บทที่ 3 เสี่ยภาคหวงรัก :: INTRO [100%]

“อย่างเธอน่ะต้องค่อยๆ สอนดีกว่า ฉันไม่อยากพลีพล่าม”

“เสี่ยกำลังหมายถึงอะไรขนมไม่เข้าใจ” ทำหน้าทำตาสงสัยเพื่อให้เสี่ยภาคได้ตายใจแบบสุดๆ ว่าฉันคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่เขาไม่ชอบ ทั้งที่จริงแล้วฉันเนี่ยเป็นผู้หญิงในแบบที่เสี่ยภาคโคตรจะขยาดไม่ต่างจากยัยเกรซเพื่อนรักของฉัน

“ช่างเถอะ เดี๋ยวสักวันเธอก็จะเข้าใจเอง”

“แล้วเมื่อไหร่เหรอคะ?”

“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เธอพร้อมหรือเปล่า” เป็นคำพูดที่ชวนให้คิดลึกมากๆ และที่สำคัญกำลังบอกฉันเป็นนัยๆ ปะว่าหากถึงวันที่เขาพร้อมยื่นข้อเสนอฉันก็จะพร้อม ซึ่งแน่นอนจะตอบแบบตกลงทันทีไม่ได้เด็ดขาดขนม

“ขนมยังไม่รู้ว่าเรื่องที่ตัวเองควรเข้าใจคือเรื่องอะไร เพราะงั้นขนมยังไม่ให้คำตอบเสี่ยหรอกค่ะ”

“อ่า ฉลาดดีนะ” แล้วชอบฉันไหมล่ะเสี่ย... ถ้าชอบก็รีบๆ ซะนะก่อนที่ฉันจะเอนเอียงไปหาเสี่ยกัลป์

“แต่เสี่ยคอแข็งจริงนะคะ วันนี้งานหนักมากเลยเหรอ”

“ประชุมทั้งวัน เมื่อยไปทั้งตัว”

ฉันจึงเปลี่ยนเรื่องอันนี้เรื่องจริงนะที่ว่าคอเขาแข็ง เอาจริงวิชานี้ได้มาจากการที่ฉันเคยไปรับจ้างนวดตอนออกจากบ้านของป้าแรกๆ ได้วิชาจับเส้นมา ไม่ใช่แค่นวดคอนะ นวดฝ่าเท้าหรือนวดศีรษะก็ได้หมดเลย แต่เพราะเริ่มเข้ามหาลัยต้องเรียนไปด้วยจำต้องลาออกบางงานเพื่อที่จะโฟกัสเรื่องเรียน งานที่ทำอยู่ก็จะเป็นงานที่ไม่กระทบกับการเรียน ฉันบอกเหมว่าให้อย่าทิ้งการเรียน น้องชายเองก็บอกฉันเหมือนกันว่า ‘พี่หนมบอกไม่ให้เหมทิ้งการเรียน พี่หนมเองก็ห้ามทิ้งการเรียน ไม่งั้นเหมก็จะทิ้งมาช่วยพี่หนมหาเงิน’

น้องชายฉันพอโตปุ๊บก็ออกคำสั่งทันที ฉันรู้ว่าน้องชายต้องการปกป้องฉันเหมือนที่เคยปกป้องน้องตอนเด็กๆ เราต่างดูแลและปกป้องกันและกันนั่นแหละดีที่สุด “ไว้... อยากได้ทิปนอกเหนือจากทำงานที่บาร์”

“คะ?”

“เธอมานวดให้ฉันได้ไหมล่ะขนม” ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองฉัน แววตาลุ่มลึกเชิญชวนแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทีงี้เชิญชวนเก่งนะ ทีไอ้อยากให้เชิญชวนไม่ชวน เหอะ แต่ใจเย็นไว้ขนมอย่าเพิ่งได้คืบจะเอาศอก

“ถ้าเสี่ยอยากให้ขนมนวด ขนมก็ยินดีค่ะ”

“ว่าง่ายจัง เด็กน้อย” ฉันอยากจะอ้วก! เด็กน้อยเหรอ คิดผิดคิดใหม่นะคะเสี่ยภาค ฉันไม่ใช่เด็กน้อยที่เสี่ยจะตะลอมให้เชื่องได้ง่ายขนาดนั้น โอเค ตอนนี้อะไรก็ดูง่ายไปหมดใช่ปะละ ไว้ถึงคราวฉันบ้างนะเรื่องต่อรองฉันไม่เป็นสองรองใครหรอก “ตั้งแต่ทำงานที่บาร์ มีเสี่ยคนไหนเคยอยากรับเธอไปเลี้ยงดูบ้างไหม”

“ไม่มีค่ะ” ถึงจะมีก็เถอะนะ ฉันก็ต้องแสร้งทำเป็นบอกว่าไม่มีเอาไว้ก่อน “เลี้ยงดูนี่คือยังไงคะ หมายถึงส่งเสียขนมให้เรียนหรือไม่ต้องทำงาน”

“แบบนั้นล่ะ”

“เหรอคะ”

“เธอสนใจไหมถ้ามีคนมายื่นข้อเสนอให้”

“แล้วต้องแลกกับอะไรคะ?” คำถามของฉันทำให้เสี่ยภาคผุดขำออกมาเล็กน้อย “ก็ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ นี่คะ ขนมถึงได้ถามเสี่ยไง ขนาดคนเรายังต้องทำงานแลกเหงื่อเพื่อให้ได้เงินเลย แล้วถ้าเกิดมีเสี่ยมายื่นข้อเสนอเลี้ยงดูขนม ขนมต้องแลกกับอะไรถึงจะได้เงินคะ”

“คงแล้วแต่ข้อเสนอของแต่ละคนมั้ง”

“อ้อ” ฉันพยักหน้ารับและทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าหลังนวดคอให้เสี่ยภาคเสร็จ พอเขาเห็นฉันนั่งทำตัวห่อเหี่ยวก็เอี้ยวหน้ามามอง “หมายถึงถ้าข้อเสนอของคนไหนถูกใจ ขนมก็ตกลงได้ใช่ไหมคะ”

“ต้องเป็นความสมัครใจด้วย แต่... อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ”

“ทำไมเหรอคะ”

“เผื่อไปเจอเสี่ยที่มีเมียแล้ว เธอจะกลายเป็นเมียเก็บเมียน้อยไม่รู้ตัว”

“แล้วเสี่ยล่ะคะ” เงยหน้าสบตากับเสี่ยภาคที่ขมวดคิ้วเมื่อได้ฟังคำถามของฉัน “เสี่ยมีภรรยาหรือยังคะ”

“ทำไมถามแบบนี้” เสี่ยภาคถึงกับถามเสียงอ่อน ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบไล้แก้มฉัน ยามที่ฝ่ามือหนาแตะลงบนแก้มฉันก็สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ มันเป็นปฏิกิริยาต่อต้านที่เกิดจากการความรู้สึกระแวงเล็กน้อยเนื่องจากเหตุการ์ที่ไอซ์เคยทำเอาไว้ พอคงสติได้ฉันก็ส่ายหน้าเล็กน้อย “เอาเป็นว่าถ้าฉันบอกว่าไม่มี เธอจะเชื่อหรือเปล่า”

“ไม่รู้สิคะ เสี่ยทั้งหล่อ ทั้งรวยขนาดนี้ ไม่มีภรรยาเลย ขนมจะไม่เชื่อก็ไม่แปลกใช่ไหมคะ”

“อืม” การระวังตัวไม่ให้เผลอแสดงออกไปว่าอ่อยแบบตรงๆ ทำให้เสี่ยภาคต้องการฉันมากขึ้นไปอีก พอเราสองคนจดจ้องมองหน้ากันนิ่งๆ ท่ามกลางบรรยากาศในห้องทำงานของเสี่ยกัลป์มันเงียบสงบ เสี่ยภาคก็เลื่อนสายตามาหยุดตรงกลีบปากที่เคลือบลิปสติกสีชมพูอ่อนของฉัน รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องการอะไรจึงแสร้งทำเป็นหดตัวหนีเขาเล็กน้อย

“สะ เสี่ยจะทำอะไรคะ” คำถามของฉันทำให้ใบหน้าหล่อเหลาหยุดชะงัก เป็นไงล่ะเสี่ยภาค โดนฉันอ่อยและหวงตัวขนาดนี้ เริ่มอยากจะได้ฉันขึ้นมาบ้างแล้วไหม “ขนมนวดให้เสี่ยเสร็จแล้ว ดีขึ้นไหมคะ”

“ดีมาก”

บทสนทนาของเราสองคนยุติลงเมื่อเสี่ยกัลป์กลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมถาดชาหอมๆ ที่เขาชงเผื่อฉันด้วย พร้อมคุกกี้แสนอร่อย เราสามคนนั่งคุยกับสักพักเสี่ยภาคก็อาสามาส่งฉันที่หอพักหลังบาร์ พอเขาเห็นหอพักก็เหลือบตามองไปยังอาคารหอพักที่นี่เงียบสงบมากและฉันชอบตรงที่มีคนคอยดูแลอยู่ตลอดเวลานี่ล่ะ

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ ขนมขอตัวก่อนค่ะ”

“เดี๋ยว” ฝ่ามือหนาคว้าต้นแขนฉันไว้ก่อนจะได้ลงจากรถ เสี่ยภาคคลายมือออกและเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เขาหยิบกระเป๋าเงินสีน้ำตาลกำมะหยี่และควักธนบัตรสีเทาออกมาให้ฉันหนึ่งปึก

“อะไรเหรอคะ?”

“เงินค่าเทอมน้องชาย เอาไปสิ แล้วที่เหลือก็ค่านวด” ดูยังไงก็เป็นเงินจำนวนหมื่นขึ้นแน่นอน เห็นเงินปุ๊บตาฉันมักจะลุกวาวและโหยหามากแต่ดันต้องคีฟลุคเอาไว้

“ขนมขอเป็นแค่ทิปค่านวดก็พอค่ะ ส่วนเรื่องค่าเทอมน้องชาย ขนมจัดการเองได้ค่ะ”

“จัดการเองได้ยังไง จะไปหาเงินจากไหนได้ทัน หืม” เสี่ยภาคระบายยิ้มและพยักเพยิดให้ฉันรับเงิน พอเห็นว่าฉันลังเลเขาก็เป็นฝ่ายยัดมันใส่มือให้

“แต่ว่าขนมเกรงใจเสี่ย” สบตากับเสี่ยภาคพลางเม้มริมฝีปากตัวเอง “งั้นขนมขอผ่อนจ่ายได้ไหมคะ”

“ไม่ต้อง”

“เสี่ยให้ขนมทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”

“อยากเป็นไหมล่ะ” อยากสิ... อยากมากเลยด้วย เสี่ยจะรีรออะไร รีบๆ ยื่นข้อเสนอมาสักที! “พักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้มีเรียนไม่ใช่หรือไง”

“ค่ะ” พอรอให้เขาพูดก็ไม่ยอมพูด ถึงจะหงุดหงิดใจและร้อนรนเป็นบ้าสุดท้ายก็ต้องจบมันเอาไว้แค่ตรงนี้ก่อน ฉันยกมือไหว้ขอบคุณเสี่ยภาคและลงจากรถของเขา ยืนมองจนรถของเสี่ยภาคขับออกไปจนลับสายตา สีหน้าที่เคยแลดูแสดงออกว่าตัวเองใสซื่อแปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่แข็งกร้าวและริมฝีปากที่ยกขึ้นขณะหลุบสายตามองธนบัตรในมือ “แค่นี้ก็ได้เงินมาเกือบสองหมื่น”

หลอกเสี่ยหน้าโง่แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบนะขนม แต่จะหลอกล่อยังไงให้เสี่ยภาคตัดสินใจเรื่องของฉันสักทีนะ เกิดลีลามากๆ ฉันเบนความสนใจไปหาเสี่ยกัลป์ ก็อย่ามานึกเสียใจทีหลังก็แล้วกัน

“ขนมเตือนแล้วนะเสี่ยภาค”

-------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป