บทที่ 13 ตอนที่ 12 ไม่ได้แอ้มหรอก
“ว้าว...ห้องกว้างกว่าที่คิดไว้อยู่แฮะ” ฮยองเอ่ย เดิมทีเขาคิดว่าห้องจะต้องเล็กกว่านี้แน่ ๆ เพราะบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ขึ้นชื่อเรื่องความขี้งกสุด ๆ แต่ถึงอย่างงั้นห้องพักคลาส S ก็ดูเล็กกว่าห้องพักของบริษัทอันดับหนึ่งอยู่นิดหน่อย
เมื่อออก้า และฮยองเดินเข้ามาภายในห้องพวกเขาก็พากันเก็บข้าวของที่ตัวเองนำติดมาด้วย ออก้ามีของติดตัวมาไม่เยอะเท่าไหร่ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า
ส่วนฮยองรายนี้เรียกได้ว่าแทบจะขนของมาหมดบ้าน มีทั้งเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ เครื่องประดับ และครีมบำรุงมากกว่า 10 ชนิด หนังสือการ์ตูน และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ออก้าที่จัดของเสร็จแล้วจึงหันมาช่วยฮยองจัดของ
“พี่เอาของมาเยอะจังครับ” ออก้าเอ่ยถามเมื่อเขาช่วยฮยองจัดของเสร็จแล้ว
“ของมันต้องมี ทั้งครีมบำรุง เสื้อผ้า และที่สำคัญหนังสือการ์ตูน ในเมื่อใช้โทรศัพท์ไม่ได้หนังสือการ์ตูนสำคัญมาก ๆ เอาไว้แก้เหงา” ฮยองเอ่ย
“แต่ถ้าหากเราได้ปรับคลาสไปคลาสอื่นคงต้องใช้เวลาขนของนานน่าดู” ออก้าเอ่ย
“จริงด้วย!” ฮยองอุทานออกมาเขาเองก็ไม่คาดคิดถึงเรื่องนี้
“แต่ถ้าพี่รักษาคลาส S เอาไว้ได้ พี่จะได้อยู่ห้องนี้ยาว ๆ เลยนะครับ” ออก้าพูดต่อทันทีเมื่อเห็นว่าฮยองดูเหมือนจะลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป
“จริงด้วย ฉันจะกอดคลาส S ไว้แน่น ๆ เลยละ” ฮยองเอ่ย หากเขาไม่กอดคลาส S เอาไว้มีหวังได้ขนของจนเหนื่อยแน่ ๆ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว พวกเขาทั้งสองคนก็พากันเดินไปที่ส่วนกลางของคลาส S เพื่อทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ ภายในคลาส
ห้องส่วนกลางคลาส S
เมื่อออก้า และฮยองเดินมาถึงห้องส่วนกลางคลาส S พวกเขาก็พบกับบุคคลทั้งห้าคนที่รออยู่ภายในห้อง
“มาช้าจังนะ” โอเนอร์พูดทักทายเมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา ซึ่งเขาเองก็พอจะเดาได้ว่าทำไมทั้งสองคนถึงมาช้า เนื่องจากก่อนหน้านี้เขามองกระเป๋าเดินทางของทั้งสองคน ออก้านำมาเพียง 1 ใบ ส่วนฮยองนำมาถึง 3 ใบเขาจึงเดาได้ว่าสาเหตุที่มาช้าคงเพราะจัดของอยู่แน่ ๆ
“ขอโทษทีที่พวกเรามาช้า ยินดีที่ได้รู้จักฉันชื่อฮยอง” ฮยองกล่าวกับโอเนอร์ก่อนจะแนะนำตัวกับคนอื่น ๆ ภายในห้อง
“ผมออก้าครับ” ออก้าเอ่ยด้วยท่าทีเป็นมิตร
“ฉันโอเนอร์” เมื่อมีคนพูดเปิด โอเนอร์ก็พูดแนะนำตัวทันที สาเหตุที่เขาเพิ่งแนะนำตัวก็เพราะว่า ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในห้องส่วนกลางทุกคนก็เงียบกันหมด ไม่มีใครมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ไม่มีการพูดคุยโดยเฉพาะอัลฟ่าทั้งสามคนภายในห้อง
“ฉันคิม” คิมพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่ก็รอบประเมินฝีมือคู่ต่อสู้ไปพลาง ๆ โดยเฉพาะโอเนอร์และริชที่เป็นอัลฟ่าด้วยกัน
คิมเป็นอัลฟ่าหน้าตาหล่อเหลาผิวขาว สูง 188 เซนติเมตร คิมเป็นคนที่มีบุคลิกดูเย็นชา เขาแทบจะแสดงใบหน้านิ่ง ๆ อยู่ตลอดเวลา
“ผมริชครับยินดีที่ได้รู้จัก” ริชเป็นอัลฟ่าหน้าตาหล่อเหลาคมคาย ผิวสีน้ำผึ้ง สูงประมาณ 190 เซนติเมตร ริชเป็นคนที่มีบุคลิกดูเป็นคนขี้เล่น
“ผมไมค์ครับยินดีที่ได้รู้จักครับ” ไมค์เป็นเบต้า หน้าตาน่ารัก ผิวขาว สูงประมาณ 182 เซนติเมตร
“ผมอาร์มครับยินดีที่ได้รู้จัก” อาร์มเป็นเบต้าหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาว สูง 190 เซนติเมตรในสมัยเรียนเขามักจะมีปัญหากับอัลฟ่าอยู่บ่อย ๆ เพราะเขาเป็นเบต้าที่หน้าตาดีกว่าอัลฟ่าบางคน จนทำให้ทั้งเบต้าด้วยกันกับอัลฟ่าบางส่วนไม่ค่อยชอบเขาสักเท่าไหร่
เมื่อทุกคนแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็สรุปได้ว่าในคลาส S อาร์มมีอายุมากที่สุดคือ 25 ปี รองลงมาก็คือโอเนอร์อายุ 22 ปี ตามมาด้วยคิมอายุ 21 ปี ริชกับไมค์ และฮยองอายุ 20 ปี น้องสุดในคลาส S ก็คือออก้าอายุ 18 ปี
“เมื่อรู้จักกันแล้วพวกเราไปทานข้าวกันเถอะตั้งแต่ถ่ายทำจนถึงตอนนี้ก็ช่วงเย็นพอดี” อาร์มเอ่ยชวน
“ดีเลยผมก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” ไมค์พูดพลางใช้มือลูบไปที่หน้าท้องของตัวเอง เขาก็ไม่ได้ทานอาหารมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเย็น ทำให้ตอนนี้เขาหิวสุด ๆ
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ผู้เข้าร่วมรายการคลาส S ทั้ง 7 คนก็พากันไปทานอาหารที่ห้องอาหารของรายการ ซึ่งเป็นห้องทานอาหารรวมทำให้ที่นี่มีคนพลุกพล่านอยู่มากมาย
ทันทีที่ทั้ง 7 คนเดินเข้ามาภายในห้องอาหารทุกสายตาจากเด็กคลาสอื่นต่างพากันมองมาที่พวกเขา สายตาที่มองมามีทั้งสายตาชื่นชม และสายตาที่มุ่งร้าย
โต๊ะหนึ่งในห้องอาหาร
“คนที่ชื่อออก้าหน้าตางดงามชะมัด คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะมีคนหน้าตาแบบนี้บนโลกด้วย” โอเมก้าคลาส A คนหนึ่งเอ่ย
“นั่นสิ ฉันว่าเขาต้องได้เดบิวต์แน่ ๆ คิดแบบฉันไหมทอมมี่” โอเมก้าอีกคนเอ่ย
“อะ...อืม” ทอมมี่พูดออกมาแบบไม่ค่อยสบอารมณ์ เดิมทีเขาเองก็ถูกชมจากคนรอบข้างอยู่เสมอว่าเป็นคนหน้าตาดีกว่าโอเมก้าทั่ว ๆ ไป จนเขามาสมัครเข้าร่วมรายการนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าหน้าตาดีอย่างเดียวคงไปไม่รอด เขาเลยไปทำสัญญาบางอย่างกับประธานบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้เดบิวต์แน่นอน
แต่เรื่องที่ทำให้การดีลระหว่างเขากับประธานบริษัทเริ่มมีปัญหา ก็คือกรรมการ และพวกทีมงานผู้กำกับ รวมถึงโปรดิวเซอร์คนหนึ่งเนื่องจากพวกเขาไม่ใช่คนในบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ การจะช่วยเหลือเด็กฝากแบบเขาย่อมเป็นไปได้ยาก
แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่ได้กังวลมากสักเท่าไหร่ เพราะทีมงานทั่วไปกับโปรดิวเซอร์อีกสองคนที่มีอำนาจการตัดสินใจทิศทางของรายการ ยังคงเป็นคนของบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์อยู่ ซึ่งประธานบริษัทได้สั่งพวกเขาเอาไว้แล้วว่าทอมมี่จะต้องได้เดบิวต์
ทอมมี่แทบจะลอยตัวในรายการค้นหาไอดอล เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็ได้เดบิวต์แน่ ๆ ด้วยเอกลักษณ์ และความสามารถที่เขามี มันทำให้เขาสามารถเดบิวต์ได้อย่างแน่นอน
แต่แล้วการปรากฏตัวของโอเมก้าที่ชื่อว่าออก้า ก็เริ่มทำให้ทอมมี่รู้สึกกังวล เนื่องจากทั้งทอมมี่ และออก้ามีส่วนที่คล้ายกันอยู่ก็คือสีผม ทอมมี่ทำสีผมสีทองประกายเพื่อให้ดูงดงาม และโดดเด่นในรายการ
แต่พอออก้ามาปรากฏตัวทั้งสีผม สีตา สีผิว หน้าตา รูปลักษณ์ ล้วนแต่ดูงดงามโดดเด่นไปหมด ทำให้ทอมมี่ดูหมองทันตา และแน่นอนว่าจะต้องมีคนเปรียบเทียบระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอย่างแน่นอน และที่สำคัญทอมมี่ไม่สามารถสั่งตากล้องไม่ให้ถ่ายออก้าได้ เนื่องจากคนพวกนั้นไม่ใช่คนของเขา
ทอมมี่จึงตั้งธงเอาไว้ในใจ ว่าจะต้องกำจัดออก้าโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าหากออก้าเข้ารอบลึก ๆ ได้การกำจัดออก้าก็ยิ่งทำได้ยากขึ้นอย่างแน่นอน
“พวกเราไปเลือกอาหารทานกันหน่อยดีกว่า” ทอมมี่เอ่ยชวนโอเมก้าอีกสองคนที่อยู่คลาส A ด้วยกัน
ทางด้านฝั่งของออก้า
ออก้า และคนอื่น ๆ ต่างก็แยกกันไปเลือกอาหารที่ตัวเองอยากทาน ออก้าเลือกที่จะมาทานอาหารในโซนของประเทศ T เพราะเป็นอาหารที่เขาชื่นชอบมากที่สุด เมนูที่เขาเลือกมาทานก็คือข้าวผัดกะเพราทะเลใส่ไข่ดาว
แต่ในขณะที่ออก้าจะยกจานอาหารของตัวเองไปที่โต๊ะ ที่พวกเขาตกลงกันไว้ว่าจะนั่งด้วยกันออก้าก็สังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางเขา ซึ่งออก้าก็ได้ระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเพราะเขาสังหรณ์ใจว่าคนกลุ่มนี้อาจจะมาหาเรื่องเขาก็ได้
ออก้ามองทั้งสามคนที่กำลังเดินมาทางเขาอยู่แวปหนึ่ง สิ่งที่เขาสังเกตเห็นก็คือเชือกรองเท้าของผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มไม่ได้ผูกมัดปมเอาไว้ให้เรียบร้อย เมนูที่ผู้ชายที่ไม่ได้ผูกเชือกรองเท้าถือก็คือเมนูแกง เนื่องจากออก้าสังเกตเห็นน้ำแกงที่เต็มอยู่ในถ้วยจนใกล้จะล้นออกมา
‘ถ้าจำไม่ผิดคนที่ไม่ได้ผูกเชือกรองเท้าน่าจะชื่อว่าทอมมี่สินะ’ ออก้านึกในใจ เขาเองก็เตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้วหากเป็นไปตามที่เขาคิด
ทันทีที่ทอมมี่เดินเข้ามาใกล้จะถึงออก้า จู่ ๆ ทอมมี่ก็เกิดสะดุดเชือกรองเท้าของตัวเอง ทำให้ทั้งถาดอาหาร และน้ำแกงกำลังจะไปโดนออก้าซึ่งออก้าระวังตัวไว้ตลอดเวลา และเขามีลางสังหรณ์ว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ออก้าจึงใช้ความรวดเร็วหลบถาดอาหาร และน้ำแกงที่พุ่งมาหาเขาอย่างทันท่วงที ทำให้ออก้าไม่ได้โดนน้ำแกงร้อน ๆ ลวกใส่ ซึ่งหากเขาช้ากว่านี้คงไม่พ้นโดนน้ำแกงร้อน ๆ ลวกแน่นอนเพราะทิศทางที่น้ำแกงหกมันคือทิศทางที่เขาเคยยืนอยู่พอดี
เสียงดังโครมครามทำให้ผู้คนในห้องอาหารต่างหันมาสนใจจุดกำเนิดเสียง ในตอนนี้ผู้เข้าร่วมรายการก็ต่างมองมาทางออก้า และกลุ่มทอมมี่เป็นทางเดียวกัน
โอเมก้าอีกสองคนที่เดินตามทอมมี่มาพวกเขาก็ตกใจว่าทอมมี่เป็นอะไรไป จึงพยายามจะดึงตัวทอมมี่ขึ้นเพราะตัวของทอมมี่เองก็เปื้อนน้ำแกงของตัวเองไปบางส่วน
“ให้ผมช่วยไหมครับ” ออก้ายื่นมือออกไปให้ทอมมี่พยุงตัวขึ้นด้วยท่าทีเป็นมิตร แม้ในใจของเขาจะว่าทอมมี่เป็นร้อย ๆ รอบแล้วก็ตาม
ออก้าเองก็พอรู้ว่าทอมมี่จงใจทำให้น้ำแกงหกใส่เขาแน่ ๆ เพราะหากมาคิดดูดี ๆ แล้ว ทุกอย่างดูเหมือนจะลงล็อคทั้งหมด
ทอมมี่ที่ผูกเชือกรองเท้าไม่เรียบร้อยทั้ง ๆ ที่แต่งตัวเนี๊ยบมาก สายตาที่มองระหว่างเดินไม่ได้มองมาที่พื้น แต่มองมาที่เขาราวกับว่ากำลังกะระยะ และเมื่อได้ระยะที่ต้องการจู่ ๆ ทอมมี่ก็สะดุดล้มราวกับเป็นอุบัติเหตุ
แต่ก่อนหน้านี้ทอมมี่เดินมาได้โดยที่ไม่สะดุดล้มเลย แสดงว่าทอมมี่ต้องรู้อยู่แล้วว่าเชือกรองเท้าผูกไม่เรียบร้อย เขาจึงเดินมาอย่างระมัดระวังมาโดยตลอด
“ขะ...ขอบคุณครับแต่ผมลุกขึ้นเองไหวอยู่ครับ “ ทอมมี่พูดตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ในใจของเขาร้อนรุ่มดังไฟ เพราะมันไม่เป็นไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้ และที่สำคัญเสื้อผ้าราคาแพงของเขายังต้องเปื้อนน้ำแกงอีกด้วย
“งั้นผมไปก่อนนะครับ คราวหน้าผูกเชือกรองเท้าให้ดี ๆ นะครับ จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก” ออก้าพูดจบก็เดินแยกออกไปทันทีทิ้งให้ทอมมี่ยืนกัดฟันด้วยความโกรธอยู่อย่างงั้น ส่วนโอเมก้าอีกสองคนก็คอยถามอาการของทอมมี่ด้วยความเป็นห่วง
‘จะเล่นงานฉันยังเร็วไปร้อยปี’ ออก้าเอ่ยในใจ
เขาเองก็พอรู้อยู่แล้วว่าแผนของทอมมี่คืออะไร เพราะทันทีที่เขาโดนน้ำแกงหกใส่นั่นไม่ใช่จุดประสงค์หลักในการกลั่นแกล้ง แต่ผลที่จะตามมาหลังจากนั้นต่างหากที่ทอมมี่เฝ้ารอคอย
เพราะหากเขาที่โดนน้ำแกงหกใส่เกิดความโมโห หรือด่าทอทอมมี่ แต่ทอมมี่แสดงด้วยท่าทีที่น่าสงสาร เขารับรองได้เลยว่าสังคมจะรุมโจมตีคนที่ด่าทอทอมมี่ก่อนแน่ ๆ
บวกกับรายการชอบดราม่าเขามั่นใจว่าต้องมีกล้องแอบซ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ อย่างแน่นอน และทอมมี่ก็เป็นเด็กเส้นของประธานบริษัท เรื่องกล้องคงรู้อยู่แล้วว่ามีซ้อนไว้ตามจุดต่าง ๆ
