บทที่ 19 ตอนที่ 18 กำเนิดสายลับ

ห้องซ้อมของทีมที่ 1

“ผมอยากเปลี่ยนท่าเต้นมันยากเกินไป” กัซเอ่ย

“นี่เราเปลี่ยนมา 3 รอบแล้วนะครับ คนอื่นทำได้มีแต่คุณที่ทำไม่ได้” เบต้าในห้องอีกคนพูดสวนขึ้นมาทันที

“ใช่แล้วคนอื่นเต้นได้แต่นายเต้นไม่ได้ ถ้านายเต้นไม่ได้นั่นมันปัญหาของนายแล้วล่ะ อย่ามาเรื่องมาก” เบต้าอีกคนเอ่ย

“ไหนว่ารับฟังความคิดเห็นของกันและกันไง” กัซเอ่ยถาม

“โอ้ย ที่นายทำเขาเรียกว่าเอาแต่ใจแล้วละมั้งท่านี้ก็เต้นง่ายถ้านายยังเต้นไม่ได้ ก็เตรียมตัวออกจากรายการไปได้แล้วมั้ง” เบต้าอีกคนเอ่ย

ริชกับไมค์ทั้งสองคนมองดูคนในทีมทะเลาะกัน ซึ่งต้นเรื่องมาจากเบต้าที่ชื่อว่ากัซที่ต้องการเปลี่ยนท่าเต้นที่ตัวเองเต้นไม่ได้ ทำให้การซ้อมล่าช้าไปมากกว่าเดิม

“ซ้อมต่อกันเถอะครับ คุณคงต้องพิจารณาตัวเองแล้วละว่าปัญหาอยู่ที่ท่าเต้นหรืออยู่ที่คุณ” ริชพูดด้วยท่าทีเฉยเมย

กลับมาสถานการณ์ปัจจุบัน

“สรุปแล้วทีมที่พวกเราอยู่ต่างก็เจอตัวปัญหากันทั้งนั้นเลยนะ” ไมค์เอ่ยหลังจากฟังสถานการณ์ของแต่ละทีม

“ยังไงรอบนี้ก็คัดออกแบบเดี่ยว ถึงทีมจะไม่ชนะก็ยังไม่ตกที่นั่งลำบาก” โอเนอร์เอ่ย แม้ในใจเขาอยากจะพาทีมชนะก็ตาม แต่ถ้ามีตัวถ่วงแบบนี้ก็คงยากที่จะชนะในผลคะแนนรวมของทีม

“พวกเราไปทานข้าวกันดีกว่าครับ เลยเวลาทานข้าวมานานแล้วด้วย” ริชเอ่ยชวนทุกคนไปทานอาหาร ซึ่งแต่ละคนก็เห็นด้วยเพราะพวกเขาเองก็มุ่งมั่นที่จะซ้อมการแสดงอย่างเดียว จึงไม่ได้ออกมาพักทานอาหาร

ห้องอาหาร

“โอ้โห คนเยอะอยู่เหมือนกันแฮะ” อาร์มเอ่ยในห้องอาหารตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน

“คงเพราะพวกเราเลิกซ้อมเวลาไล่เลี่ยกันด้วยละมั้ง” คิมเอ่ย

หลังจากนั้นสมาชิกทุกคนในคลาส S ก็แยกย้ายกันไปเลือกทานอาหารของตัวเอง ส่วนออก้า และฮยองพวกเขาทั้งสองคนเดินไปเลือกอาหารด้วยกัน

“น่ากินไปหมดเลย อันนี้ก็ด้วย อันนั้นอีก เลือกไม่ถูกเอาไปหมดเลยนะกัน” ออก้าพูดออกมาด้วยท่าทีตื่นเต้นสายตาเป็นประกาย

เขาไม่ได้ทานอาหารรสชาติจัดจ้านมานานมากแล้ว เนื่องจากในชีวิตก่อนพอเขาเริ่มแก่ตัวขึ้นเรื่อย ๆ รสสัมผัสก็ไม่เหมือนเดิม แถมยังป่วยอยู่บ่อย ๆ คุณหมอเลยให้กินแต่อาหารรสชาติอ่อนซึ่งมันมีรสชาติจืดสนิท

สำหรับเขาแล้วพอได้ย้อนกลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ก็มีหลาย ๆ สิ่งที่เขาอยากจะลองทำโดยเฉพาะการทานอาหารหลากหลายรสชาติที่ไม่ได้ทานมานาน

“เอาไปเท่าที่พอไหวดีกว่าเดี๋ยวรอบหน้านายก็ค่อยมาเลือกใหม่” ฮยองเอ่ย

เขาเองก็ไม่คิดว่าออก้าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะทุกทีเขาจะเห็นออก้าในมุมที่มีความสุขุม เหมือนคนแก่ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมานานมากกว่า

“โอเคครับพี่ หวังว่าผมจะไม่ได้ออกจากรายการไปก่อนอ่ะนะ ฮาฮาฮา” ออก้าพูดพลางหัวเราะเบา ๆ

“ถ้านายออกจากรายการฉันก็คงออกจากรายการก่อนนายละมั้ง” ฮยองเอ่ย

หลังจากที่ออก้า และฮยองเลือกอาหารที่ต้องการจะรับประทานเสร็จแล้ว ในขณะที่พวกเขากำลังเดินกลับไปที่โต๊ะ ฮยองก็สังเกตเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากำลังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่พอดี

“ออก้า พี่ฝากนายยกจานของพี่ไปไว้ที่โต๊ะทีนะ พี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน” ฮยองเอ่ย

“อ๋อได้ครับ” ออก้าเอ่ย

ฮยองเมื่อเดินแยกตัวออกมาจากออก้าเขาก็เดินตามอังไปแบบเนียน ๆ ซึ่งทางที่อังเดินไปเป็นทางที่คนในรายการไม่ค่อยมา เนื่องจากมันไกลจากที่พักยิ่งอังมองซ้ายมองขวาราวกับจะกลัวคนเห็น สัญชาตญาณของฮยองก็บอกได้เลยว่ามีพิรุธสุด ๆ

ฮยองเดินแนบชิดกำแพงราวกับสายลับ พอถึงทางแยกเขาก็ใช้กระจกบานเล็กที่พกมาส่องดูว่าอังเดินไปทางไหน ซึ่งทางที่อังเดินไปคือทางไปห้องน้ำในตึกแห่งนี้ มันเป็นห้องน้ำด้านหลังสุดของตึกไม่ค่อยจะมีคนมาเข้าสักเท่าไหร่

อังเดินเข้าห้องน้ำไปซึ่งฮยองก็มองตามทุกฝีก้าว เมื่อฮยองได้ยินเสียงปิดประตูห้องน้ำฮยองก็ไม่รอช้า เขารีบเดินเข้าไปในห้องน้ำตามอังด้วยความเงียบ

ห้องน้ำที่อังเข้าเป็นห้องน้ำห้องแรกเพราะมีสัญลักษณ์ว่ามีคนเข้าอยู่ส่วนห้องอื่น ๆ ว่าง ฮยองไม่ต้องการให้อังรู้ตัวว่ามีคนเข้าห้องน้ำเขาจึงย่องไปเข้าห้องสุดท้าย

‘ถ้าเราเข้าไปอังก็ต้องรู้ว่ามีคนเข้าเพราะเสียงประตู’ ฮยองนึกคิดในใจว่าจะเข้ายังไงให้เงียบที่สุด สายตาของเขามองต่ำลงไปเห็นช่องประตูห้องน้ำพอดี ซึ่งเขากะแล้วว่ามันกว้างพอที่จะให้ตัวเขาลอดผ่านไปได้

‘ให้ตายเถอะช่วยไม่ได้ละนะ’ ฮยองนึกคิดในใจเสร็จเขาก็มุดเข้าห้องน้ำทันที ซึ่งการกระทำของฮยองเต็มไปด้วยความเงียบ

ฮยองรออยู่ในห้องน้ำมานานกว่า 5 นาที เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวในห้องน้ำเลยสักนิด

‘หรือว่าอังจะเข้าห้องน้ำเฉย ๆ ไม่สิแต่เราไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย หรืออังจะท้องผูกกันนะเลยยังไม่ได้ออกมา’ ฮยองคิดในใจ ถึงเหตุผลต่าง ๆ ที่อังไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำสักที

“จุ๊กกรู้” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดออกมาเสียงดังจนฮยองสะดุ้งตัวตกใจ

“เบา ๆ หน่อยสิเดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยิน” เสียงของผู้ชายอีกคนเอ่ย ซึ่งแน่นอนว่าฮยองได้ยินทุกอย่าง

“เสียงดังยังไงก็ไม่มีใครหรอกนะ ไม่มีใครมาห้องน้ำที่ไกลสุด ๆ แบบนี้หรอก อังนายมาแล้วก็ออกมาเถอะ” เสียงของผู้ชายอีกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ซึ่งคนที่พูดฮยองจำได้ดีว่าคือทอมมี่

“พวกนายมาช้ามากฉันนั่งรอมาตั้งนาน” เสียงของอังเอ่ย

“แต่ก็มาแล้ว” เสียงของผู้ชายคนนี้ก็คือเสียงของกัซ

ฮยองยังคงนั่งฟังพวกทอมมี่คุยกัน แต่ด้วยความที่เขานั่งอยู่ในห้องน้ำหลังสุด จึงทำให้เขาไม่ค่อยได้ยินว่าพวกนั้นคุยเรื่องอะไรกัน

‘เอาว่ะทุ่มสุดตัว’ ฮยองนึกคิดในใจ

ในเมื่อไม่ค่อยได้ยิน ฮยองก็ลงไปนอนกับพื้นห้องน้ำแล้วค่อย ๆ คลานตามช่องห้องน้ำไปอย่างไม่เร่งรีบ เพราะเขาต้องคลานไปแบบเงียบ ๆ ท่าคลานของฮยองเขาเลียนแบบท่าคลานของทหารที่ต้องคลานผ่านรั้วลวดหนาม โชคดีที่พื้นห้องน้ำสะอาด และไม่ค่อยมีคนใช้ฮยองจึงไม่ได้รู้สึกแย่เท่าไหร่

เมื่อฮยองคลานมาถึงห้องที่พอได้ยินเสียงพวกทอมมี่คุยกันได้อย่างชัดเจน เขาถึงหยุดคลานแล้วใช้หูแนบไปกับกำแพงห้องน้ำเพื่อที่จะได้ยินได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

“แผนสำเร็จเรียบร้อยดี ทีมที่ฉันอยู่พวกเขาฝึกซ้อมได้ช้าลง” อังเอ่ย ซึ่งฮยองได้ยินเต็มสองหู ตอนนี้สมองของเขาบอกได้เลยว่ากำลังคิดอยากจะหยุมหัวคน

“ทีมของฉันก็ซ้อมได้ช้าเหมือนกัน”

“ทีมฉันก็ด้วย”

“พวกนายทำงานได้ดีมากฉันยืนยันได้เลยว่าพวกนายจะได้เดบิวต์แน่นอน” ทอมมี่เอ่ย

เสียดายที่เขาไม่ได้ทำข้อตกลงกับทีมที่ 5 จึงไม่มีคนป่วนให้ซ้อมช้าลง แต่ถึงจะไม่มีคนป่วนเขาก็ยังไม่สนใจ เพราะโจทย์ของทีมที่ 5 ก็ยากอยู่แล้วเขาจึงไม่อยากลงแรงเอง ปล่อยให้ทีมที่ 5 ผิดพลาดจนโดนคัดออกเองดีกว่า

“ทำตามสัญญาด้วยละ” เบต้าคนหนึ่งเอ่ย

“แน่นอนฉันรักษาสัญญาแยกย้ายกันได้แล้วเดี๋ยวจะมีคนสงสัย” ทอมมี่พูดไล่ทุกคน ซึ่งทอมมี่เดินออกจากห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย

ส่วนสาเหตุที่ทอมมี่ต้องดีลคนเพิ่มเพื่อไปป่วนทีมที่ฮอนดะ และอิชิอยู่เนื่องจากทั้งสองคนไม่ยอมทำตามที่เขาบอก

ย้อนอดีตกลับไปเหตุการณ์ที่ทอมมี่คุยกับฮอนดะ และอิชิที่ห้องน้ำแห่งนี้

“มัวแต่ยึดถือความแฟร์ชาตินี้พวกนายก็ไม่ได้เดบิวต์หรอก” ทอมมี่เอ่ย

“ข้อตกลงคือพวกเราจะอำนวยความสะดวกให้คุณในโจทย์ต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าพวกเราจะยอมทำตามทุกเรื่อง และหากพวกเราได้เดบิวต์แต่ความสามารถเป็นที่ครหาคงโดนด่าไม่น้อย” ฮอนดะเอ่ย

“นั่นมันเป็นปัญหาของพวกนายฉันทำให้นายเดบิวต์ได้ แต่ความสามารถก็ขึ้นอยู่กับพวกนายเองไม่เกี่ยวกับฉัน จะโดนคนด่าคนว่าก็เรื่องของพวกนายแค่เดบิวต์ได้ก็หมดปัญหาแล้ว อย่าลืมว่านี่คือความหวังสุดท้ายของพวกนายไม่ใช่เหรอ” ทอมมี่เอ่ย เมื่อพูดจบทอมมี่ก็เดินออกไปทันที

“พวกอัลฟ่าใช้การไม่ได้สงสัยฉันต้องไปดึงคนอื่นมาเป็นพวกใหม่” ทอมมี่บ่นพึมพำออกมาอย่างหัวเสีย

กลับมาสถานการณ์ปัจจุบัน

หลังจากที่พวกของทอมมี่เดินออกจากห้องน้ำไปหมดแล้ว ฮยองก็เดินออกจากห้องน้ำเพื่อที่จะกลับไปเล่าให้กับทุกคนฟังด้วยความเร่งรีบ

โต๊ะรับประทานอาหารของคลาส S

“ฉันมีเรื่องจะมาเล่า รับรองได้เลยว่าพวกนายต้องคาดไม่ถึงแน่ ๆ ” เมื่อมาถึงโต๊ะที่คลาส S นั่งอยู่ ฮยองก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันที สภาพร่างกายของฮยองในตอนนี้คือมีเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก ผมสีชมพูของเขาก็ค่อนข้างยุ่งฟู

“พี่ไปทำอะไรมาผมกะว่าจะไปตามพี่อยู่พอดีเห็นออกไปนาน” ออก้าเอ่ย

“ฉันไปเป็นนาตาชาโรมานาฟมา” ฮยองพูดอย่างมีเลศนัย

“ก่อนอื่นนายควรไปอาบน้ำใหม่เสียก่อนแล้วค่อยมาทานข้าวเดี๋ยวค่อยเล่า” อาร์มเอ่ย พวกเขาเองก็ยังไม่ได้ทานอาหาร เพราะปกติจะนั่งทานพร้อมกันแล้วไปด้วยกัน

“งั้นรอสักครู่” ฮยองพูดจบก็วิ่งไปอาบน้ำใหม่ทันที เขาอยากเล่าเรื่องนี้สุด ๆ แต่เขาก็รู้ว่าเขาเล่านานอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเขาจึงไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาเล่าให้กับทุกคนฟัง

เมื่อฮยองอาบน้ำทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็พากันกลับมาที่ห้องส่วนกลางของคลาส S เพื่อที่จะได้ฟังเรื่องที่ฮยองเล่าได้อย่างสะดวก เพราะหากเล่าที่ห้องอาหารคงมีคนไปเมาท์ต่ออย่างแน่นอน

ห้องส่วนกลางคลาส S

“นี่...ออก้าจำตอนที่ฉันบอกจะไปห้องน้ำได้ไหมจริง ๆ แล้วฉันไปห้องน้ำจริง” ฮยองเอ่ย

“ก็ใช่พี่บอกผมจะเข้าห้องน้ำ” ออก้าเอ่ย

“แต่ฉันไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำตั้งแต่แรกอ่ะสิคืองี้ตอนที่กำลังเดินกลับโต๊ะฉันเห็นอังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ด้วยความสงสัยฉันจึงอยากตามไป ฉันเลยบอกนายว่าไปห้องน้ำ...” ฮยองเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาตั้งแต่ต้นจนจบอย่างไม่มีตกหล่น

“แต่รู้อะไรไหมฉันทำยังไงให้เข้าห้องน้ำได้โดยไม่มีเสียง” ฮยองเอ่ย

“ไม่รู้” โอเนอร์เอ่ยส่วนคนอื่น ๆ ก็ส่ายหน้า

“ฉันกลิ้งเข้าไปน่ะสิ....” ฮยองเอ่ย

ฮยองเล่าออกมาอย่างออกอรรถรสพร้อมทำท่าให้ดู ซึ่งคนอื่น ๆ ก็กำลังมองฮยองด้วยท่าทีเหลือเชื่อ

“พอฉันไม่ได้ยินว่าคนพวกนั้นคุยอะไรกันฉันก็ค่อย ๆ คลานผ่านห้องน้ำแต่ละห้อง จนในที่สุดก็ถึงห้องที่ได้ยินชัดเจนมากที่สุด....” ฮยองเอ่ย

หลังจากนั้นฮยองก็เล่าเรื่องทั้งหมดจนจบ

“นี่นายทุ่มเทสุด ๆ ไปเลยนะ” ริชเอ่ย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป