บทที่ 6 ตอนที่ 5 ผู้ใหญ่ใจดี
ภายในห้องพักของโรงแรมสุดหรู
เมื่อออก้าเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง ก็พบกับห้องนอนสุดกว้างขวาง มีวิวสวยงามติดกับมุมสวนในโรงแรม ส่วนห้องน้ำเองก็กว้างขวางระบบต่าง ๆ ก็ไฮเทคสุด ๆ และอย่างแรกที่ออก้าจะทำเลยก็คือการอาบน้ำ
“เอ๊ะ...มันคืออะไรกัน” ออก้าที่กำลังถอดเสื้อผ้าเอาของออกจากกระเป๋ากางเกง ก็คว้าไปเจอขวดแก้วรูปทรงแปลก ๆ มาหนึ่งขวด ซึ่งภายในบรรจุเม็ดยาบางอย่างเอาไว้ข้าง ๆ ขวดก็มีข้อความเขียนกำกับเอาไว้
“กินยาเม็ดนี้ห้ามลืมเด็ดขาด” ออก้าอ่านออกเสียงเบา ๆ ตามข้อความที่เขียนเอาไว้ที่ข้างขวด ลายมือที่เขียนเป็นลายมือที่สวยงามมาก ๆ จนออก้ารู้สึกสงสัยว่าของสิ่งนี้เป็นของเด็กคนนี้รึเปล่า เนื่องจากในความทรงจำของเด็กคนนี้ไม่เคยได้รับการศึกษาเลยสักนิด
“หรือจะเป็นลายมือของหมอ...บางทีลายมือหมอของโลกนี้น่าจะสวย หากเป็นไปตามทฤษฎีโลกคู่ขนาน” ออก้าเอ่ย ซึ่งหากเป็นโลกเดิมเขาคงไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเป็นลายมือหมอ แต่โลกนี้ที่เขาทะลุมิติมายังไม่มีอะไรแน่นอน เขายังรู้จักโลกใบนี้น้อยเกินไป
ออก้าไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนมาก เพราะเขาเองก็เกรงว่าเด็กคนนี้อาจจะมีโรคประจำตัวของตัวเองก็ได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้วออก้าก็ทานยาเม็ดนี้ทันที
แต่ดูเหมือนว่ายาจะออกฤทธิ์เร็วมาก เพราะทันทีที่เม็ดยาเข้าปาก ยาเม็ดนี้ก็เหลวเป็นน้ำทันทีร่างกายของเขาเริ่มรู้สึกปวดหนึบ ๆ บนผิวก็เริ่มมีคราบดำ ๆ ออกมา ออก้าจึงรีบวิ่งไปที่อ่างอาบน้ำเพราะกลัวว่าห้องจะเปื้อน
คราบสีดำเริ่มออกมาเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตอนนี้ออก้าถอดเสื้อผ้าของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว อาการปวดหนึบ ๆ ตามร่างกายก็ยังคงเป็นอยู่กลิ่นของคราบสีดำเรียกได้ว่าเหม็นกว่ากลิ่นของเด็กคนนี้ตอนที่เขาทะลุมิติมาในตอนแรกเสียอีก
ระยะเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมงในที่สุดอาการปวดต่าง ๆ และคราบสีดำก็หมดไป ร่างกายของเขาในตอนนี้รู้สึกเบา ๆ ออก้าจึงลุกจากอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำสีดำ แล้วไปล้างตัวที่ฝักบัวอาบน้ำและถือโอกาสนี้อาบน้ำไปด้วยเลย ส่วนน้ำในอ่างเขาก็ระบายทิ้งเรียบร้อย
เมื่อออก้าอาบน้ำเสร็จทั้งคราบสีดำตามร่างกาย ทั้งสภาพที่เคยมอมแมมผมเผ้ารุงรังก็แตกต่างไปจากคนละคนเมื่อออก้ามองตัวเองในกระจก
“อะไรกัน...ในความทรงจำเด็กคนนี้ไม่ใช่หน้าตาแบบนี้นิ” ออก้าเอ่ย พลางมองดูใบหน้าของตัวเองในกระจก
ตอนนี้ในกระจกที่กำลังปรากฏคือผู้ชายรูปร่างดั่งประติมากรรมชั้นเอก เอวคอด สะโพกเว้า ผิวเนียนขาวอมชมพู ฟันสีขาวสว่างสดใส มีเขี้ยวเล็ก ๆ อยู่ทั้งสองข้างทุกอย่างในร่างกายดูน่าสัมผัสไปหมด ในเรื่องของหน้าตาก็จัดได้ว่าทั้งหล่อเหลาและงดงามในคนคนเดียวกัน ทุกอย่างลงตัวไร้ที่ติผมยาวสีบลอนด์ทอง ดวงตาสีม่วงเข้ม
ซึ่งออก้าในความทรงจำของเขาคือเด็กผมสีดำตาสีดำเป็นเด็กที่ดูน่ารักน่าชังซึ่งมันต่างจากที่เขาเห็นในตอนนี้เป็นอย่างมาก
“สรุปแล้วที่นี่มันโลกอะไรกันแน่เนี่ย” ออก้าพูดออกมาด้วยความงุนงง
เมื่อตกตะลึงกับภาพลักษณ์ของตัวเองเสร็จออก้าก็ออกมาแต่งตัว ยิ่งพอแต่งตัวที่ดูดีขึ้นออก้าในตอนนี้เรียกได้ว่าไม่ต่างจากพวกเอลฟ์ในนิทานเลยสักนิด
“แค่วันเดียวเราเจอเรื่องราวมากมายขนาดนี้คนแก่อายุ 106 ปีหัวใจจะวาย จะว่าไปกลิ่นตัวของร่างนี้ส่งกลิ่นหอมแปลก ๆ ” ออก้าพูดพลางใช้จมูกดมบริเวณแขนของตัวเอง ซึ่งมันเป็นกลิ่นหอม ๆ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้ดีเลยทีเดียวซึ่งออก้าก็ไม่แน่ใจว่ามันคือกลิ่นอะไร เพราะเดิมทีเขาเองก็ไม่เคยใช้น้ำหอมเลยสักนิด
เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยออก้าก็เดินออกมาแล้วหยิบเงินที่ได้รับมามากมายจากการร้องเพลงเปิดหมวกออกมานับอย่างอารมณ์ดี
“เท่ากับว่าเราเหลือเงิน 30,000 เหรียญสินะ” ออก้าพูดพึมพำออกมา ค่าแรงของประเทศนี้ขั้นต่ำอยู่ที่ 30,000 เหรียญ แต่ถ้าไม่หักจากสิ่งของที่ออก้าซื้อ ก็เท่ากับว่าเขาร้องเพลงเปิดหมวกวันเดียวได้เงินมาตั้ง 50,000 เหรียญ
หลังจากนั้นออก้าก็เดินออกมาจากห้องพักแล้วสวมหน้ากากอนามัยสีดำสนิท ก่อนจะเดินตระเวนหาของกิน และก็ที่พักชั่วคราว รวมถึงงานที่เขาพอจะทำได้ในช่วงนี้อีกด้วย
“โชคดีที่อักษรคล้ายโลกเดิมไม่มีผิด” ออก้าเดินดูใบประกาศรับสมัครงานตามเสาไฟ และบอร์ดโชว์ใบประกาศ เขาก็ยังไม่เห็นงานที่น่าสนใจเลยสักนิด งานส่วนใหญ่เป็นงานเกี่ยวกับสายไอที ซึ่งเป็นงานที่เขาไม่ถนัดเลยสักนิด
“แค่โทรศัพท์ยังใช้ไม่เป็นมีหวังได้เดินคอตกกลับมาแน่นอน” ออก้าบ่นพึมพำ แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดเจอเข้ากับป้ายโฆษณาที่ตอนนี้กำลังโฆษณากิจกรรมบางอย่างอยู่พอดี
“นี่มัน” ออก้าเอ่ยพลางยิ้มออกมาภายใต้แมสสีดำ เพราะว่าสิ่งที่เขาเห็นในป้ายหน้าจอโฆษณาก็คือการประกาศประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้ที่มีความสามารถในการเต้น และร้องเพลงเพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถทั้ง 7 คน เข้าเดบิวต์ภายใต้สังกัดบริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามบริษัทยักษ์ใหญ่ในด้านวงการบันเทิงของประเทศซึ่งบริษัทนี้อยู่ลำดับที่สองจากการจัดอันดับของพวกนักข่าว
“แย่แล้วสิแบบนี้เราจะช้าไม่ได้แล้ว” ออก้าที่เห็นระยะเวลาการสมัคร เขาก็พบว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ออก้าไม่รอช้าเขารีบวิ่งไปที่สถานีรถไฟไฮเปอร์ลูปเพื่อไปที่บริษัทดังกล่าวที่อยู่ในเมืองหลวง ด้วยความไวของรถไฟทำให้เขาใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาที เมื่อออก้าออกมาจากสถานีเขาก็ตรงเข้าไปที่บริษัท TK เอ็นเตอร์เทนเมนต์ทันที
“มาทำอะไรครับ” เสียงพนักงานหน้าเคาน์เตอร์เอ่ยถาม
“ผมมาสมัครเข้ารายการค้นหาไอดอลครับ” ออก้าเอ่ย
“หืม...ไม่จำเป็นต้องมาที่บริษัทก็ได้ครับ ทางบริษัทเปิดรับสมัครออนไลน์ แต่ไหน ๆ ก็มาแล้วเชิญทางนี้ครับ เดี๋ยวทางเราจะเอาใบรับสมัครมาให้ครับ” พนักงานเอ่ย
ออก้าเดินไปนั่งตามที่พนักงานบอก พอรอไปสักพักหนึ่งพนักงานคนเดิมก็เอาเอกสารการรับสมัครเข้ารายการมาให้ออก้า ในนี้มีทั้งข้อสัญญาต่าง ๆ มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเงื่อนไขการเข้าร่วมรายการ และพวกข้อมูลส่วนตัว
‘ระยะเวลาถ่ายทำ 1 เดือนถ้าหากบาดเจ็บระหว่างการถ่ายทำบริษัทจะไม่รับผิดชอบ ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์สื่อสารเข้ามาในระหว่างการถ่ายทำ สถานที่ถ่ายทำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา...’ ออก้าอ่านในใจ ดูเหมือนว่ากฎของที่นี่จะมีเยอะน่าดู โดยเฉพาะกฎที่ว่าหากบาดเจ็บบริษัทจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ซึ่งแน่นอนว่าออก้ารู้ได้ทันทีว่าบริษัทนี้ไม่น่าคบหา
เพราะสิทธิขั้นพื้นฐานของกรมแรงงานมีกฎระบุชัดเจนว่าผู้ว่าจ้างต้องรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการปฏิบัติงานของผู้ถูกว่าจ้างออก้ามองดูกฎระเบียบต่าง ๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ออกกฎมีวิสัยทัศน์ในการทำงานเป็นยังไง
“หักค่าตัว 60%” ออก้าอ่านมาถึงการแบ่งค่าตัวก็ต้องพูดอุทานออกมา เพราะแบบนี้ก็เท่ากับว่าหากเขามีงานสปอนเซอร์ระหว่างการถ่ายทำเขาจะได้เงินเพียง 40% ซึ่งมันน้อยมาก
“ใช่แล้วครับ” พนักงานเอ่ย
‘ขี้งก ฉันยังใจดีมากกว่าเลย’ ออก้าค่อนขอดในใจ ในโลกก่อนเขาเองก็เปิดบริษัทธุรกิจบันเทิงเหมือนกันแต่เขาหักค่าตัวเพียง 30% เท่านั้น
‘ทำยังไงได้มีแต่งานนี้งานเดียว’ ออก้าบ่นในใจ แต่เขาก็ยังคงนั่งเซ็น และกรอกข้อมูลตามเดิมเพราะในตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นให้เลือกมากนัก ซึ่งระยะเวลาถ่ายทำเพียงหนึ่งเดือนนับว่าไม่นานเท่าไหร่ แต่หากเขาได้เดบิวต์ใน 7 คนจริง ๆ เขาขอบอกตรงนี้เลยว่า เขาจะไม่อยู่กับบริษัทเฮงซวยแบบนี้แน่ ๆ
เมื่อออก้าเซ็นเอกสารจบ พนักงานคนเดิมก็เก็บเอกสารของออก้าเข้าใส่ในซองสีน้ำตาลทันที
“เดี๋ยวผมจะดำเนินการให้นะครับ...แต่” พนักงานเอ่ยก่อนจะเว้นจังหวะแล้วหันหน้าไปพูดเบา ๆ กับออก้าให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ผมบอกคุณออก้าตามตรงบริษัทนี้ค่อนข้างขี้เหนียวมาก ๆ นะครับ” พนักงานเอ่ย
“อ๋อ...ขอบคุณครับที่บอกข้อมูลยังไงผมก็มาหาประสบการณ์ไม่ซีเรียสเท่าไหร่ครับ” ออก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“งั้นขอให้คุณโชคดีครับ พรุ่งนี้จะมีการคัดเลือกอีกทีก่อนเข้ารายการ คุณสามารถส่งคลิปวีดีโอมาในเว็บไซต์ของบริษัทได้ หรือจะมาแสดงที่นี่ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง หรือเต้นก็ได้หมดเลยครับประกาศผลวันถัดไป และอีกสองวันถึงเข้ากองครับ” พนักงานพูดอธิบาย
“ครับ...ขอบคุณมากครับสำหรับวันนี้” ออก้าพูดจบก็ขอตัวกลับทันที
ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง
ออก้ามาที่ห้างเพื่อที่จะได้ซื้อโทรศัพท์ใหม่เนื่องจากเขาต้องใช้มันในการอัดคลิปส่งให้ทางบริษัท ร้านที่ออก้าเลือกเป็นร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ภายในห้างมีทั้งอุปกรณ์สื่อสาร และเครื่องเล่นเกมต่าง ๆ นานาตั้งแต่ราคาย่อมเยาจนราคาแพงแตะหลักล้าน
“เอาอันไหนดีนะ” ออก้าพูดพึมพำ เขามองไปที่หน้าจอสัมผัสมีโทรศัพท์หลายรุ่นให้เลือกมากมาย แต่เขาเองก็เลือกไม่ถูกดูเหมือนว่าโทรศัพท์ปุ่มกดที่เขาใฝ่ฝันจะไม่มีในโลกนี้เสียแล้ว
“ให้ป้าช่วยเลือกไหมจ๊ะหนู” ผู้หญิงวัยกลางคนแต่งตัวดูดีมีภูมิฐานพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล เธอได้ยินเด็กหนุ่มพูดพึมพำบวกกับเธอเห็นว่าเด็กหนุ่มยืนเลือกอยู่นาน เลยตั้งใจจะแนะนำโทรศัพท์ให้
“อ่า...ขอบคุณครับงั้นช่วยผมดูหน่อยครับพอดีผมไม่ค่อยถนัดเรื่องแบบนี้” ออก้าพูดออกมาอย่างเขินอาย
“ได้จ๊ะ” ผู้หญิงคนเดิมเอ่ย เธอมองไปที่ออก้าพลางคิดในใจว่าเด็กคนนี้ต้องหน้าตาดีมากแน่ ๆ ฟันธงจากประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมานาน ทั้งสีผม สีตา น้ำเสียง สีผิว ล้วนแล้วแต่เป็นเอกลักษณ์ที่น่ามอง บรรยากาศรอบ ๆ ก็ดูสบายดูเป็นเด็กใจดีคนหนึ่งที่อ่อนต่อโลกแน่ ๆ
สาเหตุที่เธอคิดว่าออก้าอ่อนต่อโลกก็เพราะว่าในสมัยนี้แม้แต่เด็กสามขวบก็เลือกซื้อโทรศัพท์เป็นซึ่งต่างจากออก้าที่มีท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ
“หนูมีสเปคที่อยากได้ไหมละจ๊ะ”
“สเปค??? ” ออก้าพูดทวนซ้ำด้วยความงุนงง
‘แม้แต่ศัพท์ง่าย ๆ ก็ยังไม่รู้จัก’ เธอนึกในใจตอนนี้ความคิดของเธอรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้ขึ้นมาทันที
“เอาเป็นว่าหนูอยากได้ราคาประมาณเท่าไหร่เหรอจ๊ะ”
“อื่ม... 2000 เหรียญก็น่าจะพอครับ ผมแค่เอาไปถ่ายคลิปร้องเพลงเฉย ๆ ” ออก้าเอ่ย ที่เขาดูโทรศัพท์อยู่นานส่วนหนึ่งก็เพราะว่าราคาของพวกมันแพงเกินไปขั้นต่ำก็ 10,000 เหรียญแล้ว
“ราคานั้นไม่มีหรอกจ๊ะ” ทันทีที่เธอพูดจบออก้าก็แสดงสีหน้าเศร้าทันที เพราะถ้าเขาจะจ่ายออกไปเลย 10,000 เหรียญ เงินของเขาก็เหลือน้อยลงซึ่งในอนาคตเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะมีชื่อติดในรายการค้นหาไอดอลรึเปล่า จึงต้องคำนวณการใช้เงินดี ๆ ซึ่งงบที่เขาพอที่จะซื้อโทรศัพท์ได้ต้องไม่เกิน 2,000 เหรียญเท่านั้น
“งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ ขอบคุณครับที่ช่วยเหลือ” ออก้าเอ่ยแม้น้ำเสียงจะนุ่มนวลเช่นเดิมแต่บรรยากาศรอบ ๆ ของออก้าก็ดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันซื้อให้เอง ถือว่าเป็นของขวัญจากฉันนะกัน วันนี้ฉันเองก็มาซื้อของขวัญให้หลานเหมือนกัน” ผู้หญิงคนเดิมเอ่ย
“มะ...ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปถ่ายคลิปในร้านอินเตอร์เน็ต” ออก้าเอ่ยปฏิเสธอย่างเกรงใจ
แต่นั่นยิ่งทำให้ผู้หญิงที่เข้ามาช่วยออก้าซื้อโทรศัพท์ ยิ่งทำให้เธอคิดว่าออก้าอ่อนต่อโลกเข้าไปใหญ่
“ร้านอินเตอร์เน็ตไม่มีหรอกนะมันเจ๊งไปหมดแล้ว” หญิงวัยกลางคนเอ่ย ตั้งแต่เทคโนโลยีเริ่มก้าวหน้าประชากรเริ่มมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นร้านอินเตอร์เน็ตคือหนึ่งในธุรกิจที่ต้องปิดกิจการลง
ออก้าในตอนนี้เริ่มหมดหนทาง เขาจะรับน้ำใจกับคนแปลกหน้าก็รู้สึกแปลก ๆ ที่คนไม่เคยเจอหน้ากันแต่ถึงกับเอ่ยปากจะซื้อของให้เขา
“ไม่ต้องใส่ใจ ฉันซื้อให้ก็เพราะอยากซื้อไม่ต้องปฏิเสธล่ะ ถือว่าเป็นของขวัญจากผู้ใหญ่ให้นะกัน” เธอพูดจบก็กดจิ้มไปที่โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดทันที เมื่อเธอกดเสร็จก็มีหุ่นยนต์นำโทรศัพท์ใส่ถุงกระดาษอย่างดีมามอบให้กับเธอเมื่อเธอรับมาก็ยื่นให้กับออก้าทันที
“ขะ...ขอบคุณครับหากมีโอกาสอะไรที่ผมสามารถตอบแทนได้ สามารถบอกผมได้เลยนะครับหากผมสามารถทำได้” ออก้าเอ่ย
“ฮาฮาฮา...ไม่ต้องไม่ต้องหรอก ฉันซื้อเพราะรู้สึกถูกชะตาด้วยก็เท่านั้น ไม่ต้องมาตอบแทนกันไม่งั้นพวกศิลปินคงตอบแทนแฟนคลับที่ซื้อของมาให้กันแย่แน่ ๆ ระวังโดนหลอกล่ะอย่าเชื่อใครง่าย ๆ ” เธอพูดจบก็เดินออกไปจากบริเวณนี้ทันทีเพราะหากเธออยู่ต่อเด็กคนนี้มีหวังไม่รับโทรศัพท์ที่เธอซื้อให้อย่างแน่นอน
“ดะ...ได้ครับผมจะระวัง แล้วก็ขอบคุณครับที่สนับสนุน” ออก้าเอ่ยพลางก้มหัวนิด ๆ ขอบคุณผู้หญิงคนนี้ แม้ประโยคหลัง และสายตาที่เธอมองมาที่เขาเหมือนกับว่าเขาเป็นพวกโดนหลอกง่าย ๆ ไม่มีผิดก็ตาม
