็นชั่วโมง พีรวิศเอนหลังพิงเก้าอี้หนังในห้องทำงาน เขาถอนหายใจออกมาจนรู้สึกปวดหนึบไปทั้งอก วันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันหยุดที่เขาควรจะอยู่บ้านกับภรรยา แต่เขากลับเลือกที่จะขลุกอยู่ที่บริษัทเพื่อหนีบรรยากาศอึดอัด ทว่าภาพข้อความบนหน้าจอไอแพดเมื่อเช้ากลับตามมาหลอกหลอนและตอกย้ำอยู่ในหัวไม่เลิกรา
"ผัวคุณออกไปทำงานหรือยัง... คิดถึงกลิ่นหอมๆ จะแย่แล้ว"
เขานั่งจ้องผนังห้องทำงานด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท มีพร้อมทุกอย่าง แต่กลับโดนสวมเขาแบบหน้าด้านๆ หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ชาร์มเปลี่ยนไปจนเขาแทบจำไม่ได้ จากคนที่เคยอ่อนหวานกลายเป็นหงุดหงิด วีนแตก หนักเข้าก็ทุบตีและข่วนเขาจนได้แผล
"เราพยายามหลอกตัวเองมานานแค่ไหนแล้วว่าเธอแค่เครียดเรื่องงาน" เขาพึมพำกับความเงียบ แววตาคมกริบฉายแววเจ็บปวด "แต่วันนี้ทุกอย่างมันชัดเจนแล้วชาร์ม... ชัดจนหลอกตัวเองต่อไปไม่ไหวแล้ว"
พีรวิศคว้ากุญแจรถสปอร์ต ลุกเดินออกจากห้องทำงานด้วยท่าทางมุ่งมั่น วันนี้เขาจะกลับไปเคลียร์ทุกอย่างให้จบ จะไม่ยอมเป็นไอ้โง่ที่โดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกต่อไป
บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ราคาหลายสิบล้านเงียบเหงาไร้เงาแม่บ้าน พีรวิศจำได้ดีว่าตอนแต่งงานชาร์มเป็นคนอ้อนวอนขออยู่แบบเรียบง่ายและเป็นส่วนตัว ไม่อยากให้ใครมาเดินเพ่นพ่าน
"หึ ความเป็นส่วนตัวงั้นเหรอ ที่แท้ก็แค่เปิดทางให้ทำเรื่องระยำได้สะดวกขึ้นโดยไม่มีใครจับผิดต่างหาก"
เสียงเพลงดังลั่นลงมาจากชั้นบน พีรวิศก้าวขึ้นบันไดไปเงียบๆ ใจเขาเต้นระส่ำจนเจ็บหน้าอก เขาผลักประตูห้องนอนที่แง้มอยู่เข้าไปทันที
ชาร์มกำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ เธออยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงสดรัดรูป สั้นจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดลอยคลุ้งจนเขารู้สึกคลื่นไส้
"แต่งตัวซะสวย... จะไปไหน" พีรวิศถามเสียงเรียบ ยืนนิ่งขวางประตูไว้
ชาร์มสะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองหน้าตึง "ตกใจหมด! เข้ามาทำไมไม่ให้เสียงวะวิศ! ตกใจจนหัวใจจะวายตายอยู่แล้วเนี่ย!"
"ถามว่าจะไปไหน" เขาถามย้ำ กดเสียงต่ำ ก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ "จะไปหาไอ้คนที่มันทักไอแพดมาเมื่อเช้าใช่ไหม"
ชาร์มชะงักไปนิดหนึ่ง แววตาลุกลี้ลุกลนโผล่มาแค่เสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะเชิดหน้าขึ้น แสยะยิ้มออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน "แอบดูของส่วนตัวคนอื่น นิสัยเสียนะวิศ นี่เหรอสันดานประธานบริษัทที่ใครๆ ก็นับถือ"
"ถ้ามันไม่มีความระยำซ่อนอยู่ จะกลัวอะไรนักหนา ตอบมา แอบไปเอากันตอนไหน ถึงได้กล้าทักมาคุยกันหน้าด้านๆ แบบนี้ ทำกับวิศแบบนี้ได้ยังไงชาร์ม!"
ชาร์มยักไหล่ หันกลับไปหยิบลิปสติกมาทาต่อหน้าตาเฉย "ก็เห็นแล้วนี่ จะมาเซ้าซี้ถามทำไมให้รำคาญ ก็ตามที่เห็นนั่นแหละ จะถามหาความจริงอะไรอีกล่ะ"
พีรวิศรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าจนชาไปทั้งแถบ "ทำไมทำแบบนี้ชาร์ม ที่ผ่านมา... ไม่เคยรักวิศเลยเหรอ แต่งงานกับวิศทำไม ถ้าไม่ได้รักกันแล้วจะยอมจดทะเบียนทำไม"
"ความรักเหรอ" เธอหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าเขา แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ตื่นสิวิศ! ที่ชาร์มแต่งด้วยก็เพราะวิศรวยไง! แต่รวยแล้วไงอะ ในเมื่อชีวิตวิศมันโคตรน่าเบื่อ! วันๆ เอาแต่บ้างาน กลับมาก็ทำตัวเป็นคนแก่ เรื่องบนเตียงก็จืดชืด ไม่มีความเร้าใจห่วยแตกสิ้นดี! ใครจะไปทนอยู่กับของเก่าน่ารำคาญแบบวิศได้ตลอดชีวิต"
พีรวิศกำหมัดแน่นจนเล็บจิก "เลยไปคว้าไอ้แมงดานั่นมาทำผัวอีกคนงั้นสิ!"
"เออ! แล้วมันก็เด็ดกว่าวิศเป็นร้อยเท่า!" ชาร์มตอกกลับด้วยความสะใจ "มันพาชาร์มไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยง พาไปสวิงกิ้ง! รู้จักไหมการเล่นยาจนลอยแล้วเอาหมู่กันน่ะ! เซ็กส์ตอนเมายามันโคตรถึงใจ มันส์กว่ามานอนถ่างขาให้คนน่าเบื่ออย่างวิศทำซากอะไรก็ไม่รู้ตั้งเยอะ! วิศมันก็แค่ตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่เท่านั้นแหละ"
คำพูดสำส่อนไร้ยางอายที่พ่นออกมาทำให้พีรวิศเหมือนโดนสาดด้วยน้ำกรด เขาพุ่งเข้าไปคว้าต้นแขนทั้งสองข้างของเธอ บีบแน่นจนชาร์มนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"สารเลว... หน้าด้าน งั้นก็ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันซะ! เก็บข้าวของแล้วออกไปเดี๋ยวนี้! อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!"
"ปล่อยนะไอ้บ้า ชาร์มเจ็บ! เป็นบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย!" เธอสะบัดสุดแรง
เพียะ!
ฝ่ามือเล็กตบฉาดเข้าที่หน้าของพีรวิศอย่างแรงจนหน้าหัน เลือดฝาดรสเฝื่อนซึมออกมาที่มุมปาก แต่เขาไม่ยอมปล่อย มือหนากระชากร่างบางให้เดินตามออกมาที่โถงบันไดหน้าห้องนอน
"ปล่อยกู! กูไม่ไป! บ้านนี้ก็มีสิทธิ์ของกูครึ่งนึง! มึงมีสิทธิ์อะไรมาไล่กู!" ชาร์มแผดเสียง กรีดร้องดิ้นรนเหมือนคนเสียสติ
"อย่ามาตอแหล! บ้านหลังนี้ฉันซื้อด้วยเงินฉันคนเดียว ชื่อฉันคนเดียว! ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วฆ่าเธอทิ้ง!"
พีรวิศดันร่างเธอไปจนถึงขอบบันไดขั้นบนสุด เขาตั้งใจแค่จะไล่ให้เธอเดินลงไป แต่ชาร์มกลับเบิกตากว้าง แววตาของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความอำมหิตอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอแสยะยิ้มร้ายกาจ ยกมือทั้งสองข้างขึ้น แล้วผลักเข้าที่ยอดอกของเขาอย่างเต็มแรง
"งั้นมึงก็ไปตายซะวิศ!"
ร่างสูงใหญ่เสียหลักกะทันหัน ส้นเท้าลื่นหลุดจากขั้นบันได โลกทั้งใบในสายตาของพีรวิศหมุนคว้าง เขาหงายหลังร่วงลงไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
เสียงเนื้อและกระดูกกระแทกกับขั้นบันไดไม้เนื้อแข็งดังสนั่น ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลังและศีรษะ เขาพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะแต่มันสายเกินไป แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของเขากลิ้งตกลงมากระแทกกับผนังชานพักบันไดด้านล่างอย่างรุนแรง
อั่ก!
พีรวิศนอนจุกอยู่บนพื้น กระดูกสันหลังเหมือนจะร้าวไปหมด เขาขยับตัวแทบไม่ได้ ลมหายใจขาดห้วง รสเลือดคาวคลุ้งเต็มปาก เขากัดฟันข่มความเจ็บปวด พยายามเบิกตาที่พร่ามัวเงยหน้าขึ้นมองไปที่บันได
ตรงนั้น... ชาร์มยืนอยู่
เธอไม่ได้มีท่าทีตกใจ หรือวิ่งลงมาดูอาการเขาสักนิด เธอยืนนิ่ง สองมือกอดอก ทอดสายตามองลงมาที่เขาด้วยแววตาสะใจสุดขีด รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏบนริมฝีปากสีแดงสดนั่น
"ก็แค่นี้... นึกว่าจะเก่ง นอนโง่ๆ สำออยอยู่ตรงนั้นแหละ ชาร์มจะไปปาร์ตี้ คืนนี้ไม่กลับ ไม่ต้องรอเปิดประตูให้หรอกนะ เพราะชาร์มคงมีความสุขอยู่กับผัวใหม่"
เธอพูดจบก็สะบัดหน้า เดินลงบันไดมาอย่างใจเย็น ชาร์มก้าวข้ามร่างของเขาที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นอย่างไม่ไยดี กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดของเธอพัดผ่านจมูกเขาไปเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่เดินกระทบพื้นออกไปจากบ้านอย่างไร้ความปรานี
ปัง!
เสียงประตูบ้านปิดลง พีรวิศนอนนิ่งอยู่บนพื้นที่เย็นเฉียบ น้ำตาลูกผู้ชายไหลซึมออกจากหางตาอย่างเงียบงัน มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากบาดแผลทางกาย แต่มันคือความเจ็บแค้นที่ถูกคนรักหลอกใช้ เหยียบย่ำศักดิ์ศรี และตั้งใจฆ่าเขาให้ตายคามือ
"ขอบใจนะชาร์ม...ที่ช่วยฆ่าพีรวิศคนโง่ให้ตายไปซักที"
