บทที่ 7 ตอนที่ 6 เรื่องวุ่นวาย
หลังจากที่ผู้หญิงวัยกลางคน เดินออกมาจากบริเวณที่ออก้าอยู่ห่างไกลมากขึ้น จนลับสายตาก็มีเหล่าบอดี้การ์ดใส่ชุดสูทสีดำสองคนมายืนประกบข้างเธอทันที
“จะดีเหรอครับคุณหญิงมาแชลที่ซื้อของให้คนแปลกหน้า” ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยถาม พวกเขาทั้งสองคนเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของคุณหญิงมาแชล เพียงแต่ว่าตอนที่คุณหญิงเลือกซื้อของขวัญให้หลานชาย พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยเพราะคุณผู้หญิงมาแชลสั่งเอาไว้ว่าให้รออยู่ด้านนอก
“ไม่รู้สิถูกชะตาด้วยก็เท่านั้น อีกอย่างดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะอ่อนต่อโลกมาก ๆ ขนาดโทรศัพท์ยังเลือกซื้อไม่เป็น ศัพท์ง่าย ๆ ก็ไม่รู้” มาแชลพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
มาแชล เธอคืออดีตดาราสาวระดับนางเอกของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ แต่ในตอนนี้เธอหยุดรับงานแสดงไปแล้ว เพราะเธอแต่งงานกับโธมัส เจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์ซึ่งห้างแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในทรัพย์สินของบริษัท และยังมีสาขาขยายไปอีกทั่วโลก
“เจ้าลูกชายตัวดีของฉันกลับมารึยัง” มาแชลเอ่ยถาม
“คุณชายยังไม่กลับครับ เห็นว่าธุรกิจบันเทิงที่ลงหุ้นกับเพื่อนกำลังขยายตัว คุณชายเลยบอกว่าจะอยู่ที่บริษัทต่อครับ” ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ย
“เจ้าลูกคนนี้นาน ๆ ทีถึงจะกลับมาบ้านช่างเถอะ” มาแชลพูดอย่างเหนื่อยใจ แม้เธออยากให้ลูกชายกลับมาพักที่บ้าน แต่อีกใจหนึ่งเธอก็สบายใจเมื่อรู้ว่าลูกของเธอยังสบายดีอยู่
ทางด้านของออก้าเมื่อซื้อของเสร็จ เขาก็ขึ้นรถไฟกลับโรงแรมทันทีด้วยความตื่นเต้น เมื่อมาถึงห้องเขาก็รีบเปิดกล่องโทรศัพท์ออกมาดูทันที
กล่องโทรศัพท์เรียกได้ว่าดูหรูหราสุด ๆ เมื่อเขาเปิดกล่องออกมา ก็พบกับโทรศัพท์เครื่องสีดำบางเฉียบแต่แข็งแรงมาก แถมในกล่องก็ยังมีของแถมพวกเคสใสมีตราประจำแบรนด์อยู่ และยังมีฟิล์มกระจกพิเศษมาให้อีกด้วย
“สมแล้วที่เป็นโทรศัพท์รุ่นท็อป ว่าแต่เราต้องเปิดใช้งานยังไง” ออก้าเอ่ย เขาเองก็เพิ่งจะเคยใช้โทรศัพท์แบบนี้เป็นครั้งแรก โลกก่อนเขาใช้แต่ปุ่มกด
พอมาเจอจอสัมผัสเขาก็พอใช้ได้แต่ในโลกก่อนกว่าที่จอสัมผัสจะเข้ามาดวงตาของเขาก็ฝ้าฟางเกินไปแล้ว สายตาก็ไม่ค่อยดี ทำให้เขามองจอได้ไม่นานก็รู้สึกเวียนหัว ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เลิกใช้จอสัมผัส
แต่ยุคนี้กลับมีเทคโนโลยีที่ไฮเทคมากยิ่งขึ้นมีหลายสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ เพราะตั้งแต่เปิดหน้าจอก็มีข้อความแจ้งเตือนให้ตั้งค่าเยอะแยะไปหมดโทรศัพท์รุ่นนี้เป็นรุ่นท็อปสุดของแบรนด์ Sky และยังเป็นรุ่นที่ได้รับการยอมรับว่าเสถียรภาพเร็วแรงที่สุดใช้ได้ยาว ๆ 10 ปีก็ไม่มีช้า ราคาอยู่ที่ 100,000 เหรียญ
เมื่อออก้าเปิดโทรศัพท์เข้าก็กดตั้งค่าตามที่ข้อความแจ้งเตือนบอก บางอย่างเขาก็กดข้ามไปเพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการถ่ายคลิปร้องเพลงส่งให้บริษัทคัดเลือก
ออก้าไม่รอช้าเขารีบเปิดกล้องทันทีแล้วเปลี่ยนมาเป็นโหมดอัดวิดีโอจากกล้องด้านหน้า
“กล้องหน้าอยู่ไหนนะ” ออก้าพูดพึมพำออกมา เนื่องจากบนหน้าจอไม่มีกล้องหน้าอยู่เลย แต่ตอนนี้ภาพจากหน้าจอนับได้ว่าเป็นภาพที่คมชัดมาก ๆ
ออก้าตั้งโทรศัพท์ไว้กับแก้วน้ำ มุมที่เขาถ่ายเป็นมุมห้องของโรงแรม ข้างนอกจะเห็นวิวสวนของโรงแรม เขายกเก้าอี้มาหนึ่งตัวแล้วนั่งลงด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างาม เมื่อพร้อมแล้วออก้าก็ร้องเพลงทันที ซึ่งเป็นเสียงร้องสด และเป็นเพลงเดียวกันกับที่เขาร้องตอนเปิดหมวก
พอร้องเพลงจบแล้วเขาก็กดหยุดถ่าย แล้วตัดคลิปให้เหลือแค่ช่วงตอนที่เขาร้องเพลง จากนั้นเขาก็กดส่งไปให้รายการคัดเลือกทันที ซึ่งผลจะประกาศในวันถัดไป
“โชคดีที่อินเตอร์เน็ตของโรงแรมนี้ฟรี ไม่งั้นเราแย่ แน่ ๆ ” ออก้าเอ่ย เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอินเตอร์เน็ตในสมัยนี้มันสมัครยังไง
คฤหาสน์ตระกูล คอนเนลล์
“โอ้...กลับกันมาแล้วเหรอ” อีธาน คอนเนลล์ เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าภรรยากับลูกชายคนโตกลับมาถึงบ้านแล้ว
อีธาน เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่วัยกลางคนจัดได้ว่าเป็นบุคคลที่หน้าตาหล่อเหลาเลยทีเดียว
“ค่ะคุณ...ฉันซื้อของฝากมาให้คุณด้วย” เทย์เลอร์เอ่ย
ส่วนแมกซ์เวลล์ทำเพียงนั่งนิ่ง ๆ ที่โซฟาพลางหยิบแลปท็อปที่พัฒนาโดยบริษัทของตระกูลขึ้นมานั่งทำงาน
“นี่ลูกชายไหน ๆ ก็พึ่งกลับมาบ้านเย็นนี้ไปทานอาหารข้างนอกกันดีไหม” อีธานเอ่ยชวน
“ผมยังไงก็ได้ครับ” แมกซ์เวลล์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ดีเลยเสียดายที่มาเล็ตต้ากับคาร์เตอร์ติดงานอยู่” เทย์เลอร์เอ่ย พลางนึกถึงลูกสาวกับลูกชายที่ไม่ว่างในวันนี้ ลูกสาวของเธอบินไปต่างประเทศเพื่อคุมงานอยู่บ่อย ๆ ส่วนลูกชายก็เป็นดาราในสังกัดค่ายของตัวเองที่ร่วมลงทุนกับเพื่อน
“เห็นว่าค่ายบันเทิงของคาร์เตอร์กำลังไปได้ดีนิ” อีธานเอ่ยถาม
“ใช่ครับแต่ก็มีแมลงมาก่อกวนนิดหน่อย” แมกซ์เวลล์เอ่ยในขณะที่สายตาก็ยังคงจ้องมองแลปท็อปของตัวเองอยู่
“หืม...สงสัยคนพวกนั้นคงไม่อยากอยู่ดี ๆ แล้วล่ะมั้ง” เทย์เลอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ปัญหาเกิดขึ้นกับคาร์เตอร์ ปล่อยให้เขาจัดการปัญหาด้วยตัวเองดีกว่า อุตส่าห์แอบไปตั้งค่ายกับเพื่อน ถ้าเรากระโดดลงไปช่วยมีหวังโดนเจ้าคาร์เตอร์บ่นแน่นอน” อีธานเอ่ย
“เอาแบบนั้นก็ได้ ว่าแต่ลูกละมีปัญหาอะไรก็บอกพ่อกับแม่ได้นะ” เทย์เลอร์หันกลับไปถามลูกชายคนโตของเธอที่นับวัน ๆ ยิ่งเย็นชาเหมือนคุณปู่ไม่มีผิด
“ไม่มีครับทุกอย่างเรียบร้อยดี” แมกซ์เวลล์เอ่ย
ช่วงเย็น
“รบกวนหน่อยครับ แถวนี้มีร้านอาหารแนะนำไหมครับ” ออก้าเอ่ยถามพนักงานผ่านช่องทางติดต่อภายในของโรงแรม
“ค่ะ...ยินดีให้บริการ ดิฉันขอแนะนำร้านอาหารของโรงแรมค่ะ เชฟที่ทำเป็นเชฟระดับ 5 ดาวเรื่องรสชาติอร่อยอย่างแน่นอนค่ะ” พนักงานสาวเอ่ย
“อ๋อ..ครับขอบคุณมาก ๆ ครับ” ออก้าเอ่ย
“ค่ะ...หากมีเรื่องสอบถามสามารถติดต่อพนักงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะคะ” พนักงานเอ่ย
ทันทีที่พนักงานพูดจบออก้าก็กดตัดสาย
“ราคาต้องแพงมากแน่ ๆ กินมาม่าไปก่อนดีกว่า” ออก้าเอ่ย จริง ๆ เขาก็อยากทำอาหารกินเองฝีมือการทำอาหารของเขาไม่แพ้พวกเชฟดัง ๆ ในโรงแรมอย่างแน่นอน ในโลกเดิมของเขาก็มีเชฟดัง ๆ มากมายมาขอท้าประลองการทำอาหารกับเขา สุดท้ายคนพวกนั้นก็แพ้ไป แต่ตอนนี้ติดที่ว่าห้องพักของโรงแรมไม่มีครัวให้ใช้
ออก้าเมื่อตัดสินใจได้แล้วเขาก็เดินออกมาจากห้องพัก โดยที่ยังคงใส่แมสสีดำออกมาจากห้องเช่นเดิม แล้วมุ่งหน้าไปที่ร้านสะดวกซื้อภายในโรงแรม ซึ่งมันอยู่ติดกับเลาจน์อาหารของโรงแรมบรรยากาศที่นี่นับว่าดีมาก ๆ
เมื่อเดินมาถึง ออก้าก็ซื้อมาม่าเสร็จเขาก็เตรียมจะขึ้นไปทานมาม่าที่ห้องพัก แต่ในขณะที่เขากำลังก้มหน้ากดน้ำร้อนอยู่ จู่ ๆ ก็มีคนเดินมาชนหลังของเขา จนน้ำร้อนลวกมือเขาไปนิดหน่อยส่วนมาม่าของเขาก็หกหมดเลย
“โอ้ย...” ออก้าร้องออกมาเมื่อน้ำร้อนลวกมือของเขา พอเขาหันหลังกลับไปเขาก็พบว่าคนที่เดินชนเขาน่าจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอหน้าตาจัดได้ว่าเป็นคนที่สวย การแต่งตัวของเธอดูเซ็กซี่เป็นชุดเปิดเนื้อหนังเสียส่วนใหญ่
ส่วนข้าง ๆ ถัดไปไม่ไกลก็มีผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลา ใส่ชุดสูทกำลังยืนมองเขาอยู่แม้ใบหน้าจะเรียบนิ่ง แต่แววตาก็ปรากฏอาการตกใจอยู่เล็กน้อย
“ยื่นขวางทางอยู่ได้” ผู้หญิงคนที่ชนออก้าพูดออกมาอย่างหัวเสีย ซึ่งเธอพูดเบา ๆ ให้ออก้าได้ยินเพียงคนเดียว
“ห้ะ” ออก้าอุทานออกมาด้วยความงุนงง เขายืนตรงนี้ก็ถูกแล้ว เพราะเขากำลังกดน้ำร้อนมีแต่เธอที่เดินชนเขาแถมยังไม่ขอโทษอีกด้วย
“บังเอิญจังเลยนะคะที่พบคุณแมกซ์เวลล์ที่นี่” ผู้หญิงที่ชนออก้ากลับไปพูดน้ำเสียงหวาน ๆ กับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งน้ำเสียงของเธอแตกต่างจากที่พูดกับเขาราวฟ้ากับเหว
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เธอมาที่นี่เพราะจะมาทานอาหารค่ำกับครอบครัวที่โรงแรมแห่งนี้ แต่สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นครอบครัวของตระกูลคอนเนลล์ ซึ่งรอบนี้เธอเห็นว่ามีแมกซ์เวลล์มาด้วย ซึ่งเธอชื่นชอบผู้ชายคนนี้มานาน จึงอยากจะหาโอกาสพบเจอมาโดยตลอด
แต่เมื่อเธอเห็นว่าแมกซ์เวลล์แยกตัวออกไปจากครอบครัวมาที่ร้านสะดวกซื้อ เธอก็รีบตามมาทันที เธอกะจะแกล้งเดินชนแมกซ์เวลล์เพื่อสร้างสถานการณ์
แต่แล้วแผนก็ผิดพลาดเธอดันไปชนใครก็ไม่รู้ ซึ่งตอนนี้ชุดของเธอ และรองเท้าราคาแสนแพงก็เปื้อนน้ำมาม่าเต็มไปหมด แม้ใจจริงอยากจะด่า แต่เธอก็ต้องเก็บสีหน้าและอาการเอาไว้ก่อน
“นี่คุณไม่คิดจะขอโทษกันหน่อยเหรอครับ ทั้ง ๆ ที่คุณเป็นคนเดินมาชนผมแบบนี้” ออก้าพูดกับผู้หญิงที่เดินชนเขา แถมยังมาทำเสียงสองเสียงสามกับผู้ชายตรงหน้าทั้ง ๆ ที่น้ำเสียงตอนพูดกับเขาดูโมโหมาก ๆ
“อุ้ย...ขอโทษน้องด้วยนะคะ พอดีพี่น่าจะสะดุดล้มนิดหน่อย” เธอหันกลับไปพูดขอโทษออก้าด้วยน้ำเสียง และสีหน้ารู้สึกผิดแต่ดวงตาของเธอมองออก้าด้วยแววตามาดร้าย
‘เชื่อก็โง่แล้ว’ ออก้านึกในใจ
“แล้วคุณจะรับผิดชอบยังไง มาม่าผมก็หกแถมน้ำร้อนยังมาโดนมือผมอีก” ออก้าเอ่ย พลางชูมือของเขาให้ผู้หญิงคนนี้ดู ด้วยสีผิวที่ขาวเนียนอยู่แล้วพอโดนน้ำร้อนลวกก็ทำให้เกิดสีแดงขึ้นจนดูน่ากลัวขึ้นมาทันที
“เออ...งั้น 10,000 เหรียญพอไหมค่ารักษากับค่ามาม่า” หญิงสาวเอ่ย แต่ในใจของเธอด่าออก้าไปเรียบร้อย ที่ทำให้เธอกำลังดูแย่ในสายตาของคนอื่น เนื่องจากตอนนี้มีคนมามุงดูเริ่มเยอะพอสมควร ซึ่งเธอเป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ภาพลักษณ์มันสำคัญสำหรับเธอมาก
ออก้าที่ถูกผู้หญิงคนนี้จะเอาเงินมาฟาดหัวเขา แถมยังไม่ขอโทษเขาจากใจจริงตั้งแต่แรกคะแนนความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอนับว่าติดลบสุด ๆ
“เก็บเงินของคุณเอาไว้เถอะครับ แค่ขอโทษจากใจจริงคุณยังไม่สามารถทำได้ผมขอตัว” ออก้าพูดจบก็เดินออกจากร้านทันที เนื่องจากตอนนี้เขายังไม่อยากมีปัญหามากมาย
แม้ใจจริงอยากจะตอบโต้แต่ที่นี่คนเยอะเกินไป แถมยังมีกล้องวงจรปิดอีก หากวันหนึ่งเขาดังจนมีชื่อเสียงขึ้นมา แล้วมีปากเสียงกับผู้หญิงคนนี้คงมีคนหยิบเอามาตัดต่อแบล็คเมล์เขาแน่นอน
และแน่นอนว่าถ้าหากมีคนเล่นประเด็นนี้งานต่าง ๆ ในช่วงนั้นของเขาอาจจะต้องหยุดพักลงทันทีจนกว่าจะเคลียร์ปัญหาจบ เพราะเขาเองก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว
ผู้หญิงที่เดินชนออก้าเธอเองก็รู้สึกโกรธเคืองแต่ตอนนี้ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นเธอก็จำใจเดินออกจากร้านไปทันที เพราะตอนนี้เธอไม่เห็นคนที่เธอเฝ้ามองแล้ว
ส่วนเศษซากมาม่าพนักงานบอกว่าจะเป็นคนจัดการเอง และเงินค่ามาม่าออก้าก็จ่ายไปเป็นที่เรียบร้อย
“เดี๋ยวคุณหยุดก่อน” แมกซ์เวลล์เดินตามหลังออก้ามา หลังจากที่ออก้าเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ เขาเองก็มีส่วนผิดนิดหน่อย เพราะเขาหลบผู้หญิงคนนั้นที่กำลังล้มมาทางเขาจนทำให้ไปชนกับคนอื่น
‘รู้อย่างงี้น่าจะถีบเธอออกไป’ แมกซ์เวลล์นึกในใจ เขาเองก็ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น แต่เจตนาเธอจงใจล้มมาทางเขาอย่างเห็นได้ชัดเจน
ออก้าที่ได้ยินคนเรียกเขาก็หันหลังกลับไปดูก็พบผู้ชายตัวสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลากำลังเรียกเขาอยู่ และกำลังเดินมาทางนี้
“ครับ” ออก้าเอ่ยด้วยความงุนงง
“ฉันเองก็มีส่วนผิดนิดหน่อย จึงอยากจะพาเธอไปทำแผลก่อนน่ะ” แมกซ์เวลล์มองดูมือของออก้าที่เริ่มแดงขึ้นอย่างน่ากลัว
“คุณไม่ได้ผิดเลยครับ ผู้หญิงประสาทเสียคนนั้นต่างหากที่ผิด แผลแค่นี้สบายมาก” ออก้าพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไม่ได้ เธอต้องไปทำแผลก่อน” แมกซ์เวลล์พูดด้วยท่าทีจริงจังน้ำเสียงออกดุ ๆ นิดหน่อยจนทำให้ออก้าชะงักไปครู่หนึ่ง
‘ทำไมต้องดุเราด้วยนะ’ ออก้านึกในใจ
“เออ..ได้ครับเดี๋ยวผมจะไปทำแผล” ออก้าพูดจบก็เดินตามแมกซ์เวลล์ไปทันที
