บทที่ 17 ตอนที่ 16 ซ้อมการแสดง

ห้องซ้อมของทีมที่ 4

ทีมที่ 4 มีตัวเต็งก็คือโอเนอร์ และคิมจากคลาส S และเบต้าอีก 3 คนจากคลาส A เซนเตอร์ก็คือคิม เขาถนัดการแร็ปมากที่สุดในทีมจึงถูกรับเลือก และอีกหลาย ๆ คน ในตอนนี้ก็ยังไม่อยากได้ตำแหน่งเซนเตอร์ จึงไม่มีใครขัดข้องที่คิมจะได้เป็นเซนเตอร์

หลังจากเลือกตำแหน่งหลักไปแล้ว พวกเขาก็ไล่ลดหลั่นกันไปว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งไหนเพราะผลสุดท้ายก็ยังตัดสินเป็นทีมว่าทีมไหนจะชนะ ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าคนชนะจะมีสิทธิ์พิเศษอะไรรึเปล่า

ห้องซ้อมของทีมที่ 5

ห้องซ้อมของทีมที่ 5 นับว่าเงียบเชียบมากที่สุด เพราะทุกคนกำลังกังวลกับความยากของโจทย์ที่ได้รับ แต่มีเพียงออก้าที่ยังคงท่าทีสบาย ๆ อยู่

“เรามาเลือกเซนเตอร์กันดีกว่าครับ มีใครอยากจะเป็นเซนเตอร์ไหมครับ” ออก้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคนในที่นี้พวกเขาล้วนแล้วแต่ไม่อยากเป็นเซนเตอร์จึงมีแต่ความเงียบ

ออก้าเองก็เข้าใจว่าทำไมทีมที่ 5 ถึงไม่มีใครอยากเป็นเซนเตอร์เพราะเป็นโจทย์ที่ยาก ยิ่งเป็นเซนเตอร์แม้จะได้รับแอร์ไทม์เยอะกว่าใคร แต่ถ้าหากทำพลาดก็เป็นจุดเด่นที่กรรมการมองเห็นได้ชัด สู้หลบ ๆ มุมยังมีโอกาสโดนคัดออกน้อยกว่า

“งั้นถ้าไม่มีใครอยากเป็นเซนเตอร์ผมขอเป็นเองนะครับ” ทันทีที่ออก้าพูดจบ สมาชิกในทีมก็พากันเงยหน้ามามองออก้าด้วยความตกใจ ที่มีคนอยากได้ตำแหน่งเซนเตอร์ในสถานการณ์แบบนี้แต่พอพวกเขาเงยหน้าขึ้นได้ไม่นานพวกเขาก็เลิกมองออก้า เนื่องจากทนต่ออิทธิพลของหน้าตาออก้าไม่ไหว อีกอย่างในห้องนี้ก็มีแต่เบต้าชาย

และที่สำคัญการแต่งตัวของออก้าเรียกได้ว่าดูเท่ ฉีกกฎนิยมของโอเมก้าที่พวกเขารู้จักกันอย่างมาก พวกเขามองออก้าทีไรจึงรู้สึกเขินออกมาทุกที เนื่องจากพวกเขายังไม่ชินที่เจอออก้าในระยะใกล้ ๆ แบบนี้

ออก้ามองสมาชิกในทีมด้วยแววตาเอ็นดู ในโลกก่อนเขาก็เจอเด็กขี้อายอยู่บ่อย ๆ อาการของสมาชิกทีมที่ 5 ไม่ต่างจากเด็กพวกนั้นในชีวิตก่อนของเขาเลยสักนิด วิธีแก้ของเขาในตอนนั้นก็คือการให้ลูกอม แต่เขาจะหาลูกอมจากที่ไหนในตอนนี้ เขาเลยได้แต่รอเวลาให้สมาชิกในทีมเลิกเขินอายไปเอง

‘ผ่านไปสักพักคงเลิกเขินอายกันเอง’ ออก้า นึกคิดในใจ

หลังจากนั้นสมาชิกทั้ง 5 ทีมต่างคนก็ต่างวางแผนว่าจะทำให้โชว์รอบทีมให้ออกมาดีได้ยังไง แม้จะคัดออกเป็นรายบุคคลแต่ถ้าหากโชว์พังสมาชิกในทีมก็เหมือนยืนอยู่ปากเหว เนื่องจากสุดท้ายแล้วกรรมการก็มีคะแนนเป็นรายบุคคลให้

ในขณะที่สถานการณ์ของแต่ละทีมดูเคร่งเครียด ในตอนนี้ทีมงานรายการค้นหาไอดอลก็ได้ปล่อยภาพผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้ง 100 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โพสต์ของทางรายการบนแอพสตาร์

“ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกรายการค้นหาไอดอลทั้ง 100 ท่าน มีดังนี้ รักใครชอบใครสามารถกดไลก์กดแชร์ได้เลย ทางรายการจะมีคะแนนพิเศษให้เมนของแต่ละท่าน สำหรับท็อปสิบผู้ที่มียอดไลก์และแชร์มากที่สุด”

ซึ่งในโพสต์เดียวกันทางรายการก็ลงรูปผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 100 คนที่ใต้โพสต์ หลาย ๆ คนที่มาล้วนแล้วแต่มีแฟนคลับเป็นของตัวเองอยู่บ้าง เช่น คิม โอเนอร์ ทอมมี่ และฮยองทั้งสี่คนคือคนที่มียอดผู้ติดตามเกิน 2 ล้านคน ส่วนคนอื่น ๆ ก็มีผู้ติดตามกระจัดกระจายกันไป

หลังจากที่ทางรายการโพสต์ข้อความก็มีผู้คนเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม

วันนี้แม่มา : กรี๊ดโอเนอร์มารายการนี้นี่เองฉันว่าแล้วเขาหายไปไหน ไม่อัพโซเชียลที่ไหนได้แอบมารายการนี้นี่เอง

พี่สาว : คิมยังคงหล่อเหมือนเดิมเลยเห็นแล้วใจละลาย

ไอเลิฟทอมมี่ : ทอมมี่น่ารักมากแต่งงานกับผมเถอะ

ฮยองจอมซน : ฮยองแค่มองภาพถ่ายก็ดูออกถึงความซน แล้วหวังว่าเมนเราจะไม่ได้ไปป่วนแทนไปแข่งนะ

คนทางนั้น : เอ๋คนนี้ใครน่ะหน้าตาดีแบบโคตร ๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือว่าเป็นเด็กฝึกสักค่ายแอบเก็บเอาไว้

มาดื่มมาดริ้ง : ว๊ายตายพี่สาวปักเมนคนนี้ที่ชื่อออก้าแล้วล่ะ หน้าตาอย่างกับเอลฟ์ในนิทานอยากร่วมงานด้วยสักครั้งจัง

แคทธารีนยิงมัน : ปักเมนออก้าด้วยคนมีใครมีช่องทางติดตามออก้าบ้างไหม

หมาบ๊อก ๆ: ผมหาไม่เจอเลยแฮะเหมือนว่าจะไม่มีบัญชีนะ เศร้าใจใครหาเจอแล้วบอกด้วย

.

.

.

+999999 คอมเมนต์

กระแสความนิยมของรายการได้รับการตอบรับดีมาก ๆ ลงโพสต์ไปได้ไม่นานก็มียอดผู้เข้าชมไปแล้วถึง 10 ล้านคน

และเมื่อถึงเวลาปิดการนับคะแนน ผลก็สรุปออกมาว่าคนที่ได้ยอดไลก์ และแชร์มากที่สุดคือคิม ได้ยอดไลก์ และแชร์มากถึง 15 ล้าน เป็นอันดับที่ 1 อันดับที่ 2 คือโอเนอร์ อยู่ที่ 14.9 ล้าน อันดับที่ 3 คือทอมมี่อยู่ที่ 14 ล้าน

อันดับที่ 4 คือฮยองอยู่ที่ 13.8 ล้าน และอันดับที่ 5 คือออก้าเป็นม้ามืดได้ยอดไลก์ และแชร์ไปมากถึง 13.5 ล้านซึ่งออก้าไม่ได้เป็นที่รู้จักในสังคม ไม่มีฐานแฟนคลับนับว่าเป็นม้ามืดโดยแท้ ส่วนอันดับอื่น ๆ ก็ลดหลั่นกันไป

ทางด้านแมกซ์เวลล์ คอนเนลล์

ในตอนนี้แมกซ์เวลล์กำลังนั่งทำงานอยู่ที่บริษัทของตระกูลคอนเนลล์ บริษัทของตระกูลคอนเนลล์เป็นบริษัทขนาดใหญ่ มันใหญ่กว่าตึกกระทรวงกลาโหมของเหล่าประเทศมหาอำนาจถึง 2 เท่า และได้รับการบันทึกว่าเป็นตึกพาณิชย์ใหญ่ที่สุดในโลก

ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1200 ไร่ ตึกแห่งนี้ถูกออกแบบมาอย่างล้ำสมัย รูปทรงของตึกเป็นทรงกลมใจกลางตึกจะเป็นสวนมีต้นไม้นานาชนิด เอาไว้ให้พนักงานพักผ่อน มีพนักงานทำงานในตึกมากกว่า 5000 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ และพนักงานสาย IT

ธุรกิจของตระกูลคอนเนลล์มีหลากหลายธุรกิจ แต่ส่วนใหญ่เน้นไปทาง AI และระบบต่าง ๆ ทำให้ตึกแห่งนี้เปรียบดั่งสมองสั่งการเลยก็ว่าได้ การป้องกันจึงหนาแน่นยากที่จะเข้าออก

รอบตัวตึกก็เต็มไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ถึงแม้จะเป็นป่า แต่ตระกูลคอนเนลล์ก็สร้างรั้วสูงรอบป่าและวางกองกำลังป้องกันไว้ทุกจุด แม้หนูสักตัวก็ยากที่จะรอดพ้นสายตา

สาเหตุที่ต้องป้องกันอย่างแน่นหนาก็เพราะว่ามีคนลักลอบจะเข้ามาขโมยข้อมูลของบริษัทอยู่บ่อย ๆ แน่นอนว่าแมกซ์เวลล์สามารถจับได้ทุกครั้ง และเขาก็ส่งพวกที่ลักลอบเข้ามาไปนอนเป็นปุ๋ยไปเรียบร้อย

“วันนี้มีประชุมตอนบ่ายโมงนะครับท่าน” เสียงเลขาเอ่ย

“อืม...เดี๋ยวฉันไป” แมกซ์เวลล์เอ่ย แต่สายตายังไม่ละไปจากหน้าจอโทรศัพท์

ซึ่งเขากำลังมองภาพของออก้าอยู่ในโพสต์ของรายการค้นหาไอดอล แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่ได้กดไลก์ หรือกดแชร์ให้ออก้าแต่อย่างใด แม้ในใจอยากจะกด และสนับสนุนสุด ๆ เพราะทันทีที่เขากดก็จะมีชาวเน็ตสายตาดีมองดูอยู่ว่าใครกดไลก์ให้ใครบ้าง

แน่นอนว่าจะมีปัญหาตามมาภายหลัง และอีกอย่างบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แมกซ์เวลล์ไม่ได้ชื่นชอบเลยสักนิดไม่อยากแม้จะสนับสนุนให้บริษัทนี้โด่งดังไปมากกว่านี้

ตั้งแต่ที่เขาเจอออก้าแมกซ์เวลล์ก็รู้สึกติดกลิ่นของฟีโรโมนออก้าแบบไม่รู้ตัว กลิ่นฟีโรโมนแม้ไม่ได้ปล่อยออกมาแต่หากอยู่ใกล้ ๆ ก็ยังได้กลิ่น กลิ่นฟีโรโมนของออก้าเป็นกลิ่นเย็น ๆ ของธรรมชาติมีความหอมแบบอธิบายไม่ถูก แต่แค่อยู่ใกล้ก็รู้สึกผ่อนคลาย แมกซ์เวลล์รู้สึกชอบกลิ่นแบบนี้จนให้นักวิจัยทำกลิ่นเลียนแบบขึ้นมา แต่ยังไงก็สู้กลิ่นของออก้าไม่ได้เลยสักนิด

“เมื่อไหร่เธอจะออกจากรายการนะออก้า” แมกซ์เวลล์พูดพึมพำออกมา ซึ่งเลขาของเขาก็ได้ยินเพราะห้องนี้เงียบมาก

กลับมาทางด้านสตูดิโอ

“เอาละครับ โจทย์ของทีมเรายากกว่าทีมอื่นตอนนี้ผมอยากรู้ว่าพวกพี่ถนัดอะไรกันบ้าง จะได้แบ่งหน้าที่กันได้ถูกครับ” ออก้าเอ่ยถามสมาชิกทีมที่ 5

“ผมถนัดการเต้น เสียงร้องเพลงก็พอไปวัดไปวาได้บ้าง” เบต้าคนหนึ่งเอ่ย เขาชื่อว่าทีเป็นเบต้าหน้าตาดีคนหนึ่ง สูง 180 เซนติเมตร ร่างกายสมสวน

“ส่วนผมถนัดการร้องเพลง” เบต้าอีกคนเอ่ยเขามีชื่อว่าคินเป็นเบต้าหน้าตาดี ตาตี๋ ผิวขาว สูง 185 เซนติเมตร รูปร่างสูงโปร่ง เป็นลูกครึ่งประเทศ C

และก็มีคนอื่น ๆ บอกความสามารถของตัวเองออกมาทีละคนจนครบ หลังจากนั้นออก้าก็นั่งแบ่งหน้าที่ และคำนวณการแสดงโชว์ออกมาให้ดีที่สุด

ใบหน้าที่จริงจังของออก้ากลับไม่ได้ทำให้คนอื่นรู้สึกกดดันเลยสักนิด พวกเขาต่างมองใบหน้าของออก้าด้วยท่าทีผ่อนคลาย ไม่ได้รู้สึกเกร็งมากนักถึงแม้จะได้รับโจทย์ยากที่สุด

ส่วนออก้าก็นั่งคิดโชว์ที่จะแสดงในโจทย์เพลงดวงจันทร์ ในมือก็ถือกระดาษกับปากกามานั่งจดรายละเอียดความถนัดของแต่ละคนไปด้วย

เพลงนี้ความยากของมันไม่ได้อยู่ที่การเต้นแต่อยู่ที่เสียงร้องเพลงซะมากกว่า ซึ่งมีเทคนิคในการร้องที่หลากหลายในเพลงเดียว และยังมีการร้องเพลงประสานเสียง แน่นอนว่าต้องใช้เวลาพอสมควรหากอยากให้ร้องประสานเสียงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

และสิ่งที่ทำให้ออก้าตกใจก็คือเครื่องดนตรีโบราณที่ใช้ในเพลงนี้คือเปียโน และยังมีอีกหลายเครื่องดนตรีที่นิยมในชีวิตก่อนของออก้ากลับไม่นิยมใช้ในโลกนี้ เพราะโลกใบนี้ทำนองเสียงเพลงต่าง ๆ ใช้เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในการทำเพลง หรือสร้างซาวด์

การเล่นดนตรีจริง ๆ จึงมีไม่มาก จนสุดท้ายคนที่เล่นดนตรีของจริงได้ ต่างก็ถูกยกย่องในสังคมว่าเป็นคนเก่งมีความสามารถหาตัวจับได้ยาก และเปียโนเองก็ติด 1 ใน 10 เครื่องดนตรีที่เล่นยากที่สุดในโลกของโลกใบนี้

ออก้าวางแผนจัดระเบียบการแสดงออกมาอย่างยุติธรรม เขาอยากให้แอร์ไทม์แต่ละคนเท่ากัน จุดยืนในตำแหน่งต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ในจุดมุมอับสายตา แม้บางคนอยากอยู่ในมุมอับสายตา แต่ออก้าก็ไม่ได้ยินยอม

เพราะมันจะเป็นการเอาเปรียบโดยหลบหลังคนอื่น อีกอย่างออก้าก็เชื่อว่ากรรมการล้วนแล้วแต่เห็นการแสดงของทุกคนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนบนเวที

“ผมจะออกแบบโชว์ของทีมเราที่ใช้เพลงดวงจันทร์เป็นการโชว์ในแบบโรงละครนะครับ...” ออก้าพูดอธิบายตามแบบแผนที่เขาคิด

เมื่อสมาชิกในทีมที่ 5 ได้ฟังแผนที่ออก้าวางเอาไว้ทุกคนก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วย

“มีใครมีข้อเสนอหรือปรับเปลี่ยนตรงไหนไหมครับ” ออก้าเอ่ยถาม

ซึ่งในห้องยังคงเงียบเหมือนเดิม แสดงว่าไม่ได้มีใครเสนอแผนของตัวเองขึ้นมา หรือเสนอปรับแก้ตรงไหน ออก้าจึงทำตามในแบบที่เขาคิด และเริ่มวางตำแหน่งให้แต่ละคนพร้อมซ้อมท่าเต้น

และซ้อมร้องเพลงทันที สิ่งที่ยากที่สุดคือการร้องเพลงประสานเสียงที่ออก้ามองว่าต้องใช้ระยะเวลาฝึกซ้อมนานพอสมควรกว่าจะออกมาเป๊ะ ๆ ตามต้นฉบับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป