บทที่ 4 นางฟ้าหรือปีศาจ
"อึก... ซี๊ด..."
เสียงครางต่ำลอดผ่านไรฟันที่ขบกันแน่น วิศพยายามฝืนลืมตาขึ้นในความมืดสลัว กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงเครื่องวัดชีพจร ติ๊ด... ติ๊ด... ย้ำเตือนว่าเขายังรอดชีวิต ซี่โครงขวาร้าวระบมจนแค่หายใจแรงๆ ก็ยังจุก ขาขวาที่ถูกดามเฝือกไว้ปวดหนึบจนต้องขยับตัวหนีความร้าวราน แต่ยิ่งขยับมันก็ยิ่งปวดจนแทบคลั่ง
แกร๊ก... แสงไฟสีส้มจากโซนหน้าประตูสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงล้อรถเข็นคันเล็กบดไปกับพื้นห้อง
"ขออนุญาตนะคะคนไข้" เสียงหวานใสเจือความนุ่มนวลนำมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงข้างเตียง "ตื่นเช็ดตัวหน่อยน้า เช้านี้มีคิวเข้าห้องผ่าตัดค่ะ"
สัมผัสอุ่นๆ แตะลงบนท่อนแขนซ้าย วิศสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งรับโดยอัตโนมัติเพราะภาพที่ถูกผลักตกบันไดยังหลอกหลอน แต่พอลืมตาขึ้นเต็มตา เขากลับพบเพียงดวงตากลมโตที่หยีลงเป็นสระอิอยู่เหนือหน้ากากอนามัยสีฟ้า พยาบาลเวรคนนี้ไม่ใช่ทรงผอมบางเหมือนพยาบาลเมื่อคืน รูปร่างของเธออวบอิ่ม ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มสีขาวนั้นดูนุ่มนิ่มไปเสียทุกสัดส่วน
วิศพยักหน้าช้าๆ กัดฟันยันข้อศอกเตรียมจะลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง "อึก..."
"อ๊ะ! คนไข้คะ นอนตะแคงพอนะคะ อย่าเพิ่งฝืนลุกเลย" สองมืออวบนุ่มรีบกดลงบนหัวไหล่เขาเบาๆ ทันที "คุณตกบันไดมาแรงมาก ยังไม่รู้เลยว่าหลังกับซี่โครงช้ำแค่ไหน ขืนลุกพรวดพราดเดี๋ยวระบมหนักกว่าเดิมนะคะ เอียงตัวมาทางน้ำนิดเดียวก็พอค่ะ"
น้ำ... ชื่อน้ำงั้นเหรอ
วิศทิ้งตัวลงนอนตะแคงซ้ายตามแรงประคองอย่างว่าง่าย จังหวะที่เธอขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆละมุนๆ ก็ลอยแตะจมูก มันไม่มีกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกชวนเวียนหัวแบบที่ชาร์มชอบใช้ ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดค่อยๆ ซับลงบนลำคอและแผงอกกว้างอย่างเบามือที่สุด
"เจ็บนิดนึงนะค้า ไม่ต้องเกร็งน้า" เธอส่งเสียงปลอบกลั้วรอยยิ้มผ่านหน้ากาก "น้ำเช็ดตรงรอยช้ำให้เบาๆ นะคะ แป๊บเดียวค่ะ ทนหน่อยน้า"
น้ำเสียงลากยาวติดอ้อนนิดๆ ทำเอาวิศเผลอมองตามมือคู่นั้น นิ้วป้อมๆ ของเธอนุ่มนิ่ม สัมผัสอุ่นๆที่ทะลุผ้าขนหนูเข้ามาทำเอาอกซ้ายของคนที่เพิ่งถูกเมียตัวเองพยายามฆ่าเต้นผิดจังหวะ มันเป็นความรู้สึกของการถูกประคับประคองดูแล... สิ่งที่เขาแทบไม่เคยได้รับจากผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา
"ฮัด... ฮัดชิ้ว!"
