บทที่ 21 ตอนที่ 20 ราคาบัตรสร้างตึก
แน่นอนว่าบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์อยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะบุญเก่าที่สะสมเอาไว้ล้วน ๆ เนื่องจากผู้ก่อตั้งวางรากฐานบริษัทเอาไว้ดีทำให้มีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งอยู่หลายคน ซึ่งแน่นอนว่าการได้งานมาคือการใช้เส้นสายจากวงใน
ส่วนประธานบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ไม่ได้บริหารเก่งเลย แถมยังขี้งกใช้จ่ายก็ฟุ่มเฟือยชอบทุ่มเงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่บริษัทก็ยังรอดมาได้เพราะมีผู้ถือหุ้นคอยกำกับดูแลเงินของบริษัทอยู่ ซึ่งมันเป็นเงินที่ปีเตอร์ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวได้
และแน่นอนว่าก็มีผู้ถือหุ้นบางส่วนอยากจะถอนหุ้นออกหลายคน แต่พวกเขาก็มองแล้วว่าหากถอนหุ้นในตอนนี้ก็ได้ไม่คุ้มเลยสักนิด ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีประธานห่วยแตกมีข่าวลือแย่ ๆ
แต่ตัวบริษัทก็ยังคงทำกำไรได้ขึ้นทุกปี ซึ่งตอนนี้ผู้ถือหุ้นกำลังอยู่ในช่วงถอนทุนคืน หากพวกเขาได้ทุนคืน และได้กำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกเขาย่อมถอนหุ้นออกไปแน่ ๆ
สตูดิโอรายการค้นหาไอดอล
ตอนนี้แต่ละทีมกำลังเริ่มซ้อมการแสดงของตัวเองอยู่ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีพีแรกที่ออนแอร์ไปแล้วกระแสของตัวเองจะเป็นยังไงบ้าง เพราะพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ดูกระแสความนิยมของตัวเองในระหว่างอยู่ในรายการ
ห้องซ้อมของทีมที่ 5
ตอนนี้ออก้ากำลังเจอปัญหาก็คือเรื่องการร้องประสานเสียงที่ไม่สมูท ระดับการไล่เสียงยังคงทำได้ไม่ดี ซึ่งออก้าก็เข้าใจเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาในการปรับจูนสักพักใหญ่ แต่เขาก็หวังว่าจะสามารถร้องประสานเสียงออกมาได้สมูททันเวลา
“พี่ครับ เสียงของพี่ต้องทุ้มต่ำลงอีกนิดหน่อยครับในจังหวะนี้” ออก้าเอ่ยบอกเบต้าคนหนึ่งที่อยู่ในทีม
“โอเคพี่จะพยายาม” เบต้าชายที่ถูกออก้าทักเอ่ย เขาเองก็แปลกใจอยู่เหมือนกันที่ออก้าสามารถแยกแยะเสียงของพวกเขาแต่ละคนออกได้ยังไง ถึงขนาดจับจุดได้ว่าใครร้องเสียงในโทนไหนบ้าง
เวลาผ่านพ้นไปหลายชั่วโมงการร้องประสานเสียงของทีมที่ 5 ก็นับว่ายังทำได้ดีกว่าตอนแรกอยู่นิดหน่อย ซึ่งยังเหลือเวลาอีกมากที่พวกเขาจะมีเวลาฝึกซ้อม
“พักก่อนดีกว่าทุกคน” ไทเกอร์เอ่ย ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยเพราะพวกเขาซ้อมการร้องประสานเสียงมานานมาก หากหักโหมมากไปวันแสดงจริงเสียงอาจจะหายจนยากที่จะแก้ไข
วันเวลาผ่านพ้นไปอีก 3 วัน
ตอนนี้ทุกทีมเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น และทุกคนก็เริ่มกดดันกันมากขึ้น เพราะเหลืออีก 2 วันก็จะแสดงบนเวทีของจริงแล้ว
ส่วนบนอินเทอร์เน็ตก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เพราะทางรายการเปิดให้จองตั๋วเพื่อเข้าชมรอบแข่งทีมที่จะจัดแข่งในอีก 2 วันจำนวน 200 ที่นั่งราคา 20,000 เหรียญ
มาดื่มมาดริ้ง : ก็ดีใจอยู่หรอกที่ทางรายการเปิดให้เข้าชมแต่ค่าตั๋วแพงไปไหม
แมวสวาท : แพงจริงค่ะเจ๊ น้องก็ว่าแพงเกินไปอันนี้บริษัทกะเก็บเงินไว้สร้างตึกเหรอคะ
ผมผ่านทางมาครับ : 20,000 เหรียญผมยินดีจ่ายแต่ขอร้องบริการดี ๆ หน่อยได้ไหมครับคอนเสิร์ตของศิลปินในค่ายห้องน้ำห่วงแตกมากค่าบัตรก็แพงเก้าอี้นั่งโซน A ราคาบัตร 100,000 เหรียญแต่เป็นเก้าอี้พลาสติกโง่ ๆ
ผมเชียร์ทอมมี่ : แวะมาอ่านพวกจน ๆ แต่อยากเข้าชมรายการสด ๆ ครับ
มาดื่มมาดริ้ง : ฉันเป็นผู้บริโภคก็มีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็น ส่วนเธอน่ะไม่มีสิทธิ์มาเหยียดคนอื่นถ้ารวยมากก็เก็บไว้จัดงานศพตัวเองเถอะจ๊ะ
แมวสวาท :เจ๊ฟาดมันอีก
.
.
.
+999999 คอมเมนต์
บริษัทตระกูลคอนเนลล์
“สิงตามมอสมาพบผมที่ห้อง” แมกซ์เวลล์เอ่ย
“ครับท่านเดี๋ยวผมจะตามมาให้ครับ” สิงเอ่ย
ใช้เวลาไม่นานประตูห้องของแมกซ์เวลล์ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~~~
“ขออนุญาตครับ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งเอ่ย
“เชิญ” แมกซ์เวลล์เอ่ย
เมื่อได้รับอนุญาตประตูห้องก็เปิดออกคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นอัลฟ่าหน้าตาดีกล้ามใหญ่เป็นมัด ๆ
“ท่านเรียกผมมาแสดงว่ามีใครให้กำจัดเหรอครับ” มอสเอ่ยถาม เพราะเดิมทีแมกซ์เวลล์มักจะเรียกใช้มอสส่วนใหญ่เป็นการกำจัดพวกแมลงเม่าหรือหนูที่แอบลักลอบเข้ามาในบริษัท
“ไม่ใช่เรื่องนั้น ผมแค่อยากให้คุณไปรายการนี้แล้วเชียร์คนคนนี้” แมกซ์เวลล์เอ่ย พร้อมชูรูปของออก้าให้มอสดู เขาเองก็อยากไปเชียร์ออก้าด้วยตัวเองเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่อยากจะให้แสงบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์มากนัก
เพราะการปรากฏตัวของเขาในรายการแน่นอนว่าต้องมีคนเล่นข่าวประธานหนุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่เข้าชมรายการค้นหาไอดอลแน่ ๆ
และแน่นอนเมื่อข่าวออกไปแบบนี้เมื่อไหร่บริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็ได้พื้นที่สื่อไปด้วยเต็ม ๆ ผลสุดท้ายแล้วเขาจึงตัดสินใจให้มอสไปแทนเนื่องจากไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามอสทำงานให้กับเขา
เพราะมอสอยู่ในกองกำลังลับของตระกูลไม่ค่อยเปิดเผยหน้าตาในสื่อ ในตอนแรกเขาก็กะว่าจะให้สิงไปแทนแต่สิงติดภารกิจจึงไม่สามารถไปเชียร์ออก้าแทนเขาได้
“ว้าว...สวยจังแบบนี้ผมเชียร์สุดใจเลยจะได้แอบขอเบอร์เขาด้วย” มอสพูดอย่างเผลอตัว
เขารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกได้ถึงกลิ่นฉุน ๆ และแรงกดดันจากท่านประธาน ซึ่งเขาก็ค่อนข้างงุนงงว่าเขาไปทำให้ท่านประธานโกรธรึเปล่า
สิงที่เห็นแมกซ์เวลล์กำลังปล่อยฟีโรโมนกดข่ม ดวงตาที่เป็นสีแดงอยู่แล้วบัดนี้ก็ดูน่ากลัวมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
“มอสแค่พูดแซวเฉย ๆ ครับเจ้านี่มันปากไวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว” สิงรีบเอ่ย พลางสะกิดมอสที่ตัวโตแต่สมองทึบ
“อ่ะ...จริงครับงะ...งั้นเดี๋ยวผมไปเชียร์ให้เองครับ เบอร์ไม่มีขอ” มอสรีบเอ่ยแก้ตัว
“ทำให้ดีล่ะ จะเอาใครไปเป็นเพื่อนก็ได้ฉันไม่ว่าแต่ฉันมีบัตรแค่ 3 ใบ” แมกซ์เวลล์พูดจบก็ส่งสายตาเป็นเชิงไล่ให้ทั้งสองคนออกไปจากห้อง ซึ่งสิงก็พอเข้าใจเขาจึงพามอสออกจากห้องทันที
“นี่เราเป็นอะไรไปนะ” แมกซ์เวลล์พูดพึมพำออกมา เขารู้สึกหงุดหงิดสุด ๆ ในคำพูดของมอสเมื่อกี้ โดยเฉพาะคำพูดที่ว่าจะขอเบอร์ของออก้าก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด จนเขาเผลอปล่อยฟีโรโมนของอัลฟ่าออกไป
นอกห้องทำงานของแมกซ์เวลล์
“นี่ทำไมนายท่านต้องโกรธฉันด้วยละ หรือผมไปทำอะไรผิดตอนไหนกัน แต่ผมว่าผมไม่ได้ทำผิดอะไรนะ อื่ม...หรือจะเป็นตอนที่แอบกินขนมของนายกันนะ เอ๊ะแต่ไม่ใช่หรอกบอสจะโกรธแทนนายทำไมกัน” มอสเอ่ยกับสิง พลางทำท่าครุ่นคิด
“นายท่านโกรธเพราะนายจะไปขอเบอร์คนที่นายท่านให้ไปเชียร์นั่นแนะ” สิงเอ่ย
“ออ...เป็นแบบนี้นี่เองนี่สินะ เขาเรียกว่าอาการหวงแต่ยังไม่ได้ครอบครองรึเปล่า” มอสเอ่ย
“จุ๊ปากนายไว้เลย อย่าไปพูดให้นายท่านได้ยินละไม่งั้นนายโดนท่านเล่นแน่” สิงเอ่ย
“โอเคไม่พูดแล้ว ๆ ” มอสเอ่ย พลางใช้มือปิดปากตัวเอง
“แต่นายจำได้ไหมนายเองก็มีความผิดอยู่” สิงเอ่ยในขณะที่บรรยากาศรอบ ๆ มีแต่ความเงียบ
“คะ...ความผิดอะไรฉันไม่เคยทำผิด” มอสเริ่มพูดออกมาด้วยความกังวล
“นึกดี ๆ ” สิงเอ่ย
“มะ...ไม่มี” มอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ที่แท้โจรขโมยขนมของฉันที่ฉันใช้เวลาต่อคิวซื้อมามากกว่า 2 ชั่วโมงก็เป็นนายเองสินะ” สิงเอ่ย เขาก็รู้สึกขมวดคิ้วตั้งแต่เมื่อกี้ที่มอสหลุดพูดแล้วว่าเจ้าตัวเป็นคนกินขนมของเขาไป
“ผะ...ผมขอโทษครับ ไม่รู้ว่าเป็นของคุณผมเห็นมันน่าทานดีเลยลองชิม แต่ชิมไปชิมมามันอร่อยมากจนผมอยากกินอีกครั้งเลยละ” มอสพูดพลางนึกถึงรสชาติที่เขาได้เคยลิ้มลอง
“ยังไม่สำนึกอีก เดี๋ยวฉันจะเอาให้นายกินอีกไม่ใช่เค้กแต่มันคือส้นตีนของฉัน” สิงพูดจบก็เตรียมวิ่งเข้าชาร์จมอสทันที แต่มอสก็สามารถหลบได้ทันเขาจึงรีบวิ่งหนีสิงโดนไม่คิดชีวิต
“ผ...ผมขอโทษเดี๋ยวไปซื้อให้ใหม่ครับ” มอสพูดออกมาอย่างร้อนรน
ในขณะที่วิ่งอยู่ก็มีสิงวิ่งตามมาติด ๆ เดิมทีสิงและมอสเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ และอีกอย่างที่ชั้นนี้ไม่มีคนอยู่นอกจากท่านประธาน พวกเขาจึงกล้าวิ่งไล่กันโดยไม่อายภาพพจน์ของตัวเอง
เพราะไม่มีคนอื่นเห็น และอีกอย่างห้องของท่านประธานเป็นห้องเก็บเสียงย่อมไม่ได้ยินเสียงตึงตังที่พวกเขาทำเสียงดังอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าราคาค่าบัตรเข้าชมรอบทีมของรายการค้นหาไอดอลจะแพง แต่สุดท้ายรายการก็สามารถปิดการขายได้ภายในระยะเวลา 2 วันทำให้ปีเตอร์ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ในขณะเดียวกันเขาก็สังเกตกระแสความนิยมของโซเชียลมีเดียไปด้วย ว่าคนไหนในรายการค้นหาไอดอลที่กำลังเป็นที่นิยม เขาจะได้หากำไรจากคนเหล่านี้ โดยการรับงานนอกมาให้คนในรายการไปทำ
1 วันก่อนวันแข่งรอบทีม
ตอนนี้ทุกทีมเริ่มมีความพร้อมเพรียงในการแสดงโชว์รอบทีมแล้ว แต่ก็มีบางคนที่มีความผิดพลาดซึ่งนี่จะเป็นการซ้อมครั้งสุดท้าย เนื่องจากวันพรุ่งนี้คือรอบแข่งจริงจะมีความผิดพลาดไม่ได้เพราะถ้าหากผิดพลาดก็เท่ากับว่าเตรียมตัวออกจากรายการได้เลย
ห้องซ้อมของทีมที่ 5
“ดีมากครับพวกเรายังติดขัดท่อนประสานเสียงอยู่เหมือนเดิม ส่วนท่อนอื่น ๆ ทำได้ดีมากแล้วครับ” ออก้าเอ่ย ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เขากล้ารับรองได้ว่าทีมของเขามีพัฒนาการที่ดีมากและโชคดีที่ทีมของเขาไม่มีตัวป่วนเหมือนกับทีมอื่น ๆ ทำให้เวลาการซ้อมไม่ได้สะดุดลง
“ต้องขอบคุณนายมาก ๆ ถ้าไม่ได้นายพวกเราแย่แน่ ๆ ส่วนท่อนประสานเสียงวันนี้ต้องร้องให้สมูทให้ได้เลย สู้ ๆ โว้ยพวกเรา” เบต้าคนหนึ่งเอ่ย
“เฮ้...มาทำให้ดีที่สุดกัน” เหล่าสมาชิกทีมที่ 5 พูดพร้อมกัน ถึงแม้ทีมของพวกเขาจะไม่ชนะ แต่พวกเขาก็ภูมิใจที่ทำได้เต็มประสิทธิภาพของตัวเองแล้ว
“เพราะพวกพี่ ๆ มีความสามารถด้วยครับเลยทำให้ทุกอย่างออกมาดี” ออก้าเอ่ย
ในด้านของออก้าเขาได้เป็นเซนเตอร์ของทีม แน่นอนว่าแอร์ไทม์ของโชว์นี้เขาจะได้รับเต็ม ๆ คนเดียวในช่วงแรก ถึงแม้จะแค่ 20 วินาทีแต่ก็นานพอให้คนจดจำเขาได้แล้ว
“แต่นึกไม่ถึงเลยว่านายจะเล่นเปียโนเป็นด้วย” เบต้าคนหนึ่งเอ่ยถาม ซึ่งเขามั่นใจว่าโชว์ของพวกเขาต้องทำให้ผู้ชมอึ้งแน่ ๆ เพราะขนาดพวกเขาซ้อมร้องเพลงกับออก้ายังอึ้งกับความสามารถของออก้าเลย
“อ๋อ...พอเล่นได้ครับ” ออก้าเอ่ย
“ฝีมือแบบนายไม่ใช่แค่พอเล่นได้แล้วอย่าถ่อมตัวไปเลยน่า ฮาฮาฮา” เบต้าอีกคนเอ่ย พลางหัวเราะไปด้วย
ถึงแม้เขาจะอยู่กับออก้าได้เพียง 6 วัน พวกเขาก็รู้ว่าออก้ามีนิสัยที่ดีมากไม่ได้ขี้อวด หรือชอบข่มคนอื่น ในตอนแรกพวกเขายอมรับว่ามีอคติกับคลาส S อยู่บ้าง
เพราะส่วนใหญ่คลาส S จะชอบข่มคลาสที่ด้อยกว่าจากประสบการณ์ของพวกเขา แต่ออก้ากลับให้เกียรติพวกเขาไม่ได้มองว่าพวกเขาด้อยกว่าตัวเอง พูดคุยกันด้วยเหตุผลบางทีพวกเขายังนึกคิดเลยว่า พวกเขาเหมือนกำลังคุยกับคุณปู่ที่ผ่านประสบการณ์ในชีวิตมาอย่างยาวนาน
