บทที่ 23 ตอนที่ 22 มอสกับป้ายไฟของเขา

“สตูดิโอ 12 สินะ” เดย่ามองดูบัตรเข้าชมที่ได้มา สถานที่ถ่ายทำอยู่ที่สตูดิโอ 12

“พวกเรารีบเดินไปกันดีกว่าครับ” ลุคพูดอย่างเขิน ๆ เพราะตอนนี้สายตาของคนที่เดินผ่านไปมากำลังมองลุคด้วยสายตาแปลก ๆ บ้างคนก็มองด้วยสายตาอึ้ง ๆ บางคนก็พูดซุบซิบกับเพื่อน

“เธอดูผู้ชายคนนั้นสิเล่นใหญ่ดาวล้านดวงมาก” ผู้หญิงที่เดินผ่านลุคพูดกับเพื่อนข้าง ๆ เมื่อเห็นว่ากลุ่มของลุคเดินออกไปไกลแล้ว

“จริง ฉันคำนวณดูแล้วป้ายไฟขนาดกลางยังตั้ง 10,000 เหรียญ แล้วของผู้ชายคนนั้นราคามันเท่าไหร่กัน น่าจะเป็นขนาดใหญ่พิเศษเลยนะ” ผู้หญิงอีกคนเอ่ย

หลังจากที่มอส ลุค และเดย่าเดินมาถึงสตูดิโอ 12 พวกเขาก็เดินเข้าไปในสตูดิโอทันที

“ขอดูบัตรด้วยครับ” พนักงานที่ยืนเฝ้าหน้าประตูเอ่ย ซึ่งเดย่าเป็นคนยื่นบัตรเข้าชมให้พนักงานคนนี้ดู

“เชิญครับที่นั่งของพวกคุณอยู่ที่แถว A9 A10 และ A11 ครับ” พนักงานคนเดิมเอ่ย

เมื่อเข้ามาภายในสตูดิโอ พวกเขาทั้งสามคนก็เดินไปนั่งที่ของตัวเองทันที ที่นั่งในสตูดิโอเป็นอัฒจันทร์แข็ง ๆ แถวที่พวกเขานั่งอยู่กึ่งกลางพอดีทำให้เห็นบรรยากาศทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ซึ่งที่นั่งอื่น ๆ ก็เริ่มมีคนมานั่งกันเต็มแล้วเนื่องจากใกล้ถึงเวลาเริ่มรายการ

“ที่นั่งแข็งชะมัดนี่ขนาดมีเบาะรองนั่งแล้วนะ” เดย่าพูดบ่น ๆ มีหวังนั่งนาน ๆ มีเมื่อยก้นแน่ ๆ ซึ่งที่นั่งของเดย่าอยู่ด้านขวามือคือ A11 ส่วนของมอสอยู่ซ้ายมือคือ A9 และของลุคอยู่ตรงกลางคือ A10

“ไม่นึกว่าจะขี้งกไม่ลงทุนแม้กระทั่งที่นั่งของผู้ชม” มอสเอ่ย

พวกเขาทั้งสามคนนั่งคุยกันไปสักพักเพื่อรอเวลารายการเริ่ม ในตอนนี้ที่นั่งอัฒจันทร์เต็มหมดเรียบร้อยแล้ว

“เออ...คือว่าพวกเรามานั่งผิดที่กันรึเปล่าครับ” ลุคเอ่ยถาม เขามองไปรอบ ๆ บริเวณที่พวกเขานั่ง ก็พบว่ามีแต่คนที่ถือป้ายไฟขนาดเล็กกับขนาดกลางว่าทอมมี่เต็มไปหมด ซึ่งเขานึกว่าทางรายการจะแบ่งโซนแฟนคลับของแต่ละคน

“ไม่นะ ที่นั่งตรงนี้ถูกต้องเหมาะสมหลักฮวงจุ้ยดีมาก” มอสเอ่ย พลางกอดอกพยักหน้าอย่างมั่นใจ ซึ่งที่นั่งตรงนี้ท่านประธานเป็นคนกดมาได้

ย้อนอดีตกลับไปวันที่แมกซ์เวลล์กดบัตร

แมกซ์เวลล์อ่านประกาศกติกาการกดบัตรของรายการค้นหาไอดอล ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องกดให้ได้ที่นั่งที่ดีที่สุด สายตาของเขากำลังมองดูยอดยูสเซอร์ที่เข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ซึ่งตอนนี้ทะลุไป 1,000 คนแล้ว

แน่นอนว่าเขาคิดอยู่แล้วว่าอาจจะกดที่นั่งที่ดีที่สุดไม่ทันพวกที่กดบัตรคอนเสิร์ตเป็นประจำแน่ ๆ คนพวกนี้มือไวเกินไป และเขาก็มีวิธีที่จะกดที่นั่งที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องแย่งใครก็คือทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่ม

“ฮื่ม..หืม...” แมกซ์เวลล์พึมพำออกมาอย่างอารมณ์ดี ในตอนนี้เขาทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่มไปแล้วแน่นอนว่าเว็บไซต์ที่กดบัตรมันเป็นเว็บไซต์ของบริษัทเขาเอง ไม่สิต้องเรียกว่าเขาเป็นคนกุมเว็บไซต์ทั่วโลกตราบใดที่ใช้ระบบที่ตระกูลคอนเนลล์เป็นคนสร้าง

เนื่องจากตระกูลคอนเนลล์เป็นคนสร้างทั้ง แอพสตาร์ยอดนิยมที่คนใช้กันทั่วโลก ครองตำแหน่งแอพที่มียอดผู้ใช้สูงสุดตลอดกาล และยังมีอินเทอร์เน็ตที่ตระกูลคอนเนลล์เป็นคนสร้าง ไม่ว่าสิ่งไหนที่อยู่บนโลกออนไลน์อำนาจการสั่งการล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของตระกูลคอนเนลล์

แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เขาจะทำแบบนั้นได้เพราะแต่ละบริษัท หรือแต่ละบุคคลก็สามารถสร้างระบบความปลอดภัยของตัวเองได้ แน่นอนว่าตระกูลคอนเนลล์ไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วง

ซึ่งนี่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตระกูลคอนเนลล์เป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก บริษัทของตระกูลจึงถูกป้องกันอย่างแน่นหนา เนื่องจากซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกที่เก็บรวบรวมข้อมูล และเป็นสมองของ AI อยู่ที่นี่

เมื่อจู่ ๆ เว็บไซต์ที่กดบัตรเกิดล่มขึ้นมาคนอื่น ๆ ก็เริ่มหัวเสีย เพราะกลัวว่าจะกดที่นั่งดี ๆ ของตัวเองไม่ได้ ส่วนแมกซ์เวลล์ก็ยังคงเลือกที่นั่งที่ดีที่สุดอย่างใจเย็น

“เอาตรงนี้ละกัน” แมกซ์เวลล์เลือกที่นั่งติดกันคือ A9 A10 และA11 ซึ่งเป็นกึ่งกลางพอดีเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน เมื่อเขาเลือกเสร็จแล้วก็เปิดเว็บไซต์ให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมซึ่งเขาใช้เวลาเพียง 3 นาทีในการเลือก

กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน

“ผมเห็นมีแต่คนถือป้ายเชียร์ทอมมี่เต็มไปหมดเลยบริเวณที่พวกเรานั่ง” ลุคกระซิบเบา ๆ กับมอส

“อย่าไปหยองป้ายของพวกเราใหญ่กว่าใคร ฉันมั่นใจว่าคุณออก้าต้องเห็นแน่ ๆ ” มอสเอ่ยซึ่งเขากำลังเข้าใจว่าลุคกลัวว่าจะสู้ป้ายไฟของคนอื่น ๆ ไม่ได้

“สมองทึบไม่เปลี่ยนลุคเขากังวลว่าพวกเราจะนั่งผิดที่เพราะบริเวณนี้มีแต่ฝั่งที่เชียร์คนที่ชื่อว่าทอมมี่ต่างหาก ไม่ใช่กังวลว่าป้ายไฟของนายจะสู้คนอื่นไม่ได้อีกอย่างนะ...” เดย่าพูดพลางมองไปที่ป้ายไฟที่ตอนนี้ปิดไฟอยู่

“นี่ขนาดยังไม่ได้เปิดไฟยังเด่นขนาดนี้ หากเปิดไฟฉันเชื่อว่าแสงไฟของรายการยังต้องยอมแพ้” เดย่าเอ่ย

“แน่นอนกว่าฉันจะได้ป้ายไฟแบบนี้มาเล่นเอาลำบากเหมือนกันนะ” มอสเอ่ย เขายังคงภาคภูมิใจกับป้ายไฟของตัวเองเหมือนเดิม

“นายไปหามาจากไหน” เดย่าเอ่ยถาม เธอก็สงสัยเหมือนกันว่ามอสไปหาคนทำป้ายไฟขนาดใหญ่สุด ๆ แบบนี้มาจากที่ไหน

“อืม...รู้สึกจะเป็นร้านทำสปอร์ตไลท์” มอสเอ่ยพลางทำท่าครุ่นคิด

“ห้ะ!” ลุคอุทานออกมาด้วยความงุนงวย เขานึกว่าหัวหน้าจะไปสั่งทำกับร้านที่รับทำป้ายไฟเชียร์ศิลปินเสียอีก

ส่วนเดย่าก็ขมวดคิ้วกับความคิดของมอส เธอกำลังสับสนว่าทำไมมอสถึงไม่จ้างร้านทำป้ายไฟสำหรับเชียร์ศิลปินโดยเฉพาะ เพราะว่าร้านพวกนี้มีความชำนาญมากกว่า

“งงละสิงงเป็นไก่ตาแตก ฉันจะบอกให้นะกว่าที่ฉันจะเจรจาให้พวกเขาทำป้ายไฟให้ก็ใช้เวลานานมากกว่า 3 ชั่วโมงเลยนะ” มอสเอ่ย พลางนึกย้อนกลับไปวันที่เขาไปเจรจาให้ร้านทำสปอร์ตไลท์ทำป้ายไฟให้

ย้อนอดีตกลับไปวันที่มอสไปคุยกับร้านสปอร์ตไลท์

“ผมอยากทำป้ายไฟเชียร์ศิลปินครับ” มอสเอ่ยกับเจ้าของร้าน

“ลื้อมาผิดร้านแล้วอาตี๋ ลื้ออ่านป้ายร้านอั้วใหม่นี่คือร้านทำไฟสปอร์ตไลท์ตัวโต ๆ ใหญ่ ๆ ร้านทำสปอร์ตไลท์อั้วไม่ได้รับทำป้ายไฟเชียร์ศิลปิน” เจ้าของร้านเอ่ย

“แต่มันก็มีไฟเหมือนกันนะเถ้าแก่” มอสเอ่ย

“มันไฟคนละอย่างอั้วไม่เคยทำไปร้านอื่นเถอะ” เจ้าของร้านเอ่ย

“แต่งานจะเริ่มแล้วผมคงไม่มีเวลาไปหาร้านอื่นแล้วล่ะ เถ้าแก่รับทำให้ผมได้ไหมครับ” มอสพูดด้วยแววตาน่าสงสาร แน่นอนว่าเถ้าแก่ร้านทำสปอร์ตไลท์เดิมทีก็เป็นคนใจอ่อนง่ายเขาจึงตบปากรับทำให้

“ก็ได้ ๆ อั้วจะทำให้ หลานอั้วน่าจะทำได้อยู่แล้วต้องการแบบไหนละ” เจ้าของร้านเอ่ย

“ขอแบบเด่น ๆ ใหญ่ ๆ เห็นชัด ๆ ” มอสเอ่ย

“นี่ใหญ่พอไหมขนาดใหญ่แล้วนะ” เถ้าแก่ยื่นรูปตัวอย่างให้มอสดู ซึ่งในรูปดูเล็กมอสจึงส่ายหน้าเพราะเขาคิดว่าขนาดมันเล็กเมื่อมองผ่านรูป

“ขอใหญ่กว่านี้อีกนิดครับ” มอสเอ่ย

“อันนี้ล่ะอั้วทำใหญ่สุดได้แค่นี้แล้วไม่งั้นใหญ่เกินไปมันจะลำบากคนถือ” เจ้าของร้านเอ่ย

“โอเคครับผมเอาแบบนี้เลย” มอสเอ่ย

“ลื้อจะยกไหวแน่นะนี่มันใหญ่สุด ๆ อั้วยังไม่เคยเห็นแฟนคลับที่ไหนทำป้ายไฟแบบนี้เลยสักครั้ง จะเรียกว่าเป็นบุญตาได้ไหมเนี่ย” เจ้าของร้านเอ่ย

“ไหวแน่นอนคนของผมแข็งแรงมาก” มอสเอ่ย

และแน่นอนว่าหลังจากที่มอสได้รับป้ายไฟมาเถ้าแก่ก็มองมอสด้วยสายตาเชิงไล่ เถ้าแก่ของร้านทำป้ายไฟขนาดใหญ่พิเศษมันใหญ่กว่าตัวของมอสอีก หากจะยกโชว์ก็ต้องกางแขนสุดแขนเขารับรองได้เลยว่าแข็งแรงแค่ไหนก็ต้องเมื่อย

ยิ่งป้ายไฟที่มอสรับไปเป็นป้ายไฟแบบจอดิจิตอลปรับเปลี่ยนข้อความได้หลากหลายรูปแบบ มันจึงหนักเพราะอุปกรณ์ภายในที่มีหลากหลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ มูลค่าป้ายไฟก็ปาเข้าไปอยู่ที่ราว ๆ 300,000 เหรียญ

และนี่ถือเป็นงานแรกที่ร้านของเถ้าแก่ได้รับทำป้ายไฟเชียร์ศิลปิน เพราะปกติร้านของเขาจะรับทำแต่ไฟสปอร์ตไลท์มากกว่า โชคยังดีที่หลานของเขาทำป้ายไฟแบบดิจิตอลเป็น

กลับมาสถานการณ์ปัจจุบัน

“ฉันขอถามอะไรสักอย่างทำไมนายไม่ไปจ้างร้านทำป้ายไฟโดยเฉพาะล่ะ” เดย่าเอ่ยถาม

“มันมีร้านแบบนั้นด้วยเหรอ” มอสตอบทันทีเมื่อได้ยินเดย่าถาม เขาได้รับคำสั่งจากท่านประธานให้มาเชียร์คนที่ชื่อออก้า และแน่นอนว่าต้องทำป้ายไฟเสร็จภารกิจก็ค่อยไปเบิกเงินกับท่านประธาน

พอปิ้งไอเดียได้ว่าต้องมีป้ายไฟเขาก็มุ่งตรงไปที่ร้านของเถ้าแก่เชื้อสายคนประเทศ C ทันทีเพราะคิดว่าทำไฟที่ไหนก็เหมือนกัน และป้ายไฟก็มีแสงเขาเลยมุ่งตรงไปที่ร้านทำสปอร์ตไลท์ทันทีเพราะหากเป็นเรื่องแสงที่นี่ต้องเชี่ยวชาญแน่นอน

“ตาทึ่มสมแล้วที่โดนสิงบ่นบ่อย ๆ ” เดย่าเอ่ยพลางมองมอสด้วยสายตาเอือมระอา เขารู้จักเพื่อนของเขาดีมอสเป็นคนเก่ง

(ในด้านพละกำลังการต่อสู้) แต่เรื่องที่ต้องใช้สมองเยอะ ๆ มอสจะเป็นคนคิดอะไรง่าย ๆ แม้บางทีจะแก้สถานการณ์ได้ แต่ความคิดของมอสในบางเรื่องก็ทำให้เธอรู้สึกเอือมระอาเช่นการทำป้ายไฟ

เดิมทีพวกป้ายไฟเชียร์ศิลปินจะมีร้านรับทำโดยเฉพาะ แน่นอนว่ามีความชำนาญการในการทำแถมยังมีโปรโมชั่นอีกด้วย หากคนรับทำป้ายไฟแอบเชียร์ศิลปินคนไหนเวลาไปทำป้ายไฟก็อาจจะได้ส่วนลดมาอีกด้วย

ลุคที่ตอนนี้เป็นคนนั่งอยู่ตรงกลางมองทั้งสองคนคุยกันไปมา เขาอยากจะบอกหัวหน้าหน่วยทั้งสองคนจริง ๆ ว่าป้ายไฟอันนี้หนักมากแต่เขาก็ได้แต่นิ่งเงียบไปก่อน ที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพราะโบนัสจากมอส ซึ่งมอสสัญญาว่าหากเขาถือป้ายไฟเชียร์คนที่ชื่อว่าออก้าเขาจะได้โบนัสเพิ่ม

ส่วนมอสที่สัญญากับลุคไปแบบนั้นก็เพราะว่าพอเขาลองถือป้ายไฟจริง ๆ เขาก็พบว่ามันใหญ่เกินไป พอเขาถือนาน ๆ ก็เริ่มเมื่อย และหนักน้ำหนักของป้ายไฟมีมากกว่า 20 กิโลกรัม ไม่สิมันไม่ใช่ป้ายแล้วเพราะมันคือหน้าจอคุณภาพสูงที่สามารถแสดงข้อความ และมีลูกเล่นต่าง ๆ นานา

ด้วยเหตุนี้มอสจึงคิดว่าในเมื่อมันหนักเกินไปเขาก็แค่หาคนมาถือแทนเขา แน่นอนว่าคนนั้นก็คือลุคที่กำลังว่างงานอยู่ ซึ่งเขาเสนอเป็นโบนัสพิเศษโดยเขาเป็นคนจ่าย

ในสัญญาเขาจะจ่ายเงินโบนัสให้ลุค 30,000 เหรียญหลังจบงาน ลุคที่ตอนแรกคิดว่าแค่ถือป้ายไฟก็ได้เงินมาง่าย ๆ แถมยังได้ดูโชว์ในรายการค้นหาไอดอลอีกด้วยเขาจึงไม่ลังเลที่จะรับงานนี้มา

แต่พอเขาเห็นป้ายไฟในตอนแรกก็กะว่าคงเบา ๆ ไม่หนักมาก แต่พอลองยกจริงเขาก็พบกับความจริงที่ตีแสกหน้าว่ามันหนักสุด ๆ พอจะหันไปคุยกับหัวหน้ามอสก็เดินหายไปจากบริเวณนั้นแล้ว ทำให้ลุคได้แต่คร่ำครวญในใจว่าครั้งหน้าเขาจะไม่รับงานถือป้ายไฟอีกแน่นอน

ย้อนอดีตช่วงลุคคุยกับมอส

มอส : นี่ลุคฉันให้โบนัสนาย 30,000 เหรียญไปเชียร์ศิลปินกับฉันส่วนนายถือป้ายไฟ

ลุค : ได้ครับสบายมาก

พอลุคเดินมาเห็นป้ายไฟอันใหญ่แล้วกลับหันไปมองหามอส

ลุค : หัวหน้า...หายไปไหนแล้วละเมื่อกี้ยังเดินตามมาอยู่เลย (⁠●⁠_⁠_⁠●⁠)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป