บทที่ 4 เสือร้าย - 3 ภาระ!!
ไทเกอร์พาฉันกลับมาที่บ้านถึงแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม แต่สีหน้าของพี่เสือในตอนนี้มันบ่งบอกว่าหากยังดื้อดึงขืนอยู่ต่อได้มีเรื่องแน่ ๆ
“รอให้เฮียใจเย็นกว่านี้ก่อน อย่าเพิ่งไปวุ่นวาย” ครั้งนี้ไทเกอร์ออกคำสั่ง
“อือ จะพยายาม”
“อย่าทำให้มันแย่ไปกว่านี้นะใจ๋ ถือว่าขอ” ฉันพยักหน้าตอบ รู้ว่าไทเกอร์ก็พยายามจะช่วยเต็มที่แล้ว
ตอนนี้ภายในใจมันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าฉันยินดีในสิ่งที่ตัวเองเลือก มันเป็นความโลภของฉันเองที่อยากจะรั้งพี่เสือเอาไว้ด้วยวิธีนี้ ถึงเขาจะไม่เต็มใจก็ตาม
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเบอร์ของจ๋าย ฉันมองหน้าจอครู่หนึ่งก่อนจะกดรับ
“ว่าไงจ๋าย”
(ไม่เห็นโทรมาหากันบ้างเลยนะช่วงนี้ ใจ๋เรียนหนักเหรอ)
“อื้อ”
(มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า)
“เปล่า”
(เราเป็นแฝดกันนะใจ๋ อย่าโกหกจ๋ายสิ)
ต่อให้พี่เสือชอบจ๋ายฉันก็คงโกรธน้องสาวฝาแฝดของตัวเองไม่ลงหรอก เพราะจ๋ายเป็นคนที่น่ารักและเป็นคนเดียวที่เข้าใจฉันมากที่สุด ตั้งแต่เด็กจนโตเราไม่เคยทะเลาะกันด้วยซ้ำและไม่เคยแยกกันจนกระทั่งจ๋ายตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ
“แม่ไม่ได้บอกอะไรใช่ไหม”
(มีอะไรหรือเปล่า จ๋ายยังไม่ได้คุยกับแม่เลย)
“วันนั้นไปกินข้าวที่บ้านของพี่เสือ จู่ ๆ คุณลุงก็ถามว่าใจ๋มีแฟนหรือยัง พอตอบว่ายังก็ให้เลือกว่าระหว่างพี่เสือกับไทเกอร์ ใจ๋อยากจะหมั้นกับใคร” ฉันเล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้จ๋ายฟัง ก่อนจะเว้นช่วงถอนหายใจออกมาหนัก ๆ แล้วพูดต่อ “ใจ๋เลือกพี่เสือ”
(พี่เสือว่ายังไงเหรอ คงไม่โกรธใจ๋ใช่ไหม)
“ตอนนี้แม้แต่หน้าพี่เสือก็ยังไม่อยากมองเลย ใจ๋เป็นคนอื่นในสายตาเขาไปแล้ว”
(โอเคไหมใจ๋ ร้องไห้หรือเปล่า)
“ร้องไห้ทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่ร้อง ใจ๋ผิดมากเลยใช่ไหมจ๋าย รู้ใช่ไหมว่าใจ๋ชอบพี่เสือมาก ๆ”
(อื้อรู้สิ ใจ๋บอกจ๋ายตลอด ชมพี่เสือให้ฟังก็บ่อย)
“ใจ๋เสียใจ แต่ถ้าต้องเลือกอีกคำตอบของใจ๋ก็ยังเป็นพี่เสือ”
(น่ารักแบบใจ๋สักวันพี่เสือต้องใจอ่อนแน่ ๆ เลย)
“แม่ก็พูดแบบนี้ แต่ไม่ใช่หรอก ใจ๋จีบพี่เสือมาตั้งนานไม่เห็นจะใจอ่อนเลย ตอนนี้เกลียดหน้าใจ๋ไปแล้วด้วย”
(ไม่เอาคุยกับจ๋ายอย่าเศร้าสิ เสียใจนะที่ไปกอดปลอบใจ๋ไม่ได้)
“น่ารักกับใจ๋อีกแล้วนะ อยากกอดจ๋ายจัง”
พอได้คุยกับจ๋ายก็ทำให้สบายได้เยอะขึ้น มันเหมือนเราคือความสบายใจของกันและกัน
#ตกดึก
ขณะที่ฉันกำลังจะเข้านอน เช็กโทรศัพท์เพื่อดูว่าพี่เสือได้ตอบข้อความมาหรือเปล่า พอไม่มีก็กลับมาโหมดเศร้าอีกครั้ง ก่อนจะเห็นข้อความของยี่หวาส่งมา ยี่หวาเป็นเพื่อนของฉัน ในกลุ่มจะมี ฉัน ไทเกอร์ โอดินและยี่หวา เราเรียนด้วยกันตั้งแต่สมัยมอต้นนู่นแล้ว จึงสนิทกันมาก ๆ
ยี่หวา: พี่เสืออยู่คลับ ตอนนี้มีชะนีมาเกาะแกะด้วย
นี่คือสายรายงานของกลุ่ม เพราะยี่ชอบไปเที่ยวบ่อย ๆ เวลาเห็นพี่เสือก็จะแชตมาบอกตลอด
เห็นว่ากลับมาที่บ้านแท้ ๆ ทำไมถึงไปโผล่ที่คลับได้นะ
ฉัน: อื้อ
ยี่หวา: ไม่ตามมาเหรอ?
ฉัน: พี่เสือโกรธอยู่
ยี่หวา: แกเนี่ยนะถูกพี่เสือโกรธ
ไม่แปลกหรอกที่ยี่หวาจะแปลกใจเพราะพี่เสือไม่เคยโกรธอะไรฉันแบบจริง ๆ จัง ๆ สักครั้ง แต่ครั้งนี้สิมันเกินกว่าคำว่าโกรธไปไกลแล้ว
ฉัน: ดูให้หน่อยว่าพี่เสือสนใจผู้หญิงคนไหนหรือเปล่า
ยี่หวา: มาดูด้วยตัวเองค่ะไม่รับฝาก
ฉันเม้มปากแน่นเพิ่งโดนดุไปนี่เองถ้าโผล่ไปเจอตอนนี้จะมีเรื่องไหมนะ หรือตอนพี่เสือเมาจะคุยง่ายขึ้น
คิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแต่งตัวเพื่อจะออกไปข้างนอก อย่างที่บอกว่าพ่อกับแม่ไม่ว่าเรื่องเที่ยว ขอแค่อย่าทำให้ตัวเองเสียหายห้ามมีเรื่อง ถึงพ่อจะเป็นคนเข้มงวดแต่ก็ไม่เคยห้ามเรื่องไปเที่ยวกลางคืนสักครั้ง
#คลับ
เวลาตีหนึ่งฉันมาถึงที่คลับโดยขับรถมาเอง ยี่หวาเดินออกมารับที่หน้าประตูแล้วพาไปที่โต๊ะ วันนี้คนค่อนข้างแน่นจนรู้สึกอึดอัด
โต๊ะของพี่เสืออยู่ในระยะที่สายตามองเห็น ภายในโต๊ะจะมี พี่เสือ พี่โซ่พี่เซนและพี่ปืน พวกเขาเป็นกลุ่มชายล้วนที่จัดว่าหน้าดาดีระดับฮ็อตเลยแหละ ถ้าผู้ชายกลุ่มนี้รวมตัวกันใครเดินผ่านเป็นต้องมอง เพราะหน้าตาดีขนาดนี้ไงฉันถึงได้หวง… แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากมาแอบดู
ยี่หวามาดื่มกับเพื่อนอีกกลุ่มแต่พอฉันมาเธอก็ย้ายมาเปิดโต๊ะใหม่เพราะไม่อยากให้ฉันนั่งคนเดียว
“นึกว่ามากับโอดินซะอีก”
“โอ้ยย แกคิดว่าจะชวนมาได้เหรอป่านนี้สวดมนต์นอนไปแล้วมั้ง” ที่ยี่หวาบอกแบบนี้ก็เพราะดินเป็นคนชอบเข้าวัดทำบุญ พูดง่าย ๆ คือนิสัยเหมือนพระ
กลุ่มเรามีสี่คน บุคลิกแต่ละคนดูไม่น่าเข้ากันได้เลยโดยเฉพาะโอดิน แต่เราก็สนิทกันสุด ๆ
“ดื่มไหม”
“ขับรถมาน่ะสิ”
“นี่แกก็แกล้งเมาให้พี่เสือไปส่งไง”
“สถานการณ์ตอนนี้ฉันคิดว่าไม่ควรทำแบบนั้นนะ”
“แต่มาทั้งทีฉันอยากให้แกดื่มด้วย เอางี้เดี๋ยวไปนอนบ้านฉันไหม ทิ้งรถไว้นี่ พรุ่งนี้ค่อยมาเอา”
“จะให้ดื่มด้วยให้ได้เลยเหรอ”
“ฉันดื่มคนเดียวก็แปลก ๆ ไหมล่ะ”
ฉันพยักหน้ารับคำจากยี่หวา ก่อนจะสอดส่องสายตามองไปยังกลุ่มพี่เสือ ผู้หญิงที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ เอาแต่มองพวกเขา แค่เห็นก็รู้ว่าเธอเหล่านั้นกำลังอ่อยทางสายตา ถึงจะไม่ชอบแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ขณะกำลังดื่มฉันเห็นพี่เสือเดินแยกตัวออกไปจากกลุ่มเพื่อนจึงรีบหันมาบอกยี่หวาว่าจะไปเข้าห้องน้ำแล้วรีบเดินตาม
“อ่ะ!!” เพราะมัวแต่มองแผ่นหลังของพี่เสือเพราะกลัวจะเดินตามไม่ทันบวกกับคนที่คลับแน่นมาก ๆ ไม่รู้ว่าจู่ ๆ ใครมารั้งแขนไว้
“คนสวยมาดื่มกับพี่สักแก้วก่อนได้ไหม” ตัวของฉันถูกดึงให้มาอยู่ที่โต๊ะของกลุ่มผู้ชายที่ไม่รู้จัก
“มะ... ไม่ดีกว่าค่ะ ขอตัวนะคะ” ถึงแม้จะปฏิเสธแล้วแต่เจ้าของฝ่ามือใหญ่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อย
“คนสวยอย่าเล่นตัวให้มากสิครับ นี่แก้วรีบดื่มเร็ว” ฉันรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เริ่มไม่ปลอดภัย
ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อก็รู้สึกถึงแรงกระชากจากแขนอีกข้าง ตัวฉันเซไปตามแรงดึงจนหลุดออกมาจากกลุ่มพวกผู้ชายไม่คุ้นหน้า
เมื่อหันกลับมามองว่าใครเป็นคนมาช่วยหัวใจดวงน้อยก็เต้นรัวจนแทบจะออกจากอก เพราะไม่คิดว่าจะเป็น… พี่เสือ
“คือ… ใจ๋…” พี่เสือไม่รอให้ฉันพูดอะไร เขาตวาดกลับมา ถึงแม้เสียงเพลงจะดังแค่ไหนแต่เสียงตวาดของพี่เสือนั้นดังกว่าหลายเท่าจนคนที่ยืนดื่มอยู่บริเวณนั้นหันมามองเราสองคน“ถ้าดูแลตัวเองไม่ได้ก็อย่าออกมาเที่ยวให้เป็นภาระคนอื่น”
สายตาคมจ้องหน้าฉันเขม็งก่อนจะลากตัวออกมาจากคลับ
“พะ... พี่เสือช้าหน่อยได้ไหม ใจ๋ ตะ... ตามไม่ทัน” เพราะอีกคนเดินเร็วกว่าทำให้ฉันที่ถูกลากตามไม่ทันและจะล้มอยู่หลายครั้ง
ทว่าพูดไปก็ไร้การตอบกลับจากคนตัวสูง พี่เสือพาฉันออกมาด้านนอก และพาไปยังลานจอดรถ เสียงเพลงที่เคยดังกระหึ่มเมื่อครู่ตอนนี้มีเพียงความเงียบ
“ฉันรู้ว่าเธอมาที่นี่ทำไม กลับไปซะ”
“จะ... ใจ๋อยากคุย พี่เสือกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมคะ”
“ถ้าอยากให้เป็นเหมือนเดิมก็ไปยกเลิกงานหมั้น” พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกแล้ว
“พะ... พี่เสือก็รู้ใจ๋ทำไม่ได้”
“เออรู้!! นี่ไงผลจากสิ่งที่เธอเลือก”
“คะ... คุยกันอีกครั้งได้ไหมคะ ยะ... อย่าหงุดหงิดใส่ได้ไหม จะ... ใจ๋กลัว”
ฉันก้มหน้าบอกตัวสั่น มันกลัวจริง ๆ แต่ก็อยากคุย ไม่รู้ว่าต้องคุยยังไงรู้แค่ว่าไม่อยากให้เราเป็นแบบนี้ การเป็นคนอื่นในสายตาของคนที่ตัวเองชอบมันเจ็บนะ
“เอาสิถ้าอยากคุย… ก็ขึ้นห้องกับฉัน” คนตัวสูงก้มหน้าลงมาใกล้ ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งออกมาผ่านลมหายใจร้อนผ่าว
“…” ฉันทำได้เพียงนิ่งเงียบหัวใจเต้นรัว ๆ
“กล้ารึเปล่า?”
“มะ... หมายถึงห้องที่คอนโดพี่เสือเหรอคะ”
“อืม”
“ถ้าใจ๋ขึ้นไปด้วย… พี่เสือจะยอมคุยใช่ไหม”
