บทที่ 18 ตอนที่ 17 โดนป่วน

ห้องซ้อมของทีมที่ 2

ในตอนนี้ห้องซ้อมที่เดือดที่สุดคงไม่พ้นห้องซ้อมของทีมที่ 2 เนื่องจากมีคนในทีมไม่พอใจในตำแหน่งการยืนของตัวเอง

“ทำไมฉันต้องได้ยืนตรงนี้” เบต้าชายหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเอ่ยถาม

เขามีชื่อว่าอังจากคลาส A ซึ่งตำแหน่งที่เขาได้ยืนคือตรงกลางซึ่งมันโดดเด่นเกินไป ในตอนนี้เขายังไม่อยากเด่นในสายตาของกรรมการ เพราะเขาเองก็กลัวทำพลาดแล้วโดนตัดออกเหมือนกัน

“นี่นายน่ะจะไม่ทำอะไรเลยรึยังไงนู่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอา” ฮยองทนไม่ไหวพูดบ่นอังอย่างไม่ไว้หน้า แม้หน้าตาของเขาจะดูน่ารักแต่จริง ๆ เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน และมีนิสัยตรงไปตรงมา

“ก็พวกนายกลั่นแกล้งฉัน ฉันไม่ได้อยากยืนในตำแหน่งนี้ฉันอยากยืนด้านหลัง” อังเอ่ย

“โอ้ยเอาแต่ใจจังแม่คุณ เมื่อกี้ฉันก็ให้นายยืนด้านหลังนายก็ไม่ไป คราวนี้จะไปสรุปแล้วนายจะยืนตรงไหนกันแน่” ฮยองยิ่งพูดก็ยิ่งเดือดดาลมากขึ้นทุกที ถ้าหากไม่มีตากล้องคอยถ่ายเขาคงด่ามากกว่านี้อีกแน่นอน

“ฮยองใจเย็น ๆ ” อาร์มเอ่ย

“ก็พี่ดูดิแล้วแบบนี้พวกเราจะซ้อมกันยังไงในเมื่อมีปัญหากันแบบนี้” ฮยองเอ่ย

“เดี๋ยวพี่พูดเอง” อาร์มเอ่ย

“คุณอังผมจะให้คุณเลือกเป็นครั้งสุดท้ายว่าอยากยืนตำแหน่งไหน ถ้าคุณไม่เลือก หรือป่วนไม่เลิกผมรับรองได้ว่าจุดที่คุณยืนจะเด่นสุด ๆ ” อาร์มพูดด้วยแววตาเรียบนิ่ง พลางมองไปที่อัง

ส่วนอังก็ทำท่าอึกอักหลบสายตาของอาร์มเขาสังเกตมาสักพักหนึ่งแล้วว่าคนที่ชื่ออังดูเหมือนว่าจะพยายามป่วนการซ้อมของทีมที่ 2

“ฉันจะยืนด้านหลัง” อังพูดออกมาด้วยท่าที่ดูไม่สบอารมณ์ แต่ตอนที่อังพูดเขาก็ไม่ได้มองหน้าของอาร์ม

“งั้นก็ตามนี้ได้เวลาซ้อมแล้ว” อาร์มเอ่ย

ฮอนดะ และอิชิพวกเขาต่างมองเหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อกี้ด้วยท่าทีเฉยเมย พวกเขาเองก็ได้รับคำสั่งจากทอมมี่ให้ป่วนทีมที่ 2 แต่พวกเขาก็ปฏิเสธ เพราะข้อตกลงของพวกเขาคือการอำนวยความสะดวกให้ทอมมี่ในการชิงความได้เปรียบจากโจทย์ต่าง ๆ ไม่ใช่การป่วนทีมอื่นให้เสียเวลาการซ้อม ซึ่งพวกเขาไม่ยอมทำโดยเด็ดขาด ถึงแม้พวกเขาอยากเดบิวต์มากก็ตาม

แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็อยากแข่งตามความสามารถของตัวเองเช่นกัน สาเหตุที่รับข้อเสนอของทอมมี่เพื่อทำให้เข้าใกล้การเดบิวต์มากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างงั้นพวกเขาก็ต้องพยายามให้เต็มที่ จะได้ไม่เป็นข้อครหาในภายหลัง

ห้องซ้อมของทีมอื่น ๆ ก็เกิดปัญหาขัดกันนิดหน่อยแต่ก็จบลงด้วยดี ยกเว้นห้องซ้อมของทีมที่ 5 ที่ดูจะเชื่อฟังออก้า จากตอนแรกที่บรรยากาศดูหดหู่ตอนนี้เริ่มมีสีสันมากขึ้นแล้ว เนื่องจากสมาชิกในทีมไม่ได้เครียดจนเกินไป

“พี่ขยับขาผิดจังหวะครับ” ออก้าที่ซ้อมเต้นอยู่พูดทักเบต้าคนหนึ่งที่เต้นผิดจังหวะ

“สายตาไวจริง ๆ ” เบต้าคนที่โดนออก้าทักเอ่ย

ตอนนี้พวกเขากำลังซ้อมท่าเต้นไปพลาง ๆ ก่อน เนื่องจากเพลงนี้ท่าเต้นไม่ยากมากเท่าไหร่จะหนักสุดก็ไปทางด้านการร้องเพลง ซึ่งพวกเขาจะเริ่มซ้อมในวันพรุ่งนี้

“วันนี้ก็พอแค่นี้กันก่อนดีกว่าครับตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว” ออก้าเอ่ย ในขณะเดียวกันเขาก็ดูเวลาไปด้วยซึ่งตอนนี้เวลา 18.00 นาฬิกา

ทางรายการเปิดห้องซ้อมให้ตลอดเวลาจนกว่าจะถึงวันแสดงจริง ซึ่งวันแรกสมาชิกในทีมก็จดจำท่าเต้นได้ทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังขาดความพร้อมเพรียงไปบ้าง หากฝึกเรื่อย ๆ ก็จะเข้าขากันได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนในวันพรุ่งนี้พวกเขาจะเริ่มฝึกร้องเพลง และร้องประสานเสียง

“ออก้าอ่ะนี่น้ำ ต้องขอบคุณนายมาก ๆ ไม่งั้นทีมของเราแย่แน่ ๆ ” เบต้าคนหนึ่งเอ่ยทัก ในขณะเดียวกันก็ยื่นขวดน้ำให้ออก้า

เขามีชื่อว่าไทเกอร์เป็นเบต้าหน้าตาหล่อเหลา เขาเป็นชาวต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ที่ประเทศ T ซึ่งเขาคุยภาษาสากลกับออก้า ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ภาษาประเทศ T แต่การคุยภาษาสากลสะดวกกว่าและยังทำให้บทสนทนาลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

“ขอบคุณครับ เป็นเพราะทุกคนตั้งใจด้วยเลยออกมาดี” ออก้าเอ่ยตอบ พลางเอาผ้าเช็ดหน้าที่รายการเตรียมไว้ให้มาเช็ดเหงื่อของตัวเอง

ไทเกอร์ และคนอื่น ๆ ภายในห้องล้วนแต่ได้กลิ่นฟีโรโมนของออก้ากันทั้งนั้น ฟีโรโมนจะสามารถรับรู้ได้ไม่กี่กรณีคือจงใจปล่อย หรือเข้าช่วงฮีท และออกมาตามเหงื่อ

ซึ่งกลิ่นฟีโรโมนของออก้าไม่ได้มีผลต่อพวกเขามากนัก มันเป็นกลิ่นที่ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายจากการซ้อมในวันนี้เสียมากกว่า พวกเขาจึงไม่ได้เคร่งเครียดมากสักเท่าไหร่

ส่วนออก้าเขาเองก็ไม่ได้รับรู้เลยว่าตัวเองเผลอปล่อยฟีโรโมนออกมาทางเหงื่อ และที่สำคัญเขายังไม่รู้ว่าบนโลกนี้มนุษย์มีฟีโรโมนด้วย ที่ผ่านมาเขาจึงนึกว่าผู้คนต่างใช้น้ำหอมกลิ่นต่าง ๆ กันเท่านั้น ถึงแม้บางกลิ่นจะแปลกไปบ้าง

“งั้นผมไปพักก่อนนะครับพี่ ๆ ” ออก้าเอ่ย

“โอเคครับ” สมาชิกในทีมที่ 5 เอ่ย บางคนก็พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ เมื่อทีมที่ 5 เลิกซ้อมตากล้องทั้งสองคนก็พักกล้องทันที

ห้องพักของออก้า

หลังจากออก้าเดินออกจากห้องซ้อมของทีมที่ 5 เขาก็ตรงไปที่ห้องพักของตัวเองทันที พอเดินเข้ามาภายในห้อง เขาก็พบว่าฮยองยังไม่ได้กลับมาที่ห้อง ออก้าจึงเดินไปอาบน้ำ และทำธุระส่วนตัวอย่างไม่รีบร้อน

ร่างกายที่ขาวผ่องไร้ตำหนิ ผิวเนียนนุ่มลื่น หน้าตางดงามยากที่ใครจะเปรียบเทียบ ออก้ายังคงมองตัวเองในกระจกห้องน้ำพลางถอนหายใจออกมา

“หน้าตาดีมากกว่าชีวิตก่อนก็จริง แต่เจ้าหนูเล็กกว่าเดิม” ออก้าพูดพึมพำออกมา มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่ออก้ารู้สึกไม่ได้ภูมิใจมากนัก

เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วออก้าก็แต่งตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ เมื่อเขาเดินออกมาจากห้องน้ำเขาก็ยังไม่พบฮยอง อีกอย่างเขาเองก็ไม่รู้ว่าฮยอง และคนอื่น ๆ จะกลับมาตอนไหน เขาจึงไปนั่งรอที่ห้องส่วนกลางของคลาส S ในขณะเดียวกันเขาก็หาบอทเกมเล่นแก้เบื่อไปพลาง ๆ

จนเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงเขาก็พบว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาในห้องส่วนกลาง ซึ่งคนที่เข้ามาก่อนก็คือฮยอง

“ฉันว่าแล้วนายต้องอยู่ที่นี่” ฮยองเอ่ยทัก

“พอดีผมมาพักแล้วเห็นพี่ยังไม่กลับห้องเลยมานั่งเล่นที่นี่น่ะครับ” ออก้าเอ่ย

“ทีมของนายซ้อมเป็นยังไงบ้างล่ะ” ฮยองเอ่ย

“ก็ราบรื่นดีนะครับไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้วทีมของพี่ล่ะ” ออก้าเอ่ย

ฮยองไม่รอช้าเขาอยากระบายมานานแล้วเมื่อออก้าถาม ฮยองก็ยินดีที่จะเล่าออกมาทันที

“โอ้ยแย่ซะยิ่งกว่าแย่ โดยเฉพาะคนที่ชื่ออังเอาแต่ใจจู่จี้ขี้บ่นน่ารำคาญ เดี๋ยวนู้นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอาท่านี้ก็ไม่ชอบ นี่พูดแล้วเหยียบไว้ให้มิดเลยนะพี่ว่าอังตั้งใจจะป่วนทีมที่ 2 อย่างแน่นอน...” ฮยองเอ่ย

ออก้าฟังฮยองนั่งบ่นคนที่ชื่ออังถึง 10 นาทีแต่ออก้าก็ไม่ได้พูดขัด เขาเพียงนั่งฟังอย่างเดียวซึ่งจากคำพูดของฮยอง เขารู้สึกโชคดีมากที่คนในทีมของเขาไม่ได้มีคนแบบนั้นอยู่ในทีม ไม่งั้นการซ้อมคงล่าช้ามากกว่าเดิมแน่ ๆ

หลังจากที่ฮยองบ่นมานานออก้าก็ยื่นน้ำดื่มให้ฮยองดื่มแก้คอแห้ง

“ดูเหมือนพี่จะเจอตัวป่วนเข้าแล้ว” ออก้าเอ่ย

“ถ้ายังป่วนไม่เลิกพี่จะหยุมหัวมัน” ฮยองพูดพลางเอามือมาขยุ้มตุ๊กตาหมี

“ฮาฮาฮา ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ รอบนี้เป็นการตัดออกเดี่ยวใครทำพลาดมากที่สุดก็ออกส่วนเราทำในส่วนของเราให้ดีกว่าครับ” ออก้าเอ่ยพลางหัวเราะออกมานิด ๆ

“ก็จริงอย่างที่นายพูดแต่เห็นแล้วมันหมั่นไส้” ฮยองเอ่ย

ทั้งสองคนคุยกันไปอีกสักพัก อาร์มก็เดินเข้ามาภายในห้อง และตามมาด้วยคนอื่น ๆ ทยอยเดินเข้ามาในห้องในเวลาไล่เลี่ยกัน

“สรุปได้ว่าทีมของทุกคนมีปัญหาคือมีคนป่วนสินะ” โอเนอร์เอ่ย ในทีมที่ 4 ก็เจอคนป่วนเหมือนกันแต่ทีมของเขาเจอถึงสองคน

ย้อนอดีตกลับไปช่วงซ้อมของทีมที่ 4

หลังจากที่ตกลงตำแหน่งการยืนของแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่พวกเขากำลังจะเริ่มซ้อมก็มีคนพูดขัดขึ้นมา

“ผมขอเปลี่ยนตำแหน่งครับ” เบต้าคนหนึ่งเอ่ย

“แล้วตอนผมถามทำไมคุณไม่พูด” โอเนอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ผมไม่มั่นใจเท่าไหร่ครับแต่ตอนนี้มั่นใจแล้ว” เบต้าคนเดิมเอ่ย

“งั้นคุณหาเพื่อนสลับนะกัน” โอเนอร์เอ่ย

ซึ่งเบต้าคนนี้ก็ขอสลับกับคนอื่น เมื่อได้ตำแหน่งที่ลงตัวแล้ว ในขณะที่กำลังจะซ้อมก็มีเบต้าอีกคนขอสลับตำแหน่ง

“ผมขอสลับตำแหน่งด้วยครับ” เบต้าในทีมคนหนึ่งเอ่ย

โอเนอร์ทำเพียงพยักหน้าเป็นการตกลง เมื่อเบต้าคนนี้ได้สลับตำแหน่งแล้วโอเนอร์ก็พูดดักขึ้นมาทันที

“มีใครจะสลับตำแหน่งอีกไหมครับ” โอเนอร์เอ่ย ซึ่งในขณะที่ถามสมาชิกในห้องก็ต่างส่ายหน้า เป็นอันเข้าใจว่าไม่มีใครอยากสลับตำแหน่งอีกแล้ว พวกเขาจึงเริ่มซ้อมเพลงที่ได้มาทันที

“คุณเต้นผิดจังหวะครับ” คิมพูดทักเบต้าคนหนึ่งที่เอ่ยขอสลับตำแหน่ง เนื่องด้วยห้องซ้อมเป็นห้องกระจก ทำให้เขาสามารถมองเห็นทุกคนได้ผ่านกระจกที่สะท้อน

“คุณจะรู้ดีกว่าผมได้ยังไงผมเต้นถูกแล้ว เมื่อกี้ผมขยับขาข้างขวา” คนที่โดนทักว่าเต้นผิดจังหวะพูดแก้ตัว ซึ่งจริง ๆ แล้วท่อนนี้เขาต้องขยับขาขวาแต่เขากลับขยับขาซ้าย ทำให้มันสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าใครผิดแปลกไปจากเพื่อน

“แต่เมื่อกี้คุณขยับขาซ้าย” คิมยังยืนยันเช่นเดิม

“ผมก็เห็นคุณขยับขาซ้าย” โอเนอร์เอ่ย

“ผมก็เห็น” เบต้าคนอื่น ๆ เริ่มพยักหน้าเห็นด้วย

“ผมบอกว่าผมขยับขาข้างขวาก็คือขาข้างขวา ขาของผมผมรู้สึกเองได้ พวกคุณก็เต้นของตัวเองไปเถอะ ยังไงรอบนี้ก็คัดออกเดี่ยวอยู่แล้ว” เบต้าคนเดิมเอ่ย

“จริงอยู่ที่คัดออกเดี่ยวแต่รอบนี้ก็มีทีมที่ชนะซึ่งอาจจะได้สิทธิ์พิเศษก็ได้ หวังว่าคุณจะไม่เป็นตัวถ่วงของทีมนะครับ” คิมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“หึ...พอเป็นคลาส S แล้วอีโก้สูงจังว่ะ” เบต้าคนเดิมเอ่ย

“คนที่อีโก้สูงคือนายต่างหาก” คิมพูดสวนกลับไป

“พอ ๆ ซ้อมกันต่อดีกว่าพวกเรามีเวลาไม่มาก” โอเนอร์พูดห้ามทั้งสองคน เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องบานปลาย เพราะตอนนี้เขาเริ่มได้กลิ่นฉุนฟีโรโมนของคิม มันแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวกำลังหงุดหงิดหรือไม่พอใจ

“ก็ได้” คิมพูดจบก็หันกลับไปเตรียมจะซ้อมเต้นต่อ

“โธ่นึกว่าเป็นอัลฟ่าแล้วจะแน่” เบต้าคนเดิมพูดเย้ยหยัน

คิมที่ได้ยินเบต้าคนนี้พูดเขาก็เริ่มฉุนหนักกว่าเดิม แต่ก็โดนโอเนอร์พูดกระซิบข้างหูเตือนสติเอาไว้ โดยที่โอเนอร์พูดกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน

ซึ่งคิมที่ได้ฟังในสิ่งที่โอเนอร์พูดเขาก็เย็นลงทันที และดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมากอีกด้วยซึ่งบทสนทนาของทั้งสองคนก็คือ

“ใจเย็น ๆ คืนนี้พี่จะยกของชอบให้นาย” โอเนอร์เอ่ย

เขาเอาอาหารที่คิมชอบมาล่อซื้อเขารู้ว่าคิมชอบช็อกโกแลต แต่ทางโซนอาหารมีให้เพียงแค่คนละชิ้นเพราะเป็นช็อกโกแลตเกรดพรีเมี่ยม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คิมอารมณ์ดีขึ้นมาทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป