บทที่ 15 ตอนที่ 14 แข่งรอบทีม
“พวกนายคิดถูกแล้ว เอาละรีบไปกันดีกว่าก่อนที่จะมีคนอื่นสงสัย” ทอมมี่พูดจบก็เดินออกไปจากมุมอับสายตาทันที ส่วนฮอนดะ และอิชิก็เดินตามทอมมี่แยกตัวออกมาในภายหลัง
ซึ่งทอมมี่ไม่ได้ทำข้อตกลงเฉพาะฮอนดะ และอิชิเขายังทำข้อตกลงกับเบต้าบางคนอีกด้วยเขาเองก็รู้ว่าไม่สามารถเอาชนะคลาส S ในตอนนี้ได้ แม้เขาจะใช้เส้นสายแต่แน่นอนว่าหากเขาได้เดบิวต์ก็คงค้านสายตา
เพราะฉะนั้นเขาจึงทำข้อตกลงกับคนอื่นให้สนับสนุนเขา ทั้งแอร์ไทม์ และกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะการกำจัดเหล่าตัวเต็งโดยใช้คนอื่นแทน
เนื่องจากในด้านขีดจำกัดความสามารถทางกายภาพของเขา ไม่อาจจะเอาเบต้า หรืออัลฟ่าลงได้ มีแต่ต้องใช้เบต้า และอัลฟ่าด้วยกันในการต้านคนเหล่านั้น
กลับมาสถานการณ์ปัจจุบัน
“โอ้โห...ดูเหมือนว่าการแข่งขันรอบถัดไปจะเป็นรอบทีมนะครับ” ทอมมี่พูดอธิบายกับคนในคลาส A
ส่วนทางด้านทีมงานก็อัดวีดีโอของทอมมี่และคนอื่น ๆ ไว้ทุกมุมในคลาส A คนที่ได้แอร์ไทม์เยอะที่สุดก็คือทอมมี่ไปโดยปริยาย
ห้องส่วนกลางคลาส S
คลาส S นับว่าไม่ได้วุ่นวายเหมือนคลาสอื่น ๆ เพราะพวกเขาให้คนที่อายุมากที่สุดเป็นคนเปิดซองจดหมาย
“ดูเหมือนจะเป็นการแข่งขันแบบทีม” อาร์มพูดให้กับทุกคนฟังด้วยน้ำเสียงทุ้ม ๆ
การแข่งขันแบบทีมในรอบนี้กติกาก็คือการสุ่มแบบจับฉลากหัวข้อในรอบแข่งทีม มีทั้งหมดห้าหัวข้อ ซึ่งเป็นหัวข้อของกรรมการทั้งห้าคน แบ่งออกเป็นห้าทีมทีมละยี่สิบคน ในรอบนี้กรรมการจะคัดคนที่ฝีมือห่วยที่สุดในแต่ละหัวข้อออกทั้งหมดยี่สิบคน กรรมการทั้งห้าคนมีหัวข้อการแข่งขันดังนี้
นาตาเซีย หัวข้อของเธอคือการเต้นโคฟเวอร์เพลงฮิตในช่วงนี้คือเพลง นานา เป็นเพลงของศิลปินวงบอยแบนด์ที่มีสมาชิก 7 คนในวง เพลงนานาชื่อเพลงเป็นการเล่นคำพ้องเสียง เป็นเพลงที่เล่าเรื่องราวของช่วงชีวิตที่มีแต่ความสนุก ทำนองเพลงสนุกครึกครื้นทำให้มีผู้คนจำนวนมากมักจะเปิดในงานปาร์ตี้อยู่บ่อย ๆ และท่าเต้นของเพลงนี้ก็ล้วนมีความยาก เพราะต้องใช้ความสามารถในการเต้นอยู่พอสมควร หากใครไม่ถนัดเต้นก็เตรียมตัวออกจากรายการได้เลยหากได้หัวข้อนี้ไป
ลีโอ หัวข้อของเขาคือการแร็ปซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นการแร็ปที่ดุดัน เพลงที่จะใช้ก็คือเพลง สัตว์ แม้ชื่อเพลงจะเขียนว่าสัตว์ แต่ความหมายของเพลงไม่มีเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตพวกสัตว์เลย ในเนื้อเพลงคือคำด่าที่ลีโอแต่งแร็ปไปด่าศิลปินแร็ปเปอร์ที่มีปัญหากับเขา ในตอนแรกเขาก็กะจะแต่งตอบโต้ศิลปินคนนั้น แต่พอเพลงนี้ปล่อยออกไปกลับโด่งดังอย่างถล่มทลาย เพราะเป็นเพลงที่หนักไปทางการใช้เสียงเบสที่ดุดัน ผู้ฟังจึงรู้สึกสนุกไปด้วยแม้ในเพลงจะเต็มไปด้วยคำด่า
จันทร์จิรา หัวข้อของเธอคือการร้องเพลงและเพลงที่เธอใช้คือเพลง เดอะมูน เป็นเพลงที่เกี่ยวกับเรื่องราวความรักของชายหนุ่มกับหญิงสาวที่พบรักกันในวันพระจันทร์เต็มดวง เพลงเดอะมูนเป็นเพลงโรแมนติก ทำนองค่อนข้างช้าจุดเด่นของเพลงนี้คือการใช้พลังเสียง และจุดที่ยากที่สุดคือท่อนไฮโน้ตที่ต้องใช้พลังเสียงเยอะมาก ๆ และที่สำคัญต้องไพเราะอีกด้วย
บารอน หัวข้อของเขาก็คือการเต้น และร้องเพลง เพลงที่เขาจะเลือกใช้คือเพลง ดูฉันสิ เป็นเพลงของวงบอยแบนด์วงหนึ่งทำนอง และเนื้อเพลงเต็มไปด้วยความเซ็กซี่ ความยากของหัวข้อนี้คือการแสดงสีหน้าท่าทางที่จะให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความเซ็กซี่ เนื้อเพลงบอกเล่าถึงคืนวันไปเที่ยวที่สนุกสุดเหวี่ยงกับเพื่อนที่เจอกันในสถานที่บันเทิง
เจียงจวิน หัวข้อของเขาคือการร้องเพลงที่มีความไพเราะเสนาะหู และเพลงที่เขาเอามาเป็นหัวข้อก็คือเพลง ดวงจันทร์ เป็นเพลงโบราณที่ถูกดัดแปลงใหม่ ซึ่งเจ้าของผลงานก็คือเจียงจวินดนตรีที่ใช้ในเพลงนี้เป็นดนตรียุคโบราณผสมกับยุคสมัยใหม่ ท่วงทำนองการร้องที่เชื่องช้าเขาก็ปรับทำนองใหม่ให้มีความเร็วมากยิ่งขึ้น ความยากของเพลงนี้ก็คือการใช้เทคนิคในการร้องที่มีหลากหลายทั้งการใช้เสียง สูง กลาง ต่ำ และการผสานเสียง เรียกได้ว่าหากเพลงนี้ขาดความสามัคคีในการร้องเพลงผสานเสียง ทีมที่ได้เพลงนี้ไปก็อาจจะได้คะแนนน้อยยกทีม
เมื่ออาร์มอ่านอธิบายกฎในการแข่งขันรอบถัดไปให้กับทุกคนฟังเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็มีสีหน้ากังวลออกมาทันที เพราะแต่ละเพลงก็มีความยากในตัวเอง
“อีก 1 ชั่วโมงขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านมาพร้อมกันที่สตูดิโอ เพื่อเตรียมถ่ายทำในการคัดเลือกทีม และเลือกโจทย์ที่ใช้ในการแข่งขัน” เสียงของทีมงานพูดผ่านเสียงตามสาย
“ไวจริง ๆ งั้นอีก 50 นาทีมาเจอกันที่นี่นะ” อาร์มบอกกับทุกคนในคลาส S ซึ่งทุกคนก็ตอบตกลง
หลังจากอาร์มนัดเวลานัดพบแต่ละคนในคลาส S ก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองเพื่อเตรียมตัวอัดรายการในอีก 1 ชั่วโมง ชุดที่พวกเขาใส่เป็นชุดที่ต้องเตรียมกันมาเอง เพราะทางรายการให้อิสระในการแต่งตัว อีกเหตุผลหนึ่งคือต้องการประหยัดเงินในการทำชุด
ในด้านคลาสอื่น ๆ คลาส B C และคลาส D หลังจากที่พวกเขาออกกำลังกายเสร็จ ก็รีบกลับเข้าห้องส่วนกลางของแต่ละคลาสทันที เพื่อหาคำใบ้ในการแข่งรอบถัดไป ซึ่งทันทีที่พวกเขาเข้ามาในห้องส่วนกลาง
พวกเขาก็เห็นจดหมายสีดำตั้งเอาไว้อยู่บนโต๊ะ แต่ละคนล้วนแล้วแต่อยากจะเป็นผู้เปิดซองจดหมาย เพราะคนที่เปิดจะได้แอร์ไทม์เยอะมากที่สุด ซึ่งกว่าจะได้คนที่เป็นคนเปิดซองจดหมายก็วุ่นวายน่าดู
แต่เพราะแบบนี้ผู้กำกับทรีโอจึงได้ฉากเด็ด ๆ เพิ่ม เพราะคลาส B C D ต่างก็ใช้เกมในการตัดสินว่าใครจะเป็นคนอ่านซองจดหมาย ทำให้รายการไม่ค่อยน่าเบื่อ แต่กว่าที่พวกเขาจะเลือกคนเปิดซองจดหมายได้ เสียงประกาศตามสายของทีมงานก็ดังขึ้น พวกเขาจึงรีบอ่านผ่าน ๆ แล้วพากันไปเปลี่ยนชุดทำธุระส่วนตัวในการถ่ายทำรอบถัดไป
50 นาทีผ่านไป
เมื่อทุกคนในคลาส S ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว พวกเขาก็มารวมตัวกันที่ห้องส่วนกลางทันทีแต่ละคนก็ใส่ชุดของตัวเองออกมาได้อย่างดูดีตามสไตล์ของตัวเอง
ออก้ามาในลุคที่ดูสบาย ๆ ใส่กางเกงสแลคสีดำ เสื้อคอปกสีขาวปลดกระดุมสองเม็ด เผยให้เห็นหน้าอกที่ขาวผ่อง ผมที่ยาวก็รวบมัดไว้ด้านหลังเป็นหางม้า ภาพลักษณ์ของออก้าในตอนนี้จึงดูเท่
ซึ่งแตกต่างจากโอเมก้าคนอื่น ๆ ที่แต่งตัวออกไปแนวน่ารัก หรือไม่ก็สวยงามโอเมก้าที่แต่งตัวลุคเท่ ๆ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ เพราะค่านิยมในการแต่งตัวของโอเมก้าที่นิยมแต่งตัวแบบน่ารัก สวยงาม หรือไม่ก็เซ็กซี่มากกว่า
ทั้ง 6 คนพอเห็นลุคที่ออก้าแต่งออกมาก็ยอมรับว่าออก้าน่ามองสุด ๆ ทุกอย่างดูดี และลงตัวไปหมด สายตาที่มองมาจึงมีแต่สายตาที่ชื่นชอบ และชื่นชมในการแต่งตัวของออก้า
“ฉันว่าแล้วนายแต่งตัวยังไงก็ออกมาดูดี ถ้าใส่เสื้อขาด ๆ ฉันก็ว่านายเด่นอยู่ดีออก้า” ฮยองเอ่ยแซว ในวันนี้ฮยองแต่งตัวออกเป็นแนวน่ารักตามฉบับของเจ้าตัว ซึ่งฮยองเองก็แต่งตัวในลุคแบบนี้อยู่แล้ว
“ฮาฮาฮา พี่ก็พูดเกินไปครับ” ออก้าเอ่ย ในชีวิตก่อนเขาก็แต่งตัวแบบนี้อยู่บ่อย ๆ เนื่องจากเมืองที่เขาอยู่เป็นเขตร้อนจะแต่งตัวชุดหนา ๆ ก็คงไม่ได้ ไม่งั้นคงได้เป็นลมแน่ ๆ แตกต่างจากโลกที่เขาอยู่ในตอนนี้ ซึ่งมีอากาศที่เย็นเป็นส่วนใหญ่แต่ถึงอย่างงั้นออก้าก็ชินกับการแต่งตัวแบบนั้นไปแล้ว
“พวกเรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะสาย” คิมเอ่ย
เมื่อคิมพูดจบพวกเขาก็รีบเดินไปที่สตูดิโอถ่ายทำ ทันทีที่สมาชิกคลาส S ทั้ง 7 คนปรากฏตัวก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน โดยเฉพาะออก้าที่ดูโดดเด่นแม้จะแต่งตัวไม่ได้มากมาย เครื่องประดับก็ไม่มีแต่ก็ยังดูโดดเด่นสุด ๆ
สายตาที่มองมายังสมาชิกคลาส S มีทั้งชื่นชม ยกย่อง หรือแม้แต่ถูกมองเป็นศัตรูจากคนบางคน แต่ถึงพวกเขาจะถูกมองแบบไหนพวกเขาก็ไม่ได้สนใจยังคงปฏิบัติตัวแบบเดิม
“เชิญทุกท่านนั่งตามคลาสที่ทีมงานแยกเอาไว้ได้เลยครับจะเริ่มถ่ายในอีก 5 นาที” ทีมงานของรายการเอ่ย
