บทที่ 14 ตอนที่ 13 ข้อเสนอ
หลังจากที่ออก้าเดินแยกตัวออกมาจากจุดเกิดเหตุ เขาก็เห็นฮยอง และโอเนอร์กำลังเดินสวนมาทางเขาพอดี
“ฉันมาทันรึเปล่า ไหนคนไหนมาแกล้งนายกันเดี๋ยวฉันจะอัดให้น่วมเลย” ฮยองเอ่ย พลางทำท่าชกมวยไปด้วย
ฮยอง และคนอื่น ๆ ในตอนแรกกะจะออกตามหาออก้า เพราะออก้ามาที่โต๊ะช้าพวกเขากลัวว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นมา แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะลุกออกไปตามหาออก้า พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังโครมครามพร้อมกับได้ยินเสียงผู้เข้าร่วมรายการคนอื่น ๆ ว่ามีคนสะดุดล้ม
ไปโดนโอเมก้าตาสีม่วงผมสีบลอนด์ทองประกายหน้าตางดงาม ซึ่งพวกเขาก็เดาได้ทันทีว่าเป็นใคร เพราะในรายการคนที่มีดวงตาสีม่วงมีเพียงออก้าเพียงคนเดียว ฮยอง และโอเนอร์จึงเป็นตัวแทนของกลุ่มเป็นคนออกไปดูออก้า
“อุบัติเหตุนิดหน่อยแต่ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ” ออก้าเอ่ย
“นายแน่ใจนะ ฉันได้ยินมาว่าคนที่สะดุดล้มใส่นายคือทอมมี่” ฮยองเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะการมีเรื่องกับเด็กเส้นย่อมสร้างความยุ่งยากให้ออก้าอย่างแน่นอน
“แน่ใจครับพวกเราไปทานข้าวกันเถอะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วพรุ่งนี้ทางรายการน่าจะบอกหัวข้อถัดไป” ออก้าเอ่ย
หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันไปทานข้าวแล้ว กลับที่พักเพื่อไปพักผ่อน
เช้าวันถัดมา
ออก้าตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าเพื่อมาออกกำลังกาย และทำธุระส่วนตัว เมื่อออก้าทำธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จแล้วเขาก็ปลุกฮยองให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ
“พี่ฮยองครับตื่นได้แล้วครับ” ออก้าเอ่ยเรียกพลางใช้มือเขย่าฮยองเบา ๆ
“อื่ม....ขออีกนิด” ฮยองพูดออกมาโดยไม่แม้แต่จะลืมตาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
ออก้าที่เห็นท่าทีของฮยองเป็นแบบนี้มุมปากของเขาก็ยกยิ้มออกมา เนื่องจากเขาเองก็กำลังนึกถึงช่วงเวลาในชีวิตก่อนที่เขาต้องคอยมาปลุกเด็ก ๆ ไปทำกิจกรรมในค่ายของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเด็ก ๆ เหล่านั้นตอบแบบเดียวกันกับที่ฮยองตอบแล้วทุกครั้งจะลงเอยด้วยการตื่นสาย
ออก้าก็รู้ว่าขืนเป็นแบบนี้ฮยองคงไม่ตื่นมาง่าย ๆ แน่นอน และหากไม่รีบปลุกให้ฮยองตื่นการทำกิจกรรมของฮยองก็อาจจะสายได้ เพราะวันนี้ต้องไปรวมตัวกันที่ฮอลล์ใหญ่ เพื่อออกกำลังกายร่วมกับผู้เข้าร่วมรายการคนอื่น ๆ ตอนเจ็ดโมงเช้า
“ไม่อยากใช้วิธีนี้เลย” ออก้าพูดพึมพำออกมา
ออก้าเมื่อตัดสินใจหาวิธีการปลุกฮยองได้แล้ว เขาก็เดินอ้อมไปที่เตียงของฮยองแล้วขึ้นไปยืนบนเตียงนอนของฮยอง จากนั้นเขาก็กระโดดให้เตียงของฮยองสั่นให้ได้มากที่สุด
แม้ในตอนแรกออก้าไม่อยากจะทำเพราะหากนับอายุจริง ๆ ของเขาแล้ว การทำแบบนี้ค่อนข้างเสียภาพลักษณ์คนแก่อายุ 100 กว่าปีไม่น้อยแต่เมื่อตอนนี้เขายังเป็นเด็กหนุ่มที่มากไปด้วยพละกำลัง อีกอย่างไม่มีใครรู้ว่าเขาอายุ 106 ปี ออก้าจึงเริ่มรู้สึกไม่ได้เขินอายสักเท่าไหร่
‘แบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ’ ออก้านึกในใจแล้วก็กระโดดบนเตียงของฮยอง พลางหัวเราะออกมานิดหน่อย หากเป็นชีวิตก่อนเขาคงทำแบบนี้ไม่ได้แน่ ๆ เพราะกระดูกไม่เอื้ออำนวย
“พอแล้ว ๆ ตื่นแล้ว ๆ ” ฮยองพูดออกมาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
หลังจากนั้นออก้าก็หยุดกระโดด ถึงแม้ในใจของเขาอยากจะกระโดดต่ออีกสักนิดหนึ่งก็ตามเพราะนานมากแล้วที่เขาไม่ได้ทำอะไรแบบนี้ ในชีวิตก่อนพอเริ่มแก่ตัวกระดูกก็ไม่เหมือนเดิม เขาจึงใช้ชีวิตเป็นคนแก่ที่เชื่องช้า ใช้ชีวิตชิว ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้มีการทำกิจกรรมผาดโผนมากมาย
“พี่มีเวลาอีก 40 นาทีนะครับ” ออก้าเอ่ยเตือน
“ครับ ๆ คุณแม่” ฮยองพูดแซวแล้วเดินไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองทันที เมื่อทั้งสองคนทำธุระส่วนตัวเสร็จ พวกเขาก็พากันเดินไปที่ห้องส่วนกลางของคลาส S เพื่อที่จะได้เดินไปที่ฮอลล์ใหญ่ด้วยกัน ชุดที่พวกเขาใส่ในตอนนี้เป็นชุดที่ทางรายการเตรียมไว้ให้ เป็นชุดวอร์มสีดำมีโลโก้ของรายการสำหรับการออกกำลังกายในช่วงเช้า
ฮอลล์ใหญ่
ในตอนนี้ผู้เข้าร่วมรายการทั้ง 100 คนกำลังทยอยเข้ามาภายในฮอลล์ จุดประสงค์ของรายการก็เพื่อที่จะได้ทำให้ผู้เข้าร่วมรายการมีสัมพันธ์ไมตรีที่ดีต่อกัน
และทางรายการจะได้เก็บภาพฟูตเทจไปใส่ในวิดีโอแต่ละอีพี เพื่อให้คลิปไม่สั้นจนเกินไป และยังเป็นการเอาใจแฟนคลับของแต่ละคนที่ต้องการรู้การเคลื่อนไหวของเมนตัวเองอีกด้วย
การออกกำลังกายที่ทางรายการจัดมาให้เป็นการออกกำลังกายที่ไม่ได้หนักมากนัก ใช้เวลาเพียง 30 นาทีในการออกกำลังกาย เมื่อการออกกำลังกายสิ้นสุดลงทีมงานคนหนึ่งก็เดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อแจ้งหัวข้อถัดไป
“สวัสดีผู้เข้าร่วมรายการทุกท่าน หัวข้อถัดไปที่จะเป็นตัวกำหนดการแข่งขันทางเราได้นำไปวางไว้ที่ห้องส่วนกลางของแต่ละคลาสเรียบร้อยแล้วครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ” ทีมงานพูดจบก็ลงจากเวทีทันที
เมื่อทีมงานพูดจบผู้เข้าร่วมรายการกว่า 100 ชีวิตก็พากันไปที่ห้องส่วนกลางของคลาสตัวเองทันที ซึ่งบรรยากาศทั้งหมดมีตากล้องเดินตามและถ่ายวิดีโออยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะได้ไม่พลาดฉากสำคัญ
ห้องส่วนกลางคลาสA
ผู้เข้าร่วมรายการคลาส A ทั้ง 25 คนหลังจากทางรายการปล่อยกลับมาที่ห้องส่วนกลางของตัวเอง พวกเขาก็รีบพากันวิ่งมาดูโจทย์ที่ทางรายการบอกเอาไว้ ซึ่งทันทีที่พวกเขาเข้ามาภายในห้องส่วนกลางบนโต๊ะตัวกลมที่อยู่กลางห้อง
ก็มีกระดาษจดหมายสีดำตั้งเอาไว้อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าใครที่หยิบเปิดอ่านได้เป็นคนแรกย่อมได้แอร์ไทม์เยอะกว่าคนอื่น ๆ เพราะเหตุนี้ทุกคนจึงรีบพากันมาที่ห้องส่วนกลาง
สำหรับคลาส A คนที่สามารถหยิบจดหมายสีดำมาเปิดอ่านได้คนแรกก็คือทอมมี่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากอัลฟ่าทั้งสองคนในคลาส A ปล่อยฟีโรโมนกดข่มเบต้า และโอเมก้าเอาไว้ ถึงแม้ทั้งสองคนจะเป็นอัลฟ่าธรรมดา ๆ แต่ก็มีแรงกดดันที่ส่งผลต่อเบต้า และโอเมก้าได้อยู่ดี
ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ถูกตัดออกจากวิดีโอในอีพีหน้า เนื่องจากโปรดิวเซอร์อีกสองคนไม่ยอมให้ออกฉาย ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์อีกคนก็ไม่สามารถคัดค้านได้ โดยโปรดิวเซอร์ทั้งสองคนให้เหตุผลว่าการที่อัลฟ่าปล่อยฟีโรโมนกดดันคนอื่นจะทำให้ภาพลักษณ์ของรายการ และบริษัทดูไม่ดี เรื่องที่เกิดขึ้นจึงมีเพียงแค่บุคคลภายในรายการเท่านั้นที่รู้
“เอาละครับเรามาดูกันดีกว่าว่าโจทย์ในรอบนี้จะเป็นโจทย์อะไร” ทอมมี่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พลางยิ้มอย่างสดใสด้วยท่าทางที่ดูน่ารักทำให้สามารถตกแฟนคลับบางส่วนได้ไม่น้อย
ส่วนคนอื่น ๆ ในคลาส A บางคนก็ไม่ได้ชอบทอมมี่ แต่คนที่ชอบทอมมี่ส่วนใหญ่เป็นเบต้าในคลาส A เพราะหลงเสน่ห์ในความน่ารักของทอมมี่ส่วนโอเมก้าอีกทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนของทอมมี่ที่เพิ่งได้รู้จักกันในคลาส A
ย้อนอดีตกลับไปช่วงออกกำลังกายในตอนเช้า
“พวกนายอยากเดบิวต์รึเปล่าละ” เสียงของทอมมี่พูดเบา ๆ กับอัลฟ่าทั้งสองคนเขาจงใจเลือกมาออกกำลังกายข้าง ๆ อัลฟ่าทั้งสองคน
อัลฟ่าทั้งสองคนทันทีที่ได้ยินโอเมก้าหน้าหวานพูดขึ้นมา ในขณะที่กำลังออกกำลังกายด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ในตอนแรกก็คิดจะเมินแต่เมื่อโดนทอมมี่พูดหว่านล้อมอีกครั้ง พวกเขาก็เริ่มพูดคุยบทสนทนากันขึ้นมา
“อื่ม...ถ้านายทั้งสองคนอยากเดบิวต์ฉันช่วยได้นะเห็นว่ากำลังไม่มีเงินไม่ใช่เหรอ” ทอมมี่พูดจี้จุด
เขาเองก็สืบประวัติผู้เข้าร่วมรายการมาเหมือนกัน เพื่อหาคู่แข่งที่น่าจะอันตรายจะได้กำจัดทิ้งตั้งแต่เนิ่น ๆ เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลพวกนี้ได้ ก็เพราะรู้จักกับประธานบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นการส่วนตัว
ทอมมี่มองอัลฟ่าทั้งสองคน อัลฟ่าทั้งสองคนมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน อัลฟ่าอีกคนที่มีผมสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาว สูง 189 เซนติเมตร หน้าตาจัดได้ว่าหล่อเหลาตามฉบับประเทศ J เขามีชื่อว่า อิชิ เป็นคนประเทศ J
ส่วนอัลฟ่าอีกคน ผมสีดำ ดวงตาสีดำ ผิวขาวแต่ขาวน้อยกว่าอิชิ สูง 195 เซนติเมตร หน้าตาหล่อเหลาคมคายเขามาจากประเทศ J เช่นเดียวกันชื่อว่า ฮอนดะ
ทั้งสองคนมาสมัครเข้าร่วมรายการพร้อมกันเนื่องจากทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันที่สนิทกันมาก ๆ ครอบครัวของทั้งสองคนต่างก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว จึงมาตั้งตัวใหม่ที่ประเทศ T และตอนนี้เงินของพวกเขากำลังจะหมดเลยมาสมัครรายการนี้
ทั้งฮอนดะ และอิชิก็กำลังลังเลกับคำพูดของทอมมี่ จริงอยู่ที่พวกเขาอยากจะเดบิวต์ด้วยการแข่งขันที่ใสสะอาด แต่หลังจากดูฝีมือของคนอื่น ๆ พวกเขาก็เริ่มกังวลเกี่ยวกับการเดบิวต์ในครั้งนี้เพราะนี่คือความหวังสุดท้ายของพวกเขาในการหาเงิน
“ว่าไง ถ้าพวกนายช่วยฉันแล้วละก็ ฉันจะพาพวกนายเดบิวต์เองเชื่อใจฉันได้เลย” ทอมมี่พูดหว่านล้อมอีกครั้ง
“มีหลักประกันอะไรว่าพวกเราทำตามที่นายพูดแล้วจะได้เดบิวต์” อิชิเอ่ยถาม
“หลักประกันเหรอแสดงว่าพวกนายไม่รู้จักตระกูลของฉันสินะ” ทอมมี่เอ่ย เขาเองก็พอเข้าใจว่าทำไมทั้งสองคนดูไม่รู้จักเขา น่าจะเพราะเป็นต่างชาติ
“ไม่รู้จัก” ฮอนดะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“เอาเป็นว่าพวกนายฟังข้อเสนอของฉันก่อนนะกัน...ถ้าพวกนายช่วยอำนวยความสะดวกให้ฉันไม่ว่าจะเป็นเกมของทางรายการ หรือแย่งช่วงเวลาในการได้แอร์ไทม์ หรือขัดขวางใครบางคนฉันจะพาพวกนายเดบิวต์เอง” ทอมมี่เอ่ย
ทั้งอิชิ และฮอนดะมองดูทอมมี่อย่างไม่เชื่อใจ เพราะในตอนนี้ทอมมี่มีเพียงแค่คำพูดไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าทอมมี่จะสามารถพาพวกเขาเดบิวต์ได้เลย
ส่วนทอมมี่ก็มองดูทั้งสองคน เขาก็พอจะดูออกว่าทั้งสองคนไม่มั่นใจคำพูดของเขา หลังจากออกกำลังกายเสร็จทอมมี่จึงให้ทั้งสองคนเดินตามเขามา ทอมมี่พาอัลฟ่าทั้งสองคนเดินไปหาทีมงานของบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์
“ยืนบื้ออะไรเอาโทรศัพท์มาให้ฉัน” ทอมมี่พูดด้วยน้ำเสียงดุ ๆ ให้พนักงานบริษัทเอาโทรศัพท์มาให้เขา ซึ่งพนักงานคนนั้นก็ทำตามที่ทอมมี่บอกแล้วนำโทรศัพท์มาให้ทอมมี่
“เห็นไหมทีนี้มั่นใจรึยัง” ทอมมี่เอ่ย
ทั้งฮอนดะ และอิชิก็เริ่มมั่นใจในสิ่งที่ทอมมี่พูด เพราะคนที่สามารถสั่งทีมงานได้ และยังสั่งให้เอาโทรศัพท์ของตัวเองมาได้แสดงว่าทอมมี่ต้องมีสถานะไม่ธรรมดา ทั้งสองคนจึงตอบตกลงที่จะร่วมมือกับทอมมี่
“ตกลง” ฮอนดะและอิชิเอ่ยพร้อมกัน
