บทที่ 3 ทวงคืนทุกอย่าง
ครืด ครืด เสียงครางลอดริมฝีปากที่แห้งผาก เสียงสั่นครืดคราดจากโทรศัพท์มือถือที่หล่นอยู่ไม่ไกลดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พีรวิศพยายามขยับนิ้วมือที่ชาหนึบเพื่อเอื้อมไปแตะหน้าจอ แต่แค่เกร็งกล้ามเนื้อนิดเดียว ความเจ็บปวดก็แล่นริ้วจากปลายเท้าขวาขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง
"อึก... ซี้ด..." เขาห่อปากสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างทรมาน
ขาขวาของเขาบิดเบี้ยวผิดรูปจนดูน่าสยอง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งติดอยู่ที่โคนลิ้น พื้นกระเบื้องเย็นเฉียบตรงบันไดกำลังดูดเอาความอบอุ่นไปจากร่างกาย เขารู้สึกเหมือนหลับวูบไปแล้วตื่นขึ้นมาใหม่ซ้ำๆ ภาพสุดท้ายที่เห็นชัดติดตาคือรอยยิ้มหยันสะใจของชาร์มที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว
"บอสครับ! บอส! อยู่ในบ้านหรือเปล่า!"
เสียงตะโกนฝ่าความเงียบมาจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงกดรหัสรัวๆ ติ๊ด-ติ๊ด-ติ๊ด-ติ๊ด-ตื๊ด! นพ เลขาคนสนิทคงรอไม่ไหวถึงได้ถือนวิสาสะกดรหัสเข้ามา
"คุณวิศ! ผมขออนุญาตเข้านะครับ ทางสิงคโปร์เขาตามงานด่วนมาก...”
เสียงฝีเท้าที่เดินฉับๆ เข้ามาหยุดกึกตรงมุมโถง ตุบ แฟ้มในมือเลขาหนุ่มร่วงกระจายไปคนละทิศละทาง
"เชี่ยเอ๊ย! บอส!" นพพุ่งถลาเข้ามาคุกเข่าข้างตัวเขาทันที มือไม้สั่นไปหมดพยายามจะประคองร่างเจ้านายแต่ไม่กล้าแตะ "บอส! พี่วิศ! ได้ยินผมไหมพี่!"
"นพ..." วิศเค้นเสียงลอดไรฟันที่กระทบกันกึกๆ "ขา... ขาฉัน..."
"อย่าเพิ่งขยับนะพี่ โห... เลือดออกเต็มเลย" นพหน้าซีดเผือดลนลานควักมือถือออกมากดเบอร์ฉุกเฉิน "ฮัลโหล! รถพยาบาลครับ! ด่วนที่สุด! มีคนตกบันได ขาหักผิดรูป มีแผลแตกที่หัว... ใช่ครับ! บ้านเลขที่..."
วิศรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออันน้อยนิดคว้าหมับเข้าที่คอเสื่อนพ แรงบีบที่แผ่วเบาแต่สายตาที่จ้องเขม็งทำให้นพต้องรีบวางสายแล้วก้มหูลงมาฟังใกล้ๆ
"ไอแพด ในห้องนอน บนโต๊ะเครื่องแป้ง" วิศหอบหายใจรัว "ไปหยิบมามันสำคัญมาก"
"พี่นอนนิ่งๆ ก่อนเถอะ รถพยาบาลกำลังมาแล้ว!"
"ไปหยิบมาเดี๋ยวนี้!" วิศตะคอกออกมาจนเสียงพร่าสั่น
นพสะดุ้งโหยง รีบพยักหน้ารับคำแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างระมัดระวัง ไม่ถึงนาทีเขาก็วิ่งกลับลงมาพร้อมไอแพดที่ถูกยัดซ่อนไว้ในกระเป๋าเอกสารอย่างมิดชิด
กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำเอาวิศต้องเบือนหน้าหนี แสงจากหลอดไฟบนเพดานห้องฉุกเฉินมันจ้าเสียจนเขาแสบตา ขาขวาของเขาถูกดามเฝือกชั่วคราวเอาไว้ ความปวดร้าวที่เคยรุนแรงเริ่มทุเลาลงเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดที่พยาบาลเพิ่งฉีดเข้าเส้นเลือด แต่มันยังรู้สึกปวดตุบๆ อยู่ลึกๆ เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำ
"บอสครับ หมอมาแล้ว" นพกระซิบพลางถอยฉากออกมาให้หมอเจ้าของไข้เดินเข้ามา
"คุณพีรวิศ รู้สึกตัวดีนะครับ" หมอวัยกลางคนปรับแว่นสายตาขณะมองชาร์ตในมือ "ดูจากผลเอ็กซเรย์นะครับ กระดูกหน้าแข้งขวาของคุณหักแบบมีเศษแตกละเอียด ซี่โครงซ้ายร้าวสองซี่ ส่วนแผลที่หัวไม่ต้องกังวลครับ เป็นแค่แผลฉีกขาดภายนอก สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือน"
วิศพยักหน้าช้าๆ ขยับปากที่แห้งผากเอ่ยถาม "ผมต้องทำยังไงต่อ"
"ต้องเข้าห้องผ่าตัดครับ เพื่อดามเหล็กยึดกระดูกไว้ ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้จริงๆ" หมออธิบายด้วยเสียงเรียบ "คืนนี้ผมจะให้แอดมิทรอดูอาการก่อน งดน้ำและอาหารไปเลยนะครับ พรุ่งนี้เช้าผมจัดคิวผ่าตัดด่วนให้ ช่วงนี้ถ้าปวดมากแจ้งพยาบาลได้เลย หมอจะสั่งยาแก้ปวดชนิดฉีดเพิ่มให้เป็นระยะ"
"ครับหมอ ฝากด้วยครับ"
พอหมอสั่งความพยาบาลเสร็จแล้วเดินจากไป นพก็รีบขยับมาเกาะขอบเตียงทันที สีหน้าเขายังดูไม่จางความกังวล
"บอส... ผมทำเรื่องห้องพักฟื้นให้เรียบร้อยแล้วนะครับ" นพรายงานเสียงต่ำ "แล้ว... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่พี่ โจรขึ้นบ้านเหรอ ทำไมถึงเจ็บหนักขนาดนี้ แล้วคุณชาร์มล่ะครับ ตอนผมไปถึงบ้านไม่เห็นรถเธอเลย เธอรู้เรื่องหรือยัง ให้ผมโทรตามไหม?"
วิศหลับตาลงแน่น รสเลือดคาวๆ ในปากเหมือนจะย้อนกลับมาอีกครั้ง เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเลขา แววตาที่เคยฉายแววเมตตามันกลับกลายเป็นความเย็นยะเยือกจนนพถึงกับชะงัก
"ไม่ต้องโทร"
"อ้าว ทำไมล่ะครับพี่ เจ็บขนาดนี้คนเป็นเมียต้องมาดูสิ เอกสารผ่าตัดเขาก็ต้องเป็นคนเซ็นนะ..."
"ฉันบอกว่าไม่ต้องโทรไง ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เมียฉันอีกต่อไปแล้ว"
นพเบิกตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ "บอส... หมายความว่าไงพี่"
"รอยช้ำที่หน้าฉัน... รอยถลอกยาวมาถึงบันไดนั่น..." วิศแค่นยิ้มแห้งๆ ในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสมเพชตัวเองที่สุด "เมียที่แสนดีของฉันนั่นแหละ มันเป็นคนผลักฉันลงมาเอง"
"เชี่ย!" นพหลุดอุทานจนคนไข้เตียงข้างๆ หันมามอง "นี่มัน... มันพยายามฆ่ากันชัดๆ คุณชาร์มทำไปทำไมครับพี่ พี่ไปทำอะไรให้เขา?"
"ฉันแค่จับได้... ว่ามันร่าน" วิศเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด "มันเล่นยา สวิงกิ้ง เอาเงินที่ฉันหามาได้ไปเปย์ไอ้แมงดาหน้าไหนก็ไม่รู้ พอฉันจับได้เข้าหน่อย มันก็ผลักฉันตกมานั่นแหละ... แถมก่อนไป มันยังแต่งตัวสวยเดินข้ามหัวฉันที่นอนจมเลือดอยู่ ออกไปปาร์ตี้ต่อหน้าตาเฉยเลยนะ"
นพยืนนิ่งเป็นหิน เขาทำงานกับวิศมานาน เห็นมาตลอดว่าเจ้านายทุ่มเทให้ผู้หญิงคนนี้แค่ไหน ทั้งบ้าน ทั้งรถ บัตรเครดิตที่ใช้เท่าไหร่ไม่เคยบ่น แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการถูกถีบลงมานอนรอความตาย
"ไอแพดที่ฉันให้นายไปหยิบมา..." วิศหันกลับมาสบตาเลขา "ในนั้นมีแชทที่มันคุยกับชู้ของมันทั้งหมด นายเอากลับไป คืนนี้ต้องเข้าพาสเวิร์ดให้ได้ จะใช้แฮกเกอร์เก่งแค่ไหนก็นัดมา ดึงข้อมูลออกมาให้หมด อย่าให้ตกหล่นแม้แต่ประโยคเดียว"
"ได้ครับบอส ผมจะจัดการให้เงียบที่สุด" นพรับคำหนักแน่น
"แล้วพรุ่งนี้เช้า โทรหาทนายกฤษณ์ บอกให้เตรียมเอกสารฟ้องหย่า เรียกร้องค่าเสียหายให้ถึงที่สุด ฉันจะเอาให้มันติดคุก ข้อหาพยายามฆ่า แล้วก็เรื่องยาเสพติดด้วย"
"ครับพี่"
"บัตรเครดิตทุกใบที่เป็นชื่อฉัน บัตรเสริมที่มันถืออยู่... ระงับให้หมดภายในคืนนี้ อย่าให้มันรูดได้แม้แต่บาทเดียว บัญชีที่ฉันโอนเงินเข้าทุกเดือนก็สั่งระงับซะ ส่วนรถปอร์เช่ที่มันขับ... ไปตามยึดคืนมา กุญแจสำรองอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานฉันที่บ้าน"
วิศสั่งการรัวเป็นชุดโดยไม่พัก ความแค้นมันเริ่มเดือดพล่านข่มความเจ็บปวดที่แผลไปจนสิ้น ยิ่งเขารู้สึกปวดขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากเห็นผู้หญิงคนนั้นพังพินาศมากเท่านั้น
พยาบาลสองคนเดินตรงมาที่เตียงพร้อมเอกสารกองหนึ่ง
"คุณพีรวิศคะ เดี๋ยวเราจะย้ายไปห้องพักฟื้นแล้วนะคะ รบกวนญาติรอหน้าห้องสักครู่นะคะ"
นพพยักหน้า ยอมถอยออกไปยืนรอที่ประตู แต่ก่อนจะพ้นห้องไป เขาหันมาสบตาเจ้านายอีกครั้ง
"พี่พักผ่อนเถอะครับ คืนนี้ผมเฝ้าพี่เอง พรุ่งนี้ตื่นมา... ทุกอย่างที่พี่สั่ง ผมรับรองว่ามันจะพังพินาศคามือพี่แน่นอน"
วิศไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่มองเพดานห้องนิ่งๆ ปล่อยให้พยาบาลเข็นเตียงไปตามทางเดิน
ขาที่หักยังคงปวดร้าว ซี่โครงที่ร้าวบีบคั้นทุกครั้งที่หายใจ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บแสบที่กลางอก
ชาร์มคงคิดว่าเขาเป็นแค่หมาตัวหนึ่งที่นอนหายใจพะงาบๆ รอความตายอยู่ที่ก้นบันไดนั่นสินะ
"เตรียมตัวรับกรรมที่ทำไว้ให้ดีเถอะ เพราะพีรวิศที่รอดตายในคืนนี้ จะเป็นคนสอนให้เธอรู้เองว่า... นรกบนดินมันหน้าตาเป็นยังไง!"
