บทที่ 22 ตอนที่ 21 เตรียมพร้อมแข่งขัน
เวลา 22.00 นาฬิกา
“เลิกซ้อมกลับไปพักผ่อนกันดีกว่าครับหักโหมมากไปพรุ่งนี้เดี๋ยวเสียงหาย” ออก้าเอ่ย
“ฉันเห็นด้วยตอนนี้พวกเราก็ทำได้ดีมากแล้วถนอมเสียงไว้หน่อยกันดีกว่า” เบต้าในทีมคนหนึ่งเอ่ย
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ซ้อม ทางรายการเลยให้แต่ละทีมซ้อมบนเวทีจริงทีมละ 1 ชั่วโมงโดยที่ทีมอื่นไม่สามารถเข้ามาดูการซ้อมของทีมอื่น ๆ ได้ เพื่อให้พวกเขาได้ลองเวทีจริงว่ามีตรงไหนต้องปรับแก้
รวมถึงจะได้พูดคุยกับทีมงานเรื่องการจัดแสงไฟตามแบบที่แต่ละทีมวางเอาไว้ ซึ่งแต่และทีมก็พบข้อผิดพลาดของตัวเอง ในวันนี้พวกเขาจึงเลิกซ้อมช้ากว่าปกติ
หลังจากนั้นทีมที่ 5 ก็ตัดสินใจว่าจะพักผ่อนกันก่อน จึงกล่าวบอกลากันแล้วแยกย้ายไปพักผ่อน ซึ่งทีมที่ 5 เป็นทีมแรกที่เลือกที่จะพักการซ้อมส่วนทีมอื่น ๆ ยังคงซ้อมกันอย่างต่อเนื่อง
เวลา 01.00 นาฬิกา
ออก้าเลิกซ้อมตั้งแต่สี่ทุ่มเมื่อเขากลับมาที่ห้องพักก็พบว่ายังไม่มีใครในคลาส S เลิกซ้อม ออก้าจึงทำธุระส่วนตัวของตัวเองให้เสร็จ จากนั้นเขาก็มานั่งทบทวนเพลงที่ใช้ในการแข่งขันในวันพรุ่งนี้
แม้ว่ามันจะเป็นโจทย์ที่ยากในสายตาของคนอื่น เนื่องจากใช้เทคนิคการร้องที่หลากหลายแต่สำหรับออก้านับว่าโชคดีมาก ๆ เพราะเขาถนัดร้องเพลงมากกว่าการเต้น การได้รับตำแหน่งเป็นเซนเตอร์ในเพลงนี้ไม่ได้ทำให้ออก้าหนักใจ เพราะส่วนใหญ่จะใช้เสียงร้อง และการแสดงสีหน้ามากกว่าการเต้น
ในตลอดระยะเวลา 6 วันที่ผ่านมาเขาได้ซ้อมการร้องเพลงอย่างหนัก เพื่อที่จะได้ทำให้ออกมาได้ดี อีกอย่างเขาเองก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำตามความฝันของตัวเองอีกครั้ง
ในชีวิตก่อนเขาประสบอุบัติเหตุจนทำให้ร้องเพลงไม่ได้ แม้จะร้องเพลงไม่ได้เขาก็เข้าเรียนทฤษฎีการร้องเพลงกับเหล่าปรมาจารย์ด้านนี้โดยเฉพาะ แต่น่าเสียดายแม้จะแม่นทฤษฎีแต่ก็ไม่สามารถปฏิบัติจริงได้
ในชีวิตเดิมของเขาจึงถูกเหล่าบรรดาแอนตี้หยิบยกเรื่องนี้มาล้อเขา ซึ่งนี่ถือเป็นจุดบอดของเขาที่ใหญ่ที่สุดเลยทำให้เขาโดนค่อนขอดต่าง ๆ นานา จนช่วงหนึ่งเขาถึงกับซึมไปเลย
บางครั้งก็แอบร้องไห้คนเดียวเมื่อถูกแซะถึงปมด้อยที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถึงอย่างงั้นเวลาออกสื่อเขาก็ไม่ได้แสดงด้านที่อ่อนแอออกมาให้คนอื่นเห็น
ส่วนสื่อก็พยายามยกคำถามนี้มาถามเขาแน่นอนว่าออก้าเลือกที่จะไม่สนใจเขาเลือกที่จะทำตามความฝันของตัวเองในตอนเด็กอยู่เหมือนเดิม ถึงแม้เขาจะร้องเพลงไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะศึกษาการร้องเพลงไม่ได้ จนเขาได้รับฉายามาอีกหนึ่งฉายาคือนกปีกหัก
ซึ่งความหมายของมันก็คือนกที่อดีตเคยโบยบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระ ความสามารถของมันคือการบินโดยใช้ปีก แต่เมื่อวันใดที่นกตัวนั้นไม่สามารถบินได้ก็เหมือนกับหมดคุณค่าในชีวิตของตัวเอง แน่นอนว่าเหล่าบรรดาแอนตี้มักใช้สำนวนนี้มาเปรียบเทียบกับเขา ที่ในตอนเด็กเป็นนักร้องดาวรุ่งน่าจับตามอง แต่พอไม่สามารถร้องเพลงได้ก็เหมือนหมดคุณค่า
ซึ่งแน่นอนว่าออก้าไม่ได้ไม่อยากให้ใครมาดูถูกตัวเอง เขาจึงพยายามทำให้บรรดาแอนตี้เห็นว่านกที่ปีกหักก็สามารถหาอาหารให้ตัวเองรอดชีวิตได้ ตั้งแต่นั้นมาออก้าจึงเข้าเรียนทฤษฎีการร้องเพลงมาโดยตลอด หากนกในสำนวนกินอาหารเพื่อชีวิตของตัวเอง เขาก็จะศึกษาการร้องเพลงเพื่อเติมเต็มความสุขของตัวเองเช่นกัน
แต่ในความเป็นจริงแล้วคำพูดของคนอื่นเป็นเพียงลมปาก ไม่มีใครจะอยู่กับเราในวันสุดท้ายของชีวิตเท่าตัวเราเอง ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่สนใจแอนตี้แย่ ๆ ที่วิจารณ์ด้วยอคติ เขาจะรับฟังเฉพาะคำติชมที่แสดงออกถึงความจริงใจ
“เมื่อไหร่ทุกคนจะเลิกซ้อมนะ” ออก้าพูดพึมพำออกมา พลางมองไปที่นาฬิกาซึ่งเวลานี้คือตีหนึ่งแล้ว ในใจเขาก็รู้สึกเป็นห่วงเพื่อน ๆ ว่าจะตื่นเตรียมตัวทันกันไหม เพราะมีการถ่ายรายการช่วงเช้ากิจกรรมออกกำลังกายตอนเช้างด 1 วันเนื่องจากทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม
30 นาทีผ่านไป
แกร๊ก~~~
เสียงเปิดประตูห้องส่วนกลางคลาส S ซึ่งคนที่เดินเข้ามาคนแรกคือฮยอง และตามด้วยคนอื่น ๆ ที่ดูง่วงเต็มที
“ออก้านายซ้อมเสร็จนานแล้วเหรอ” ฮยองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียง และท่าทางที่ดูง่วง ๆ
“ทีมผมพักการซ้อมตั้งแต่ 4 ทุ่มครับ” ออก้าเอ่ย
“ห้ะ! ไวชะมัดทีมของฉันกว่าจะออกมาดีก็คือการซ้อมรอบสุดท้ายเมื่อกี้นี้เอง” ฮยองเอ่ย
“ของฉันก็ด้วยหวังว่าพรุ่งนี้จะออกมาดี” โอเนอร์เอ่ย
“ดูถ้าจะง่วงนอนกันแล้วพวกเราแยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนดีกว่าครับ พรุ่งนี้เริ่มแข่งตั้งแต่เช้า” ออก้าเอ่ย พลางมองสภาพของแต่ละคนที่ดูง่วงเต็มที ซึ่งแต่ละคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ราตรีสวัสดิ์” สมาชิกคลาส S ทุกคนเอ่ย
รุ่งเช้าวันถัดมา
ผู้เข้าแข่งขันรายการค้นหาไอดอลทุกคนตอนนี้ตื่นเช้ากันตั้งแต่หกโมงเช้า เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในรอบทีม บางคนก็มีอาการตื่นเต้นจนนอนแทบไม่หลับ บางคนก็รู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้มีอาการตื่นเต้น
แต่สำหรับออก้าเขากล้าพูดได้เลยว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่เขารู้สึกตื่นเต้น เพราะครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ร้องเพลงบนเวทีท่ามกลางผู้คนที่จับตามองดูทีมของพวกเขาอยู่
“ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านกรุณาเตรียมตัวให้พร้อมนะครับเวลา 08.00 นาฬิกาขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านมารวมตัวกันที่สตูดิโออย่างพร้อมเพรียงกัน” เสียงทีมงานประกาศตามสาย
“พี่ครับตื่นได้แล้วครับ” ออก้าพูดปลุกฮยอง
“ขอเวลาอีก 10 นาที” ฮยองพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ใบหน้าของฮยองยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่เหมือนเดิมไม่มีท่าทีว่าจะตื่น
“แต่พี่ครับสายแล้วนะครับ” ออก้าเอ่ย
“ฮ่ะ! สายแล้วเหรอแย่ล่ะ” ฮยองเด้งตัวลุกขึ้นทันที พร้อมรีบวิ่งไปจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองอย่างเร่งรีบ
ซึ่งทุกการกระทำของฮยองออก้ามองด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความน่าเอ็นดู เหมือนคุณปู่มองหลานตัวน้อย ๆ ที่กำลังตื่นสายแล้วใกล้จะเข้าโรงเรียนไม่ทัน
ซึ่งวีธีการปลุกแบบนี้ออก้าเอามาจากเพื่อนของเขาที่มีลูกแล้ว ลูกของเธอเป็นเด็กขี้เซาเธอจึงมักจะใช้วิธีปลุกว่ากำลังจะไปโรงเรียนสาย แต่แท้จริงแล้วเวลาไม่ได้สายตามที่เธอพูด ออก้าจึงเอาวิธีของบรรดาแม่ ๆ มาปรับใช้ดูซึ่งมันก็ได้ผล
เมื่อฮยองทำธุระส่วนตัวเสร็จพวกเขาก็ไปนั่งรอคนอื่น ๆ ในคลาส S ที่ห้องส่วนกลางแล้วเดินไปทานอาหารพร้อมกัน หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วพวกเขาก็เดินไปที่สตูดิโอตามเวลาที่ทีมงานประกาศ
“แต่ละทีมแยกตัวได้เลยค่ะ ทางทีมงานคอสตูมได้จัดชุดที่ประสานงานเอาไว้ให้แล้ว เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วรอที่ด้านหลังเวทีแบ่งตามทีมนะคะ จะเริ่มรายการตอนเวลา 09.00 นาฬิกา ขอให้ทุกคนรักษาเวลาด้วยนะคะ” ทีมงานผู้หญิงเอ่ย
ชุดสำหรับการแข่งรอบทีมในวันนี้ ทีมคอสตูมได้เข้าไปคุยกับแต่ละทีมแล้วว่าอยากได้ชุดออกมาในตรีมแบบไหน ซึ่งพอตกลงกัน และลองชุดเสร็จ ทีมงานคอสตูมก็นำชุดมาแยกไว้ให้แต่ละทีมทั้งหมด 5 ทีม
ชุดของทีมที่ 1
ชุดของทีมที่ 1 เน้นไปในทางชุดสีสันสดใสพวกเขาออกแบบชุดโดยใช้สีแดงเป็นหลักตามสไตล์การแต่งตัวของแต่ละคน ทำให้ชุดที่ออกมาดูเป็นชุดที่เอาไว้ใส่สำหรับการท่องเที่ยว หรืองานปาร์ตี้ สาเหตุที่พวกเขาเลือกที่จะใช้สีแดงเป็นหลัก เพราะอยากให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความสนุกที่ดูร้อนแรงไม่มีวันเบื่อตามอารมณ์ของเพลง
ชุดของทีมที่ 2
ชุดของทีมที่ 2 ออกแบบชุดโดยใช้สีชมพูเป็นหลัก การแต่งตัวก็ตามสไตล์ของแต่ละคนแต่ก็ยังคงดูกลมกลืน สาเหตุที่ใช้สีชมพูเพราะเป็นแนวเพลงรัก พวกเขาจึงตัดสินใจว่าจะใช้สีชมพูเป็นหลักในการทำชุด
ชุดของทีมที่ 3
ชุดของทีมที่ 3 ออกแบบชุดโดยใช้สีดำเป็นหลัก ชุดถูกออกแบบให้มีความเซ็กซี่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเซ็กซี่โดยการใช้วัสดุที่ทำชุดเป็นวัสดุหนังที่มีความมันวาว ตัวชุดของแต่ละคนจะสามารถมองเห็นกล้ามหน้าท้อง หรืออกบางชุดก็เป็นเสื้อตาข่ายสีดำเผยให้เห็นสรีระส่วนบนทั้งหมด
แต่ชุดที่โดดเด่นก็คงไม่พ้นชุดของทอมมี่ ชุดของทอมมี่ออกแบบให้โดดเด่นเป็นชุดตาข่ายสีดำ กางเกงขาสั้น เผยให้เห็นต้นขา และส่วนหน้าอกได้อย่างชัดเจน วัสดุที่ทำก็เป็นวัสดุหนังที่มีความมันวาวมากกว่าของคนอื่น ๆ ในทีม
ซึ่งสามารถการันตีได้เลยว่าวัสดุที่ทำชุดของทอมมี่ดีกว่าคนอื่น ๆ และยังเป็นทีมเดียวที่มีชุดที่โดดเด่นดูไม่กลมกลืนกับคนในทีม แม้จะใช้สีโทนสีดำเหมือนกันแต่ความมันวาว และการเล่นแสงไฟแตกต่างกัน
ชุดของทีมที่ 4
ชุดของทีมที่ 4 ออกแบบโดยใช้สีดำเป็นหลักชุดของทีมที่ 4 ทุกคนลักษณะเด่นคือจะให้อารมณ์ความรู้สึกที่เท่ บางคนก็เจาะหู หรือติดแทคทูเป็นรูปต่าง ๆ ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่มองเห็น เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้ดูเถื่อนเนื่องจากเป็นเพลงแร็ปที่มีเนื้อหาด่าคำหยาบ ภาพลักษณ์ที่ออกมาจึงดูเป็นทีมที่พร้อมจะมีเรื่องได้ตลอดเวลา
ชุดของทีมที่ 5
ชุดของทีมที่ 5 ออกแบบโดยใช้สีขาวเป็นหลักเพื่อจะสื่อถึงแสงของดวงจันทร์ในยามค่ำคืนสิ่งที่คล้ายกันของทีมที่ 5 คือทุกชุดจะมีผ้าคลุมสีดำราวกับลัทธิบางอย่าง เป็นผ้าคลุมที่คลุมตั้งแต่ศีรษะจนถึงเท้า ชุดของแต่ละคนดูมีความกลมกลืนไม่มีชุดไหนที่โดดเด่นออกมาเป็นพิเศษ
เหตุการณ์ด้านนอกสตูดิโอ
ตอนนี้สตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำรายการค้นหาไอดอลกำลังคึกคัก เนื่องจากกำลังมีผู้คนจากหลากหลายสารทิศจำนวน 200 คนกำลังเดินทางมาที่สตูดิโอ
“เออ...คือว่าพวกเราต้องถือสิ่งนี้มาด้วยเหรอครับ” ลุคเอ่ยถามมอส สิ่งที่ลุคกำลังถือคือป้ายไฟที่เขียนว่าออก้าตัวใหญ่ ๆ
ลุคเป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดของคฤหาสน์ตระกูลคอนเนลล์ ซึ่งเขาอยู่หน่วยที่ 3 หน่วยเดียวกันกับมอส ลุคเป็นอัลฟ่าหน้าตาหล่อเหลา ผิวสีแทนใบหน้าคมคาย สูง 189 เซนติเมตร
“ในฐานะหัวหน้าหน่วยที่ 3 ซึ่งนายเป็นลูกน้องของฉันก็ต้องถือ ฉันศึกษามาแล้วว่าควรมีป้ายไฟมาเชียร์คนที่ชื่นชอบ” มอสเอ่ย เขาศึกษามาอย่างดีเมื่อได้รับมอบหมายให้มาเชียร์คนที่ชื่อว่าออก้าจากท่านประธาน
“แต่ฉันว่านายเล่นใหญ่ไปหน่อยนะ” เดย่าเอ่ย พลางมองไปที่ป้ายไฟที่ใหญ่กว่าตัวของลุคเขาเริ่มสงสารลุคแล้วสิที่อยู่กับหัวหน้าสมองทึบ
เดย่าเป็นอัลฟ่าหน้าตาสวยคม ผิวสีแทน เธอเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดหน่วยที่ 10 สาเหตุที่เธอมาด้วยก็เพราะว่ามอสชวน ซึ่งเธอก็มาเพราะกำลังว่างอยู่พอดี
“ไม่หรอก ๆ นี่แนะฉันอ่านในแท็กเชียร์ศิลปินมาเขาบอกว่าต้องมีป้ายไฟตัวใหญ่ ๆ ศิลปินจะได้มองเห็นชัด ๆ ” มอสเอ่ย
“จะบอกแบบนั้นก็ถูกแต่ว่านะ...” เดย่าหยุดพูดแล้วมองไปที่ป้ายไฟที่ใหญ่มาก ขนาดของป้ายไฟใหญ่กว่าตัวของลุคเสียอีก
“แบบนี้มันก็ใหญ่เกินไปฉันว่าศิลปินอยู่ไกลเป็น 10 กิโลเมตรก็เห็นได้ชัดเจน” เดย่าเอ่ย