ที่นั่งที่ทีมงานจัดเอาไว้ให้คลาส S จะอยู่ด้านหน้า เป็นที่นั่งแบบโซฟาซึ่งเด่นที่สุดในสตูดิโอส่วนตั้งแต่คลาส A เป็นต้นไปพวกเขาจะนั่งตามอัฒจันทร์ที่ทางรายการจัดเอาไว้
“รายการจะเริ่มในอีก 3 2 1 แอ็กชัน” ทีมงานเอ่ย
“สวัสดีครับยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการค้นหาไอดอล และในวันนี้จะเป็นการแข่งขันในกติกาในรอบทีม ก่อนอื่นเรามาจับสลากกันก่อนดีกว่าว่าจะได้อยู่ทีมไหนกัน โดยกติการการแข่งขันในรอบนี้มีกติกา...” แอนดริวพูดเข้าสู่รายการ และอธิบายกติกา
การแบ่งทีมในรอบนี้จะใช้การจับสลากทีมละ 20 คนมี 5 ทีม ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละทีมจะไม่มีการแบ่งคลาส ซึ่งมีความเป็นไปได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นโอกาสที่คลาส S ทั้งหมดอยู่ทีมเดียวกัน หรือในบางทีมอาจจะไม่มีคลาส S อยู่เลยก็ได้
แต่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน การแข่งขันคือคัดคนที่พลาด และทำออกมาได้แย่มากที่สุดออก หากคุณมีฝีมือไม่ว่าจะอยู่ทีมไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตกรอบ
“ก่อนอื่นขอเชิญสมาชิกคลาส S สุ่มก่อนเลยครับ” แอนดริวเอ่ย
คนแรกที่เป็นคนเดินไปสุ่มก็คืออาร์มพี่ใหญ่ของคลาสเป็นตัวเปิด ซึ่งทีมที่เขาได้คือทีมที่ 2
คนที่สองคือ โอเนอร์ ทีมที่เขาได้คือทีมที่ 4
คนที่สามคือ คิม ทีมที่ได้คือทีมที่ 4
คนที่สี่คือ ริช ทีมที่ได้คือทีมที่ 1
คนที่ห้าคือ ไมค์ ทีมที่ได้คือทีมที่ 1
คนที่หกคือ ฮยอง ทีมที่ได้คือทีมที่ 2
คนที่เจ็ดคือ ออก้า ทีมที่ได้คือทีมที่ 5
หลังจากที่สมาชิกคลาส S สุ่มครบทุกคนแล้วคลาสอื่น ๆ ก็เริ่มเดินมาสุ่มกันเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละทีมก็มีตัวเต็งเข้าไปอยู่กันทั้งนั้น อย่างทีมที่ 3 ตัวเต็งก็คือทอมมี่ และยังมีตัวเต็งคนอื่น ๆ ที่คละผู้เข้าร่วมรายการจากคลาสอื่น ๆ มาอยู่ทีมที่ 3 ด้วยเช่นกันแต่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกคลาส A ด้วยกัน
ฮอนดะ และอิชิทั้งสองคนอยู่ทีมที่ 2 ทีมเดียวกันกับฮยอง แต่ถึงอย่างงั้นทอมมี่ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลที่พวกเขาอยู่คนละทีมกับทอมมี่ เพราะทีมที่ 3 ส่วนใหญ่เป็นเบต้าที่เขาดีลมาเหมือนกัน และแน่นอนว่าเขามีเป้าหมายที่จะกำจัดคนในคลาส A ที่พอจะเป็นตัวเต็งในรายการเหมือนกัน
ซึ่งอยู่ในทีมของเขาถึง 2 คน ทั้งสองคนเป็นตัวเต็งในรายการ พวกเขาเป็นเบต้าหน้าตาน่ารักทั้งสองคน เดิมทีก็มีผลงานตามแอพสตาร์โดยทำคลิปโคฟเวอร์เพลงจนมีผู้ติดตามอยู่ไม่น้อยในช่องของตัวเอง
