บทที่ 2 เสี่ยภาคหวงรัก :: INTRO [70%]

ดูเหมือนคนที่จะหัวเสียจะเป็นเสี่ยภาคจริงๆ ด้วยสินะ ฉันกะแล้วว่าแผนนี้จะต้องได้ผล แผนที่ฉันแสร้งทำเป็นเมินเขาบ้างและเอนเอียงมาหาเสี่ยกัลป์ แม้จะต้องใช้เสี่ยกัลป์เป็นเครื่องมือให้เสี่ยภาคเริ่มท่าทีหรือทำอะไรสักอย่างมันได้ผลจริงด้วยแหะ ได้ผลถึงขนาดที่ว่าฉันเหลือบมองเกรซที่ยืนกอดอกอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์พลางชูนิ้วโป้งให้ว่าการแสดงของฉันมันเข้าขั้นยอดเยี่ยมมากแค่ไหน หากเสี่ยกัลป์เล่นด้วยจะเป็นอะไรที่ลงล็อกกับแผนที่ฉันวางเอาไว้เป๊ะเลย

เลิกงานที่บาร์ฉันเปลี่ยนชุดสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นและเสื้อยืดสีขาวรัดรูป ส่งยิ้มหวานให้กับเสี่ยกัลป์ที่รออยู่ก่อนแล้ว โดยมีเสี่ยภาคที่คีบบุหรี่เข้าปากพ่นควันสีเทาพวยพุ่งลงบนพื้นจากนั้นก็ทิ้งมันลงใช้ปลายรองเท้าขยี้กรองบุหรี่จนไฟมอดลง

“ขึ้นรถสิขนม” เสี่ยภาคเปิดประตูรถของตัวเองเอ่ยปากชวนฉัน

“ขนมจะไปกับเสี่ยกัลป์ค่ะ” แน่นอนว่าร่างสูงถึงกับหันมามองฉันคอแทบหลุด “ไปกันเถอะค่ะเสี่ย”

“โอเค” เสี่ยกัลป์ยักคิ้วยียวนกวนประสาทเสี่ยภาค ไม่ใช่แค่เฉพาะกับเขาหรอกนะ ฉันเองก็แอบยั่วโมโหเขานิดๆ เหมือนกัน คงไม่มีใครชอบหรอกในเมื่อคนที่ตัวเองเล็งเอาไว้ถูกแย่งตัดหน้าไปน่ะ ฉันทำแบบนี้ก็แค่หวังให้เสี่ยภาคมีความรู้สึกอยากยื่นข้อเสนอให้กับฉันมากยิ่งขึ้นก็เท่านั้น เป็นการยั่วโมโหตามสไตล์สาวซื่อไร้เดียงสาในแบบที่เขาต้องการไง

บ้านเสี่ยกัลป์

“อ๊า ดีมากเลยขนม ตรงนั้น”

“ตรงนี้ใช่ไหมคะเสี่ยกัลป์”

“ใช่เลย ซี้ด ขนมสุดยอด”

ตุ้บ

“ไอ้ภาค! โยนกล่องทิชชูใส่หัวกูทำห่าไรวะ”

“มึงร้องให้มันดีๆ ดิไอ้กัลป์ ครางซะเสียวเลย ขนมแค่นวดบ่าให้มึงไม่ได้นวด...” ราวกับเสี่ยภาคกำลังจะหลุดคำบางคำที่ไม่ควรหลุดเขาก็จดจ้องมองฉันพลางถอนหายใจอย่างหงุดหงิด

“นวดอะไรเหรอคะ?” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสี่ยภาคหมายถึงอะไร อย่างที่บอกเสี่ยภาคชอบที่จะเห็นฉันทำหน้าใสซื่อใส่และเขาพึงพอใจมากพอเหมือนเห็นรอยยิ้มตรงมุมมปาก

“อยากรู้เหรอ”

“เสี่ยไม่บอก ขนมไม่อยากรู้ก็ได้ค่ะ” หลุบสายตากดปลายนิ้วลงบนบ่าของเสี่ยกัลป์ บ้านของเสี่ยกัลป์ใหญ่โตสมฐานะนักธุรกิจชื่อดัง ร่ำรวยมากแต่บ้านมีเขาอยู่คนเดียวกับแม่บ้านวัยกลางคนกับคนรับใช้ คนสวนที่เข้ามาเห็นก็มีเท่านี้นะ แต่ไม่รู้ว่าจะมีอีกหรือเปล่า “เสี่ยขยับตัวหน่อยสิคะ พอหายปวดเมื่อยไหม”

เสี่ยกัลป์ขยับแขนและบิดคอไปมาพลางหันมาสบตากับฉันที่ยืนยิ้มให้เขาอยู่ “สุดยอดเลยขนม รู้สึกเหมือนยกอะไรแข็งๆ ออกจากบ่าเลย โล่งมาก”

“จริงเหรอคะ ขนมดีใจมากเลยค่ะที่ช่วยเสี่ยกัลป์ได้” ฉันเอามือทาบทับบนหน้าอกถอนหายใจออกมา แสดงให้พวกเขาได้เห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนและต้องการให้ใครบางคนเห็นแล้วยิ่งอยากได้ฉันมากกว่าเดิมก็เท่านั้น เสี่ยกัลป์คว้ากระเป๋าเงินสีดำหนังแบรนด์ควักธนบัตรสีเทาส่งมาให้ฉันถึงห้าใบ “เอ่อ มันเยอะเกินไปหรือเปล่าคะเสี่ย”

ถึงจะเห็นแล้วตาลุกวาวอยากจะรีบตะครุบมันมาไว้กับตัวก็เถอะ ใจร่มๆ ไว้ขนม!

“เอาไปเถอะ เธอนวดดีฉันก็ต้องตอบแทนสิ”

“ขอบคุณนะคะเสี่ยกัลป์” ยกมือไหว้ขอบคุณเขาและรับเงินก้อนนั้นมาพลางฉีกยิ้มทั้งน้ำตาให้กับเสี่ยกัลป์ “ขนมมีเงินให้น้องไปจ่ายค่าเทอมที่ค้างเอาไว้แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“แล้วพอหรือเปล่าเนี่ย ขาดเหลือตรงไหนไหม?”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่เสี่ยกัลป์เมตตาขนม แค่นี้ก็มากพอแล้วค่ะ”

“ลำบากมากเลยเหรอ” โทนเสียงของเสี่ยกัลป์แปรเปลี่ยนไป จึงทำให้ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองพลางพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการบอก โดยไม่พูดอะไรออกไปให้มากความเพื่อเล่นตัวให้เขาถามก่อนถึงจะบอก “แล้วไม่มีใครช่วย”

“ไม่มีค่ะ ขนมอยู่กับน้องชายแค่สองคนค่ะ”

“งั้นอยากมาอยู่กับฉะ...”

“เออขนม มานวดคอให้ฉันหน่อยสิ ไอ้กัลป์กูอยากดื่มอะไรร้อนๆ มึงไปชงชาให้กูหน่อยดิ”

“มึงใช้กู?” เสี่ยกัลป์เอาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “กูเจ้าของบ้าน”

“ใช่ไง มึงเป็นเจ้าของบ้านก็ต้องดูแลแขก ถูกต้องปะ”

ฉันยืนมองใบหน้าหล่อเหลาของเสี่ยภาคที่กำลังเถียงกับเสี่ยกัลป์ พลางยิ้มเยาะในใจ ทำไมจะมองไม่ออกกันล่ะเสี่ยภาค ดูก็รู้ว่าเสี่ยคงไม่อยากให้เสี่ยกัลป์ยื่นข้อเสนอตัดหน้าตัวเองใช่ไหมล่ะ แล้วทำไม... ถึงได้ชักช้าอยู่ได้ล่ะ รีบๆ สักที ฉันแสดงออกขนาดนี้แล้วเสี่ยไม่ควรรอนะ แต่ก็ไม่คิดว่าเสี่ยกัลป์จะเห็นถึงความน่าสงสารในตัวของฉันที่แสดงออกไปจนถึงขั้นเสนอให้ฉันมาอยู่ด้วยแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง

ขอบคุณนะเสี่ยกัลป์ เสี่ยทำให้เสี่ยภาคดูกระตือรือร้นเรื่องที่เขาจะยื่นข้อเสนอให้ฉันไปเป็นเด็กของเขา ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เห็นท่าทีหรืออาการร้อนรนเพราะกลัวโดนเพื่อนสนิทแย่งผู้หญิงที่เล็งเอาไว้ตัดหน้าหรอก

“เออ ไปก็ได้” เสี่ยกัลป์ไม่รู้จะทำยังไงต่อจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ซึ่งห้องที่เสี่ยกัลป์พามาคือห้องทำงานของเขา เสี่ยภาคที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ตวัดขาไขว่ห้างมองฉันที่เอาเงินใส่กระเป๋ากางเกง

“เสี่ยช่วยหันหลังให้ขนมหน่อยสิคะ”

“อย่าเที่ยวไปตกลงอะไรกับไอ้กัลป์ล่ะ”

“หมายถึง... เรื่องอะไรเหรอคะ ทำไมขนมต้องตกลงกับเสี่ยกัลป์ด้วย”

“ถ้าไอ้กัลป์มันชวนเธอไปอยู่ด้วย”

“ทำไมเสี่ยต้องชวนขนมไปอยู่ด้วยเหรอคะ” เสี่ยภาคขยับตัวนั่งหลังให้ฉันที่นั่งคุกเข่าบนโซฟากดคลึงนวดตรงท้ายทอยเขา กลิ่นหอมจากน้ำหอมที่เสี่ยภาคชอบใช้ลอยแตะจมูก จนเผลอย่นจมูกเล็กน้อยแม้จะไม่ได้กลิ่นฉุนแรงทว่ามันหอมเสียจนฉันกลัวจะติดกลิ่นของเขามาด้วยน่ะสิ

“เธอไม่ทันมันหรอก เชื่อฉัน” เหรอ... ฉันเนี่ยนะไม่ทันเสี่ยกัลป์ ต่อให้เป็นใครก็ตามฉันก็ทันหมดนั่นแหละโดยเฉพาะเสี่ยภาคที่ฉันนำเขาอยู่หลายก้าวทีเดียว ขึ้นชื่อว่ามารยาผู้หญิงยังไงก็ชนะอยู่แล้ว “ค้างค่าเทอมน้องชายเท่าไหร่”

“แปดพันค่ะ” ตอบด้วยความสัตย์จริงนะ อันนี้คือเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องแต่งใดๆ ที่ต้องเสริมให้ดูน่าสงสารมากขึ้นเพื่อเพิ่มคะแนนเพราะใครกันล่ะถ้าไม่ใช่คนที่ฉันบีบนวดคอให้ “เสี่ยคอแข็งจัง”

“ไม่ใช่แค่คอนะที่แข็ง”

“...” รู้นะว่าเขาหมายถึงอะไร

“อย่างอื่นก็แข็ง” ยังมีหน้าเอี้ยวมามองฉันพลางกระตุกยิ้มมุมปากอีกต่างหาก เหอะ คิดว่าฉันรู้ไม่ทันหรือไง ไอ้คำพูดที่แสนจะลามกและเชิญชวนให้ฉันอยากรู้เนี่ย “ไม่อยากรู้เหรอ”

“ถ้าขนมอยากรู้ เสี่ยจะบอกเหรอคะ”

“นั่นสิ ฉันควรบอกเธอดีไหมนะ” เบ้ปากใส่ก่อนจะยกกำปั้นขึ้นเตรียมจะเคาะหัวเขา ไม่สนหรอกนะว่าอายุของเราจะห่างกันเป็น 10 ปี นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะอ่อนให้กับเขาเสมอไป ฉันอายุ 23 แล้วมีวุฒิภาวะและคิดเองได้ ไม่ต้องให้ใครมาจูงจมูก ต่างจากผู้ชายวัย 33 ปีที่ชอบผู้หญิงเชื่องๆ ชักจูงได้ง่าย แต่เสียใจด้วยนะที่เสี่ยภาคไม่เจอผู้หญิงในแบบที่ตัวเองต้องการ เพราะดันมาเจอฉันที่แสดงได้เก่งเสียจนเขาไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกฉัน ‘หลอก’ ให้ตายใจก็เพื่อเงินของเขา “ซื่อๆ อย่างเธอ บอกไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”

“เป็นคนซื่อแล้วรู้ไม่ได้เหรอคะ มีข้อห้ามด้วย”

[70%]

-----------------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป