บทที่ 16 ตอนที่ 15 ลุ้นระทึก

“เมื่อได้ทีมครบแล้วขอเชิญคณะกรรมการทั้งห้าท่านสุ่มหมายเลขได้เลยครับ ว่าทีมไหนจะได้โจทย์อะไร” แอนดริวเอ่ย

ผู้เข้าร่วมรายการแต่ละคนล้วนลุ้นระทึกว่าทีมที่ตัวเองอยู่จะได้โจทย์ของกรรมการคนไหนและแน่นอนว่าโจทย์ที่พวกเขาไม่อยากได้มากที่สุดคือโจทย์ของเจียงจวิน เพราะมีความยากมากกว่าโจทย์ของกรรมการคนอื่น ๆ

“ว้าว...ดูเหมือนทีมที่ได้โจทย์ของฉันจะเป็นทีมที่ 1 นะคะ” นาตาเซียเอ่ย

สมาชิกในทีมที่ 1 ต่างดีใจไม่เว้นแม้แต่ริช และไมค์ที่ได้โจทย์ของนาตาเซีย เพราะถ้าหากทีมไหนได้โจทย์ของเจียงจวินมีหนักใจแน่ ๆ

“อื่ม...ทีมที่ได้โจทย์ของผมก็คือ....” ลีโอเว้นช่วงพูดไประยะหนึ่ง

“ทีมที่ 4 ครับ” ทันทีที่ลีโอพูดจบก็มีเสียงเฮจากทีมที่ 4 ดังขึ้นมาทันที

เฮ~~~

ส่วนโอเนอร์ และคิมแม้สีหน้าของพวกเขาจะแสดงออกโดยการยิ้มนิด ๆ แต่ภายในใจของพวกเขาตอนนี้ใจเต้นแรงเป็นอย่างมาก

“ส่วนคนที่ได้โจทย์ของฉันไปยินดีด้วยค่ะทีมที่ 2” จันทร์จิราพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และยิ้มให้ทีมที่ 2 อย่างเป็นมิตร

ทีมที่ 2 เองก็ลุ้นจนตัวเกร็ง เพราะพวกเขาก็กลัวที่จะได้โจทย์ของเจียงจวิน ส่วนฮยอง และอาร์มก็หันไปยิ้มดีใจที่พวกเขาไม่ได้โจทย์ที่ยากจนเกินไป

ในตอนนี้ความกดดันทั้งหมดจึงตกไปอยู่ที่ทีมที่ 3 และทีมที่ 5 ทั้งสองทีมต่างลุ้นจนตัวเกร็งยกเว้นออก้าที่ยังทำตัวสบาย ๆ เนื่องจากเขาไม่ได้ซีเรียสว่าจะได้โจทย์ของใครแต่ในใจลึก ๆ เขาก็ยังกังวลในเรื่องการเต้น

เนื่องจากเขาไม่ได้เต้นมานาน เพราะในชีวิตก่อนพอเขาอายุ 60 ปี ก็เริ่มหยุดเต้นแล้วเนื่องจากสังขารเริ่มไม่ไหวหากนับดูแล้ว ออก้าห่างหายจากการเต้นไปนานถึง 46 ปี

ทอมมี่เองก็รู้สึกกังวลเพราะหากได้โจทย์ที่ยาก ๆ มาก หากเขาทำพลาดในรอบนี้ได้ออกอย่างแน่นอน แม้จะเป็นเด็กเส้นก็ตามเนื่องจากกรรมการเป็นคนคัดออก และกรรมการก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นเด็กเส้น กรรมการจึงตัดสินตามเนื้อผ้า

“ทีมที่ได้โจทย์ของผมก็คือทีมที่ 3 ครับ” ทันทีที่บารอนพูดจบ สมาชิกทีมที่ 3 ก็เฮออกมาด้วยความดีใจ

เฮ~~~

ส่วนทอมมี่ยังคงแสดงท่าทางดีใจออกมาด้วยท่าทางน่ารักเช่นเดิม คือการกระโดดแล้วจับมือคนข้าง ๆ ไปด้วย ซึ่งคนที่เขาจับมือด้วยก็คือเบต้าคนหนึ่งที่เขากำลังเล็งที่จะกำจัดทิ้งในรอบทีม

“และแน่นอนว่าคนที่ได้โจทย์ของฉันก็คือทีมที่ 5” เจียงจวินเอ่ย

ทีมที่ 5 ตอนนี้ดูเศร้าหมองเป็นอย่างมากในสายตาของเจียงจวิน แม้เขาจะเห็นทุกคนทำท่าดีใจก็ตาม แต่สายตาของเจียงจวินก็สะดุดเข้ากับสายตาของเด็กคนหนึ่ง ที่มีตาสีม่วงผมสีบลอนด์ทองประกายหน้าตางดงามกำลังยิ้มออกมาด้วยความจริงใจไม่ได้เสแสร้ง เขาที่อยู่มานานย่อมมองรอยยิ้มของคนออก ว่าคนไหนจริงใจคนไหนเสแสร้งต่อเขา

‘น่าสนใจจริง ๆ หวังว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง’ เจียงจวินนึกในใจ

เขาในตอนนี้ประเมินออก้าไว้สูงด้วยความสามารถที่โดดเด่นตั้งแต่รอบแรก หน้าตาบุคลิกล้วนไม่ต้องพูดถึง แต่โจทย์ของเขาในครั้งนี้มันวัดหลาย ๆ อย่าง

โดยเฉพาะออก้าที่ถนัดในด้านร้องเพลง และแน่นอนว่าโจทย์ของเขาใช้เทคนิคในการร้องเพลงเยอะมาก หากทำออกมาดีก็เป็นคุณ หากทำออกมาแย่ก็เป็นโทษ และอีกความยากหนึ่งคือการร้องประสานเสียงออกมาให้ไพเราะ

“ยินดีกับทั้ง 5 ทีมด้วยนะครับ การแสดงจะเริ่มในอีก 7 วันข้างหน้าขอให้ทุกท่านโชคดีแล้วพบกันใหม่ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อนครับ” แอนดริวเอ่ยด้วยน้ำเสียงชวนให้ตื่นเต้น

ซึ่งการถ่ายทำยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ พวกเขายังมีต่ออีกเยอะทั้งถ่ายตอนผู้เข้าร่วมรายการซ้อมเพลงที่ได้และถ่ายวันแสดงจริง แต่ละทีมจะมีตากล้อง 2 คนประจำการ ตากล้องทั้งสองจะตามติดแต่ละทีมทุกช่วงเวลา เพื่อเก็บบรรยากาศในขณะการซ้อมและที่สำคัญพวกเขาจะได้ไม่พลาดหากมีดราม่าเกิดขึ้น

การถ่ายทำในวันนี้ใช้เวลา 3 ชั่วโมง เมื่อถ่ายทำเสร็จทีมงานก็สั่งพักกองให้ผู้เข้าร่วมรายการไปทำธุระส่วนตัว และไปประชุมกันในแต่ละทีมว่าจะทำการแสดงตามโจทย์ออกมาแบบไหน

ระยะเวลาการซ้อมคือ 6 วัน และจะแสดงจริงในวันที่ 7 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่น้อยมาก ๆ สำหรับการแสดงใหญ่ และที่สำคัญจะต้องมีคนออกถึง 20 คน ทั้ง 5 ทีมจะมีห้องซ้อมเป็นของตัวเองเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนทีมอื่น ๆ

ห้องซ้อมของทีมที่ 1

หลังจากที่ทีมงานปล่อยแยกย้ายแล้ว พวกเขาก็มารวมตัวกันที่ห้องซ้อมของตัวเอง เพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมของแต่ละคน

“โจทย์ที่พวกเราได้คือโจทย์ของกรรมการนาตาเซีย สิ่งที่สำคัญที่สุดในโจทย์นี้คือการเต้นเป็นส่วนใหญ่” ริชเอ่ย

เนื่องด้วยริช และไมค์อยู่คลาส S คนในทีมจึงฟังในสิ่งที่ริชกำลังจะพูด แต่ก็มีบางคนที่ไม่ค่อยอยากจะฟังด้วยเช่นกัน

“ผมไม่สนใจหรอก ทำไมเราไม่เลือกเซนเตอร์กันก่อนละ” เสียงของคนในทีมคนหนึ่งพูดขัดจังหวะ ซึ่งเขาเป็นคนในคลาส A ที่เป็นเบต้า

“ฟู่...งั้นเอาแบบนั้นก่อนก็ได้” ไมค์เอ่ยพลางถอนหายใจเบา ๆ

เขา และริชก็อยากจะให้ทุกคนเข้าใจกันก่อนว่าโจทย์คืออะไรแล้วค่อยไปหาเซนเตอร์ แต่ดูเหมือนว่าคนที่มาจากคลาส A บางส่วนจะดูรีบร้อนกันเหลือเกิน

“งั้นใครอยากเป็นเซนเตอร์เชิญออกมาด้านหน้าครับ” ริชเอ่ย

ซึ่งคนที่ออกไปก็มีไมค์ และเบต้าที่พูดขัดจังหวะในตอนแรก และยังมีเบต้าอีก 3 คนที่อยากเป็นเซนเตอร์ส่วนคนอื่น ๆ ก็หลากหลายความคิด เซนเตอร์นับว่าเป็นตำแหน่งที่เด่นก็จริง

แต่ถ้าหากทำพลาดก็เด่นกว่าใคร พร้อมโบยบินออกจากรายการได้อย่างง่าย ๆ ในตอนนี้คนส่วนใหญ่จึงมีความคิดอยู่ในจุดเซฟโซนดีกว่าเพราะยังไม่ถึงเวลาในการแย่งเซนเตอร์

“มีแค่ 5 คนใช่ไหมครับ ในเมื่อเป็นแบบนี้จะเอากติกาคัดเลือกแบบไหนกันดี” ริชเอ่ย ในตอนนี้เขากลายเป็นคนประสานงานกับสมาชิกในทีมไปโดยปริยาย

“ฉันขอกำหนดเอง พวกนายสองคนมาด้วยกันอาจจะช่วยเหลือกันก็ได้” เบต้าที่พูดขัดจังหวะในตอนแรกเอ่ย ซึ่งชื่อของเขาก็คือ กัซ เบต้าหนุ่มหน้าตาดี

“งั้นก็ตามสบาย” ริชเอ่ย

“กติกาก็คือการเต้นโคฟเวอร์ แล้วให้คนในทีมโหวตว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ คนไหนชนะได้เป็นเซนเตอร์” กัซเอ่ย

หลังจากนั้นทั้งห้าคนก็ออกมาเต้นโคฟเวอร์ให้กับคนอื่น ๆ ได้ตัดสิน และผลในตอนนี้ก็ออกมาแล้วว่าคนที่ชนะก็คือไมค์ ส่วนกัซในตอนแรกก็มีท่าทีที่ไม่ยอมอยากจะแข่งใหม่

แต่ก็โดนไมค์ตอบปฏิเสธกลับไปว่าผลแพ้ชนะออกมาแล้ว จะยืดยื้อก็เปล่าประโยชน์ซึ่งทางรายการก็ได้เก็บช็อตนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว แม้ในตอนนี้ตากล้องจะยังไม่ได้เข้ามาภายในห้อง แต่ในห้องซ้อมพวกเขาติดกล้องเอาไว้ก่อนแล้ว

ด้วยความที่ทรีโออยากได้ทุกช็อต เขาจึงติดกล้องไว้ทุกที่ที่เป็นสาธารณะ หากมีตากล้องไปถ่ายแต่ละคนก็จะแสดงบุคลิกอีกแบบหนึ่งต่อหน้ากล้อง พอหลังกล้องก็กลายเป็นอีกแบบหนึ่ง ทรีโอจึงจงใจให้ตากล้องไปช้า ๆ เพื่อจะดูผู้เข้าร่วมรายการ

เมื่อไม่มีกล้องแล้วจะแสดงพฤติกรรมแบบไหนออกมา แน่นอนว่าสิ่งที่ทรีโอต้องการคือดราม่าที่ผู้เข้าร่วมรายการเป็นคนสร้างขึ้นมาเองเขามีหน้าที่แค่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับชม

และที่สำคัญที่ไหนมักมีดราม่าที่นั่นมักมีการถกเถียง รายการนั้น ๆ ย่อมเป็นที่นิยมโดยเฉพาะรายการสื่อบันเทิงแบบนี้ หากมีดราม่าให้พูดก็ติดเทรนด์แอพสตาร์ได้อย่างง่ายดาย โดยที่รายการไม่ต้องเสียค่าโปรโมทเพิ่ม

“โซนายต้องเก็บทุกช็อต ทุกรายละเอียด ทุกซอก ทุกมุมอย่าให้พลาดจุดสำคัญละ” ทรีโอเอ่ยสั่งผู้ช่วยผู้กำกับ

“ครับผมจะดูอย่างละเอียดเลย” โซเอ่ย

ห้องซ้อมของทีมที่ 2

ทีมที่สองตัวเต็งหลัก ๆ ก็คือฮยอง และอาร์มจากคลาส S และฮอนดะกับอิชิอัลฟ่าจากคลาส A แล้วยังมีเบต้าอีกสองคนจากคลาส A ที่เป็นตัวเต็งของรายการ

ในทีมที่สองตำแหน่งเซนเตอร์พวกเขาเลือก ฮยอง เนื่องจากเป็นเพลงแนวเกี่ยวกับความรักระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาว และแน่นอนว่าทีมที่ 2 ไม่มีใครหน้าหวานเลยสักคนนอกจากฮยอง

ฮยองจึงได้รับเลือกเป็นเซนเตอร์ที่ต้องแสดงเป็นคู่รักกับชายหนุ่มก็คือเบต้าตัวเต็งคนหนึ่งจากคลาส A ส่วนอาร์มได้รับหน้าที่ในการร้องเพลงช่วงท่อนฮุค และคนอื่น ๆ ก็มีหน้าที่ต่างกันไป แต่โดยรวมแล้วทุกคนจะได้ร้องเพลงอย่างแน่นอน

ห้องซ้อมของทีมที่ 3

“มีใครอยากเป็นเซนเตอร์ไหมครับ” ทอมมี่เอ่ยถาม

“เรา” เบต้าทั้งสองคนยกมือขึ้น ซึ่งทั้งสองคนเป็นเบต้าตัวเต็งของคลาส A เลยก็ว่าได้ และเป็นคนที่ทอมมี่ต้องการกำจัดออกไปโดยเร็ว

“งั้นพวกเรามาแข่งเต้นแล้วให้เพื่อน ๆ โหวตดีไหมครับ” ทอมมี่พูดด้วยน้ำเสียงสดใส

“ตกลง” เบต้าทั้งสองคนตอบตกลงทันที

และแน่นอนว่าการเต้นของทั้งสามคนยากที่จะตัดสินว่าใครจะชนะ เพราะเต้นออกมาได้ดีพอ ๆ กัน แต่ผลสุดท้ายคนที่ชนะก็คือทอมมี่ เพราะในนี้มีคนของทอมมี่ไปแล้ว 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนเป็นเบต้าที่ปลื้มในความน่ารักของทอมมี่อยู่แล้ว

ผลสรุปจึงเป็นทอมมี่ที่ได้เป็นเซนเตอร์ ส่วนเบต้าทั้งสองคนก็ยอมรับผลตัดสิน แม้ภายในใจของพวกเขาจะค่อนขอดมากก็ตาม เนื่องจากเห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาเต้นได้ดีกว่าทอมมี่อยู่ก้าวหนึ่ง

“ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เลือกเรา เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด งั้นมาเริ่มวางตำแหน่งอื่นกันเถอะ” ทอมมี่พูดด้วยท่าทางน่ารัก ๆ น้ำเสียงยังคงสดใสอยู่เหมือนเดิม

ทอมมี่ยังคงรักษาคาแรกเตอร์การเป็นโอเมก้าที่น่ารักน่าทะนุถนอมอยู่ตลอดเวลา เพราะเขารู้ว่าตรงไหนภายในห้องที่มีกล้องติดเอาไว้บ้าง

เรื่องติดกล้องเขาไม่ได้รู้มาจากทรีโอโดยตรง แต่เขารู้มาจากรายงานที่ส่งให้ประธานบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ดู เพราะทางผู้กำกับต้องทำหนังสือแจ้งมาที่ฝ่ายบริหาร เพื่อจะได้ดูว่าการติดกล้องไม่ได้ไปรบกวนสิทธิ์ของผู้เข้าร่วมรายการ

ส่วนเบต้าทั้งสองคนพวกเขามองท่าทีของทอมมี่ด้วยความหมั่นไส้ แต่ถึงอย่างงั้นพวกเขาก็ไม่ได้แสดงอาการที่ไม่เหมาะสมออกมา เซนส์ของพวกเขากำลังร้องเตือนว่าทอมมี่ไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่

พวกเขาจึงไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับทอมมี่ แม้แต่กระทั่งตอนอยู่ในคลาส  A ด้วยกัน ทอมมี่ก็ตีสนิทคนอื่นไปทั่ว ส่วนพวกเขาก็ยิ้มตอบกลับแต่เซนส์ของพวกเขาร้องเตือนว่าทอมมี่แกล้งผูกมิตรกับพวกเขาอย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป