บทที่ 10 ตอนที่ 9 แบ่งคลาส

เมื่อออก้าลงทะเบียนเสร็จออก้าก็รอฮยองอยู่ด้านข้าง ใช้เวลาไม่นานฮยองก็ลงทะเบียนของตัวเองเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นทั้งคู่จึงเดินเข้าไปในฮอลล์พร้อมกันสองคน

“พี่ฮยองในรายการมีคู่แข่งคนไหนที่น่ากลัวบ้างไหมครับ” ออก้าเอ่ย

“นายถามได้ถูกคนแล้วละ คนแรกคือคนที่ชื่อว่า คิม เขามาจากประเทศ K ฉันได้ข่าวว่าเขามารายการนี้แต่แอบกระซิบว่าเจ้านี่ไม่ได้มาเพื่อหวังเดบิวต์ เพราะว่าเจ้าตัวมีสังกัดค่ายอยู่แล้วส่วนคนที่สองคงเป็นผู้ชายที่ชื่อว่า โอเนอร์ ละมั้งเห็นว่าเป็นดารามาก่อน และแน่นอนคนที่สามคือฉันเอง...” ต่อจากนั้นฮยองก็เล่ารายชื่อมาให้ออก้าฟังอย่างยาวเหยียดมากกว่า 20 รายชื่อ

“และแน่นอนคนสุดท้ายตัวละครลับ เด็กฝากประธานรายนี้นี่แหละน่ากลัวที่สุด” ฮยองเอ่ย

“แบบนี้ก็ยากแล้วสิ คนที่พี่ไล่รายชื่อมามีแต่เก่ง ๆ ทั้งนั้นเลย” ออก้าเอ่ย เขาเองก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ที่ฮยองจำรายชื่อของคนอื่นได้หมดได้ยังไงกัน

“ฉันเองก็รู้นะว่านายเองก็มีฝีมือแน่นอน สายตากับลางสังหรณ์ของนักสืบแบบฉันไม่เคยพลาด” ฮยองเอ่ย พลางยืดอกอย่างภาคภูมิใจ

“หืม...อาจจะไม่ใช่ก็ได้นะพี่ชาย” ออก้าเอ่ยหยอกเย้า

“ต้องใช่แน่นอน แม้แต่เงาของดาราที่มีข่าวฉาวที่พวกนักข่าวลง ฉันเห็นแวบแรกก็รู้แล้วว่าเป็นใคร” ฮยองเอ่ย

หลังจากนั้นฮยองก็พูดคุยกับออก้าจนถึงฮอลล์สำหรับถ่ายทำรายการค้นหาไอดอล ส่วนทางรายการก็ให้พวกเขาทั้ง 100 คนสามารถเลือกที่นั่งกันเองได้ตามสบาย

ซึ่งแน่นอนว่าที่นั่งด้านหน้าย่อมโดนคนอื่นแย่งนั่งไปหมดแล้ว แต่ออก้ากับฮยองไม่ได้สนใจที่นั่งพวกนั้น พวกเขาสองคนเลือกที่จะนั่งด้านหลังสุดแทน

สาเหตุที่ออก้าเลือกนั่งด้านหลังเพราะเขายังไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ ยิ่งทำตัวให้เป็นจุดสนใจมาก ๆ ในตอนแรก ก็อาจจะโดนเพ่งเล็งกำจัดก่อนเป็นคนแรก ๆ ก็ได้ และยิ่งมีแสงสปอตไลท์ส่องเข้าใบหน้า หากมีแวบหนึ่งที่ทำหน้าหลุดขึ้นมามีหวังทางรายการได้เอาไปลงตัดเป็นมีมแน่นอน

ส่วนสาเหตุที่ฮยองไม่นั่งด้านหน้า ก็เพราะว่าพูดคุยไม่ได้ เขาเลยมานั่งด้านหลังแทน ที่นั่งด้านหน้าล้วนแต่เป็นจุดสนใจ พวกที่นั่งด้านหน้าเลยนั่งปั้นหน้าอยู่ตลอดเวลา จะพูดคุยก็ไม่ได้มากนักเพราะหากเสียงเข้าไมค์มีหวังทุกคนรู้แน่ ๆ ว่ากำลังคุยอะไรกันอยู่

“ขอนั่งด้วยนะครับ” ออก้าพูดกับผู้ชายตัวใหญ่ใส่แมสสีดำคนหนึ่งข้าง ๆ เขา

“อืม” คนที่ออก้าพูดคุยด้วยเอ่ย

เมื่อได้รับอนุญาต ออก้าก็พาฮยองมานั่งด้วยทันที ซึ่งฮยองนั่งใกล้ผู้ชายคนนั้นส่วนออก้านั่งใกล้ทางออก

“รายการจะเริ่มในอีก 30 นาที ระหว่างนี้ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย รอบแรกจะเป็นการแบ่งคลาสไล่ไปตั้งแต่คลาสสูงไปต่ำ S A B C D ขอให้ทุกคนรักษาเวลาด้วยนะคะ” พนักงานหญิงเอ่ย

“พี่ว่าเขาจะใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่งคลาสเหรอครับ” ออก้าเอ่ย

“คงเหมือนทุกปีที่ให้แสดงทักษะที่ตัวเองถนัดโดยคัดเลือกจากกรรมการทั้งห้าคน” ฮยองเอ่ย

“แบบนี้คงดันเด็กฝากง่ายเลยสินะ” ออก้าเอ่ย

“ไม่หรอก...อย่าไปเล่าต่อละ ฉันได้ยินมาว่ากรรมการทั้งห้าคนในปีนี้ รวมทั้งโปรดิวเซอร์ และผู้กำกับยกมาใหม่ยกชุดไม่เหมือนปีก่อน ๆ บุคคลที่เอามาล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียง แต่ฉันยังไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง แต่เห็นว่าในปีนี้บริษัทจะใช้รายการนี้ในการกู้ชื่อเสียงจากข่าวฉาวต่าง ๆ น่ะสิ” ฮยองเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบา ๆ แต่ถึงอย่างงั้นคนข้าง ๆ ฮยองผู้ชายที่ใส่แมสล้วนแล้วแต่ได้ยินเต็มสองหู

“แต่ผมว่าอาจจะกู้ชื่อไม่สำเร็จ แค่ในสัญญาก็โดนหักค่าตัวไปแล้ว 60% หากมีสปอนเซอร์” ออก้าเอ่ย แม้ในสัญญาจะระบุว่าห้ามบอกสัญญาที่ทำกับบริษัทไว้กับคนอื่นก็ตาม แต่ถึงยังไงเขาก็คิดว่าข่าวคงมีหลุดไปอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว

“บริษัทนี้ขี้เหนียวจะตายไป ถ้าใครได้เดบิวต์นะ มีหวังโดนใช้แรงงานเยอะกว่าค่าตัวที่ได้แน่ ๆ ” ฮยองเอ่ย

30 นาทีผ่านไป

“จะเข้ารายการแล้วขอให้ทุกคนนั่งอยู่ในความสงบ จะเริ่มในอีก 3 2 1 แอ็กชัน” พนักงานสาวเอ่ย

เสียงเพลงประจำรายการเปิดซาวด์อย่างยิ่งใหญ่ไฟสปอตไลท์เรียกได้ว่าจัดเต็มสุด ๆ

“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการค้นหาไอดอลทั้ง 100 คน และวันนี้พบกับผมแอนดริวพิธีกรประจำรายการ” แอนดริวพูดด้วยน้ำเสียงน่าตื่นเต้น เร้าอารมณ์ผู้ร่วมรายการและผู้ชมทางบ้าน

เมื่อแอนดริวพูดจบก็มีเสียงเฮ และเสียงตบมือต้อนรับพิธีกรหน้าใหม่ประจำรายการ แอนดริวที่เพิ่งได้รับมอบหมายให้มาเป็นพิธีกรรายการค้นหาไอดอลในซีซั่นนี้เป็นซีซั่นแรก ซึ่งเป็นซีซั่นที่ 3 ของรายการค้นหาไอดอล

“ขอเสียงต้อนรับกรรมการทั้งห้าท่านหน่อยเร็ว กรรมการท่านแรกคุณนาตาเซีย ท่านที่สองคุณลีโอ ท่านที่สามคุณจันทร์จิรา ท่านที่สี่คุณบารอน และท่านที่ห้าคุณอาเจียงจวิน” แอนดริวเอ่ย

กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด~~~

เมื่อเสียงของพิธีกรเรียกขานชื่อกรรมการเหล่าคณะกรรมการทั้งห้าคน ก็เดินออกมาเปิดตัวตามสไตล์ของตัวเอง และไปนั่งที่เก้าอี้ของกรรมการ

คนแรก นาตาเซีย เธอเป็นผู้หญิงสวยสง่าดีกรีอดีตนางแบบระดับโลก เธอมีความเชี่ยวชาญด้านบุคลิกภาพ เธอจึงได้รับเชิญให้มาเป็นกรรมการในซีซั่นนี้

คนที่สอง ลีโอ เจ้าพ่อแห่งวงการแร็ปเปอร์ สกิลการแร็ปไม่เป็นสองรองใคร แน่นอนนับว่าเป็นอีกคนที่มีชื่อเสียงระดับโลก

คนที่สาม จันทร์จิรา เจ้าของเพลงระดับ 1,000 ล้านวิวหลากหลายเพลง เธอคว้ารางวัลเวทีมอบรางวัลเกี่ยวกับศิลปินมามากมาย และเธอยังเป็นนักร้องชื่อดังก้องโลกอีกหนึ่งคนของวงการ

คนที่สี่ บารอน อดีตสมาชิกวงบอยแบนด์ระดับโลก ทักษะการเต้น และร้องเพลงเรียกได้ว่าหาตัวจับได้ยาก

คนที่ห้า เจียงจวิน นักแต่งเพลง และดารารุ่นใหญ่ที่มีผลงานมาแล้วมากมายหลายผลงาน ในด้านการแต่งเพลงเขาฝากผลงานเอาไว้ในวงการมากมาย และแต่ละเพลงยังติดท็อปชาร์ตผู้ฟังสูงสุดอีกด้วย

“กติกาการแบ่งคลาสในรอบแรก เป็นรอบแสดงความสามารถทั้ง ร้อง เต้น และแร็ปให้กรรมได้ตัดสิน แบ่งตามคลาส S A B C D ไล่จากคลาสสูงไปคลาสต่ำ เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลาขอเชิญท่านแรกครับ หมายเลขหนึ่ง....” แอนดริวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บิ้วอารมณ์ผู้ฟังเช่นเคย

เมื่อมีเสียงเรียกชื่อ คนที่โดนเรียกก็ออกไปแสดงความสามารถให้กรรมการดูทันที ซึ่งเขามาแสดงในทักษะการร้องเพลง

“การร้องเพลงของคุณทำได้ดีเลยค่ะ แต่ยังคงต้องพัฒนาอีกเยอะฉันเชื่อว่าคุณจะพัฒนาได้ในระยะเวลานี้อย่างแน่นอน” จันทร์จิราเอ่ย

ส่วนกรรมการคนอื่น ๆ ก็มีความคิดเห็นส่วนตัวของตัวเอง เมื่อถึงเวลาลงคะแนนกรรมการทั้งห้าคนก็ลงคะแนนทันที โดยทั้งกรรมการทั้งห้าคนจะมีคะแนนให้กับผู้แข่งขันคนละ 20 คะแนน ซึ่งการแบ่งคลาสตามคะแนนมีดังนี้

1-20 แรงค์ D

21-40 แรงค์ C

41-60 แรงค์ B

61-80 แรงค์ A

81-100 แรงค์ S

เมื่อกรรมการลงคะแนนเสร็จ ก็ถึงเวลารวมคะแนน คะแนนจะปรากฏที่หน้าจอขนาดใหญ่บนเวที และคนแรกของรายการทำคะแนนไปได้ 65 คะแนนแรงค์ A

“ออก้านายว่าเด็กฝากคนนั้นจะอยู่แรงค์อะไรเหรอ” ฮยองเอ่ยถาม

“ผมว่าหากเขาทำได้ดีคงอยู่แรงค์สูง ๆ ละมั้งครับ” ออก้าเอ่ย

“อยากรู้จักเลยใครกันนะที่เป็นเด็กฝากของประธานบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์” ฮยองพูดเสียงเบา ๆ แต่คนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ย่อมได้ยินในสิ่งที่ ฮยองพูด เขาเองก็มีความสนใจในข้อมูลใหม่ที่ได้มา

จนเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ คนที่โดนเรียกออกไปคนแล้วคนเล่าจนในที่สุดก็ถึงชื่อของฮยอง

“เชิญหมายเลข 80 ฮยองครับ” พิธีกรเอ่ย

“หืม...ชื่อฉันละชื่อฉัน” ฮยองพูดกับออก้าอย่างดีใจ เมื่อพูดจบเขาก็เดินไปบนเวทีทันทีด้วยความตื่นเต้น

พอกรรมการให้ฮยองเริ่มแสดงความสามารถ ฮยองจากที่มีบรรยากาศดูเป็นคนขี้เล่นและซุกซนก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที การแสดงความสามารถในรอบนี้ฮยองโชว์ทักษะในการเต้นเพราะเป็นสิ่งที่เขาถนัดที่สุด

ท่าเต้นของฮยองเรียกได้ว่าเป๊ะตามต้นฉบับจนแม้แต่บารอนยังต้องพูดชมจากใจจริง ซึ่งผลสรุปแล้วฮยองได้คะแนนจากกรรมการไปถึง 89 คะแนนแรงค์ S เมื่อแสดงเสร็จเขาก็กลับมานั่งที่เดิมทันทีท่ามกลางสายตามากมายที่มองมาหา ฮยอง

“ไม่นึกเลยว่าพี่จะมีของขนาดนี้ฮาฮาฮา” ออก้าเอ่ยพลางหัวเราะเบา ๆ ออกมา

“ฉันบอกแล้วฉันนี่แหละเป็นลาสบอสของรายการ ฮาฮาฮา” ฮยองเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ

“เชิญหมายเลข 81 โอเนอร์” ทันทีที่กรรมการพูดจบ คนที่นั่งข้างฮยองก็ลุกออกไปทันที

ฮยองที่เห็นแบบนั้นถึงกับหน้าเหวอ เพราะก่อนหน้านี้เขาเพิ่งบอกกับออก้าไปว่าทักษะฝีมือของเขา แม้แต่คิม และโอเนอร์ที่เป็นตัวเต็งยังต้องหวาดกลัว เรียกได้ว่าเขาโม้ซะเยอะ โดยที่เจ้าตัวก็นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ เขา

หลังจากโอเนอร์โดนเรียกเขาก็ถอดแมสออกโอเนอร์เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหล่า ผมสีเทา ดวงตาสีดำ ผิวขาว แต่ก็ไม่ได้ขาวเท่าออก้า

การแสดงของโอเนอร์เป็นการแสดงโดยใช้ทักษะการเต้น ซึ่งเขาทำออกมาได้ดีมากจนกรรมการทั้งห้าคนเอ่ยปากชม คะแนนที่ได้จึงสูงมากถึง 100 คะแนนเต็ม เมื่อโอเนอร์แสดงจบเขาก็กลับมานั่งที่เดิมแต่รอบนี้ไม่ได้ใส่แมสแล้ว

“คะ...คุณโอเนอร์นี่เก่งจังเลยนะครับ” ฮยองเอ่ยด้วยท่าทีที่ดูเกร็ง ๆ

“นายเองก็เก่งเหมือนกันนะ” โอเนอร์พูดตอบฮยอง เรียกได้ว่าเขานั่งอยู่ตรงนี้ได้รู้เรื่องราวหลาย ๆ อย่างเยอะมาก ฮยองเป็นผู้ชายหน้าตาน่ารัก และพูดมาก แต่ถึงอย่างงั้นโอเนอร์ก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญเลยสักนิด

เมื่อได้มีโอกาสพูดคุย ฮยองก็ดึงโอเนอร์เข้าร่วมวงสนทนาทันที และเจ้าตัวก็ไม่ได้ปฏิเสธแถมยังพูดคุยแสดงความคิดเห็นกับฮยอง และออก้าเป็นครั้งคราว ไม่เหมือนตอนแรกที่นั่งฟังอย่างเดียว

พวกเขานั่งพูดคุยกันอยู่สามคนโดยไม่ให้รบกวนคนอื่น จนกระทั่งถึงคิวที่มีปัญหาของรายการ

“ผมคิดว่าผมเองก็ทำผลงานออกมาได้ดีทำไมผมถึงได้แรงค์ A เหรอครับ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ เขาเป็นผู้ชายผมยาวสีบลอนทอง หน้าตาก็จัดได้ว่าน่ารักดูงดงามเหมือนตุ๊กตาไม่มีผิด ผิวขาว ดวงตาสีดำ

“คุณร้องเพลงออกมาได้ไพเราะก็จริง แต่มันไม่ตรงตามมาตรฐานของพวกเราที่จะให้แรงค์ S เสียงของคุณไพเราะแต่ขาดการเว้นจังหวะ และทำนองเพลงคุณมักร้องไวกว่าดนตรีไปก้าวหนึ่งนั่นจึงเป็นเหตุผลที่คุณได้แรงค์ A อยู่ที่ 70 คะแนน” จันทร์จิราเอ่ย

“ผมขอแสดงใหม่”

“ไม่ได้การแสดงมีโอกาสเพียงรอบเดียว” เจียงจวินเอ่ย

“คนนั้นใครเหรอครับ” ออก้าเอ่ยถาม ส่วนสายตาของเขาก็มองไปที่เวทีที่กำลังดุเดือด

“ถ้าฉันจำไม่ผิดเป็นเด็กฝึกของค่าย TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์นี่แหละ จำได้ว่าเป็นเด็กฝึกมาไม่กี่ปีเองมั้งรู้สึกจะชื่อทอมมี่” ฮยองเอ่ยตามข้อมูลที่เขารู้มา

“เก่งจังเลยนะจำข้อมูลผู้เข้าแข่งขันได้ด้วย” โอเนอร์เอ่ย

“แน่นอนฉันอุตส่าห์นั่งอ่านรายชื่อผู้เข้าแข่งขันเลยนะว่ามีใครบ้าง และใครบ้างที่เป็นตัวเต็ง” ฮยองพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป