บทที่ 3 ความเสียใจ
@ปัจจุบัน
“เฮ้ออ~” มินตราลอบพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ทั้งภาพที่ชาร์วีทิ้งช่อดอกไม้ของสาวสวยคนนั้น ทั้งคำพูดของเพื่อนเขาที่บอก มันยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำของเธอ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เธอไม่ยอมสารภาพรักออกไปสักที
“เป็นอะไรของเธออีกเนี่ย หรือฉันพูดแรงไปเหรอ” เม็ดทรายถามมินตรากลับไปด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักเงียบไป
“เปล่าๆ เราไม่ได้เป็นอะไรหรอก” หญิงสาวยิ้มตอบกลับไป
“เราอยู่ของเราแบบนี้แหละดีแล้ว เม็ดทรายไม่ต้องเป็นห่วงนะ เราโอเค”
“เฮ้ออ เธอนี่จริงๆ เลย นึกยังไงไปชอบคนแบบนั้นนะ แถมยังไม่ยอมบอกเขาไปอีก รักครั้งแรกก็ดราม่าแล้วเหรอเด็กน้อย” เม็ดทรายเอ่ยหยอกล้อเพื่อนสนิทพลางเลื่อนมือไปลูบที่ศีรษะเล็กของหญิงสาวไปด้วย
“เม็ดทรายเราไม่ใช่เด็กแล้วนะ!” มินตราที่โดนล้อเลียนแหวใส่เสียงเขียวแล้วทำหน้ายู่แสดงถึงความไม่พอใจออกมาซึ่งนั่นก็เรียกเสียงหัวเราะให้แก่หญิงสาวอีกคนได้ไม่ยาก
“ฮ่าๆๆ ไปเถอะไปเข้าเรียนกัน อาจารย์น่าจะใกล้มาแล้ว”
“อื้ม!” แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในตึกเรียนพร้อมกัน โดยระหว่างทางก็มีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนานซึ่งจะเป็นเม็ดทรายที่ชวนมินตราคุยไม่หยุดเสียมากกว่าเพราะเธอไม่อยากให้เพื่อนรักต้องคิดมาก สำหรับเธอแล้วเธอรู้จักมินตราดีกว่าใคร เธอรู้ดีว่าถึงแม้ภายนอกมินตราจะทำเหมือนไม่เป็นอะไรแต่ลึกๆ ข้างใน...ตัวเธอก็เจ็บปวดเหมือนกัน
มินตราแอบชอบชาร์วีตั้งแต่ตอนเพิ่งเข้าปีหนึ่งใหม่ๆ ด้วยเหตุผลอะไรตัวของเม็ดทรายเองก็ไม่รู้เหมือนกันรู้เพียงแค่ว่าชาร์วีเป็นทั้งรักแรกและรักเดียวของมินตรามาตลอดระยะเวลาเกือบสองปี ตัวของมินตราเองก็มีคนเข้ามาจีบมากมายเพราะเธอเป็นสเปคของผู้ชายหลายๆ คน แต่มินตราก็ปฏิเสธผู้ชายเหล่านั้นไปทุกคนไม่ว่าจะหล่อ รวย หรือนิสัยดีขนาดไหน คงจะมีเพียงคนเดียวที่มินตราเฝ้ามองและอยู่ในหัวใจของเธอมาตลอดก็คือผู้ชายที่ชื่อ"ชาร์วี"
@หลังเลิกเรียน
“นี่มินวันนี้ฉันเลี้ยงสาย เธอไปด้วยกันไหม” เสียงของเม็ดทรายดังขึ้นระหว่างกำลังเดินออกมาจากห้องเรียน
“ที่ไหนเหรอ”
“ที่ร้านxxx เป็นผับของปู่รหัสฉันเอง”
“ผับงั้นเหรอ...” มินตราพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างลังเล เพราะเธอไม่เคยไปเที่ยวสถานที่แบบนั้นเลยสักครั้งแล้วก็ไม่คิดจะไปด้วยในความคิดของเธอมันดูอันตรายเกินไป
“ไปเปิดหูเปิดตาหน่อยสิ ชวนสายรหัสของเธอมาด้วยก็ได้ ไปด้วยกันหลายๆ คนจะได้สนุก เดี๋ยวฉันจะเป็นองครักษ์ให้เธอเอง”
“ฮ่าๆๆ เธอนี่ก็ไม่เห็นต้องพูดยาวขนาดนั้นเลย” มินตราหัวเราะขึ้นเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของเพื่อนสนิท
“ก็เธอไม่ค่อยไปไหนเลยนี่หน่า ฉันอยากให้เธอไปลองอะไรใหม่ๆ บ้าง”
“อืม...งั้นเดี๋ยวเราขอโทรไปถามที่บ้านก่อนนะว่าปะป๊ากับหม่ามี๊ให้ไปหรือเปล่า”
“อื้ม! ได้เลย”
“งั้นเราขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เม็ดทรายรออยู่ตรงนี้แหละ เราไปล้างมือแปปเดียว~” เรียวปากบางเอ่ยบอกเสียงใสแล้วจึงเดินไปเข้าห้องน้ำตรงใต้ตึกคณะซึ่งอยู่ไม่ไกล มือบางหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดหาเบอร์ของแม่ตัวเองไปด้วยเพื่อจะโทรถาม แต่ก่อนที่เธอจะกดโทรไปนั้น...
@หน้าห้องน้ำ
“อ อ๊ะ พี่ชาร์วีคะ เบาๆ หน่อยค่ะ อ อ๊าา~”
มินตราหยุดชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อได้ยินชื่อของชาร์วีดังมาจากด้านในห้องน้ำ ซึ่งประตูด้านหน้าถูกปิดไว้และมีป้ายทำความสะอาดกั้นอยู่
“อื้มมม วันนี้แค่รอบเดียวนะถุงฉันหมด อ่าส์”
เสียงของผู้ชายดังเล็ดลอดออกมา ถึงมันจะแผ่วเบากว่าที่ได้ยินรอบแรกแต่มินตราก็มั่นใจว่ามันคือเสียงของใคร มือบางกำโทรศัพท์ในมือแน่น ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะกับสิ่งที่ได้ยิน
“ฮึก!” อยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ มินตรายกมือปิดปากตัวเองไว้แน่นแล้วพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ในขณะที่เสียงในห้องน้ำก็ยังคงดังเล็ดลอดออกมาเรื่อยๆ เมื่อได้สติร่างบางก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นทันทีเพราะไม่อยากทนรับรู้สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดใจ
“อึก...ฮือออ” แม้จะรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ในตัวของเขาแต่เธอก็ไม่สามารถห้ามความเสียใจไว้ได้เลย มินตราปล่อยโฮออกมาอย่างหนักให้กับสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่ เหมือนหัวใจของเธอมันแตกสลายครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงแม้เธอจะเคยเห็นชาร์วีไปกับผู้หญิงคนอื่นอยู่บ่อยครั้งแต่เธอก็ไม่เคยชินกับมันสักที เธออยากเป็นคนนั้นบ้าง คนที่ได้ยืนอยู่ข้างๆ เขา...
กริ๊ง กริ๊ง~
เสียงโทรศัพท์ในมือดังขึ้นฉุดรั้งสติของมินตราให้กลับมาอีกครั้ง เธอมองหน้าจอเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนสนิทจึงกดรับสายไป
“วะ...ว่าไง~” มินตราพยายามทำเสียงให้เป็นปกติเพราะไม่อยากให้เม็ดทรายสงสัยพลางยกมือขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าลวกๆ แล้วฝืนยิ้มตอบกลับไป
“นี่เธออยู่ไหนเนี่ย ทำไมไปเข้าห้องน้ำนานจัง” เสียงปลายสายแสดงถึงความเป็นกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ๆ มินตราก็หายตัวไปอีกทั้งเมื่อเธอไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่เจออีกต่างหาก
“เราอยู่ อึก ที่หลังมอน่ะ”
“หลังมอ? เธอไปทำอะไรตรงนั้น”
“พอดีปะป๊าโทรมาว่าวันนี้จะมารับเราพอดีน่ะ เราเลยมารอที่หลังมอ”
“โอ๊ยยย แล้วเธอก็ทิ้งฉันให้เป็นห่วงแทบแย่”
“แหะๆ ขอโทษนะ เราดีใจไปหน่อย”
“ไม่เป็นไรๆ ฉันก็กลัวเธอจะเป็นอะไรไป ปลอดภัยก็ดีแล้ว งั้นวันนี้ก็ไม่ได้ไปใช่มะ...”
“ไป” ยังไม่ทันที่เม็ดทรายจะพูดจบมินตราก็รีบตอบกลับไปทันที เธอหวังเพียงแค่ว่าการไปผับในครั้งนี้มันจะช่วยคลายความเสียใจให้เธอได้บ้าง เหมือนกับที่คนอื่นๆ ไปหาความสุขกันจากที่นั่น
“หื้ม?”
“เราอยากไปด้วยน่ะ เดี๋ยวเม็ดทรายส่งโลเคชั่นมาได้ไหม เราขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คอนโดก่อน”
“งั้นให้ฉันไปรับไหม เธอไปคนเดียวมันอันตรายยิ่งไปเคยไปอยู่ด้วย”
“อื้ม ได้สิ”
“โอเคงั้นสองทุ่มเจอกันนะ”
“โอเค” นิ้วเรียวยาวกดวางสายไปพลางยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาอีกครั้งแล้วนั่งอยู่คนเดียวตรงนั้นเงียบๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงมินตราจึงนั่งรถกลับคอนโดไป