จู่ๆ พยาบาลสาวก็หันขวับไปอีกทางแล้วจามออกมา เธอลนลานรีบวางผ้าขนหนูลงกะละมัง คว้าขวดเจลแอลกอฮอล์มากดล้างมือรัวๆ
"อุ๊ย... ขอโทษค่ะคนไข้ แอร์ห้องนี้ตกใส่หัวพอดีเลยรอแป๊บนะคะ น้ำขอเปลี่ยนแมสก์ก่อน"
เธอหันหลังไปดึงหน้ากากอนามัยชิ้นใหม่ออกจากกล่อง นิ้วเรียวเกี่ยวสายหน้ากากชิ้นเก่าที่เปื้อนน้ำมูกทิ้งลงถังขยะ แล้วหันหน้ากลับมา... วินาทีที่แสงไฟสลัวในห้องสาดกระทบใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้เครื่องสำอางนั้น...
ตึกตัก... ตึกตัก... ตี๊ดดดดดด
เครื่องวัดชีพจรข้างเตียงกรีดร้องลั่นห้อง กราฟหัวใจพุ่งปรี๊ด วิศเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุด ร่างกายสูงใหญ่แข็งทื่อ ความเจ็บปวดที่ซี่โครงหรือที่ขาปลิวหายวับไปจากสมอง
ดวงตาเฉี่ยวคม จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับ... ชาร์ม
หน้าเหมือนผู้หญิงสารเลวที่เพิ่งผลักเขาตกบันไดเมื่อคืนไม่มีผิดเพี้ยน
"นี่กู... หลอนยาเหรอวะ..." วิศสบถเสียงพร่า ยกมือซ้ายขึ้นขยี้ตาตัวเองอย่างแรงจนแดงเถือก หวังว่าฤทธิ์ยาแก้ปวดจะแค่ทำให้เขาสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเอง
แต่พอลดมือลงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าสวยหวานนั้นก็ยังอยู่ที่เดิม แถมยังชะโงกเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนได้กลิ่นแป้งเด็กชัดเจน
"คะ คนไข้! เป็นอะไรคะ!" เธอชะงักมือที่กำลังเกี่ยวสายแมสก์เข้ากับหู คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความตกใจ "เจ็บแผลตรงไหนคะ! หรือหน้ามืด บอกน้ำเร็ว จะได้รีบตามคุณหมอ!"
วิศกรามค้าง ขบฟันเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า หน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ... แต่ไม่ใช่มัน ชาร์มผอมแห้งจนเห็นไหปลาร้าชัดเจน แต่ผู้หญิงคนนี้อวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ ชาร์มมีแต่สายตาเหยียดหยามและคำพูดถากถาง... แต่คนตรงหน้ามีแต่ความตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างซื่อตรง
"เธอ... ชื่ออะไร" วิศเค้นเสียงลอดไรฟันถามออกไปอย่างยากลำบาก สายตายังไม่ยอมละไปจากใบหน้านั้น
"คะ" เธอทำหน้าเหวอไปนิดนึงก่อนจะตอบเสียงซื่อ "น้ำอิงค่ะ เป็นพยาบาลเวรดึก คนไข้เจ็บตรงไหนคะเนี่ย เครื่องมันร้องใหญ่เลย ให้น้ำเรียกหมอเวรไหมคะ"
"ไม่ต้อง..." วิศสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด พยายามบังคับกราฟหัวใจตัวเองให้เต้นช้าลง "ไม่ต้องเรียกใครทั้งนั้น ฉันแค่ ตกใจนิดหน่อย"
"ตกใจ" น้ำอิงเอียงคอทำตาปริบๆ "ตกใจอะไรคะ น้ำมือหนักไปเหรอ"
"เปล่า..." วิศกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ หลับตาลงเพื่อหนีภาพใบหน้าที่กรีดแผลในใจเขาให้เหวอะหวะขึ้นมาอีกรอบ "เช็ดตัวต่อเถอะ... ฉันอยากพักแล้ว"
"อ้อ... โอเคค่ะ ถ้ารู้สึกไม่ดีตรงไหนรีบบอกน้ำเลยนะคะ ห้ามทนเด็ดขาดนะ"
น้ำอิงรีบดึงหน้ากากอนามัยขึ้นปิดบังใบหน้านั้นไว้ตามเดิม วิศค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้อง ปล่อยให้มืออวบนุ่มคู่นั้นซับผ้าอุ่นๆ ลงบนร่างกายของเขาต่อไป
