บทที่ 6 เสือร้าย - 5 รอเพื่ออะไร

#อาทิตย์ต่อมา 

ฉันไปเรียนได้แล้วหลังจากที่หยุดเกือบอาทิตย์ พอได้อยู่กับเพื่อนก็ทำให้อาการซึมน้อยลงแต่พออยู่คนเดียวก็เป็นเหมือนเดิม 

ได้แต่คิดถึงอดีตที่เคยมีความสุข…

“พี่เสือใจ๋ขอขี่หลังหน่อย”

“โตขนาดนี้แล้วยังจะขอขี่หลังเป็นเด็ก”

“เร็ว ๆ สิ” 

“เด็กดื้อ” 

ฉันกระโดดขึ้นหลังของพี่เสือ ถึงแม้จะถูกบ่นแต่ก็ยอมย่อตัวเพื่อรับฉันไว้ไม่ให้ตก จำได้ตราตรึงในหัวใจเลยว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ฉันเริ่มรู้ว่าตัวเองชอบพี่เสือเข้าให้แล้ว

แต่ในตอนนี้แม้แต่หน้ายังแทบไม่ได้เจอกัน พูดคุยสักคำก็ไม่มี ฉันส่งแชตไปทุกวันแต่พี่เสือไม่เคยเปิดอ่านเลย 

ไทเกอร์บอกให้ฉันรอ จนมาถึงตอนนี้เริ่มคิดแล้วว่าจะต้องรอไปอีกนานเท่าไร การที่จะตัดใครสักคนออกจากชีวิตสำหรับพี่เสือมันทำง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ

“คุณหนูคะคุณท่านเรียกพบค่ะ”

“ค่ะ” 

ฉันที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะมาพบคุณพ่อตามคำสั่งที่ห้องทำงาน 

“พ่อเรียกใจ๋มามีอะไรหรือเปล่าคะ”

“พรุ่งนี้ลูกว่างหรือเปล่า”

“ใจ๋มีนัดกับยี่หวาค่ะ ทำไมเหรอคะ” พรุ่งนี้ฉันนัดไปดูหนังกับยี่หวาที่ห้าง 

“ยกเลิกนัดกับเพื่อนไปก่อน”

“คะ? พ่อจะพาใจ๋ไปไหน” 

“พรุ่งนี้ลูกต้องไปลองชุดที่จะใส่งานหมั้นกับเสือ”

“ดะ... ได้วันแล้วเหรอคะ” ฉันกำมือแน่น พอพ่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมามันก็รู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก 

“อืม ฤกษ์เดือนหน้า”

“ระ... เร็วจังเลยค่ะ”

“พรุ่งนี้เสือจะไปรอลูกที่ร้าน”

“พี่เสือรับปากกับพ่อเหรอคะ”

“อืม พ่ออยากให้มารับลูกที่บ้านแต่เห็นว่ามีงานที่มหาวิทยาลัยต้องเคลียร์ก่อน ก็เลยให้ลูกไปรอที่ร้าน”

“อ๋อค่ะ” 

ฉันพยักหน้าตอบพลางเม้มปากแน่น คงไม่มีงานอะไรมากหรอกพี่เสือแค่อ้างก็เท่านั้น เหตุผลก็มีแค่ข้อเดียวคือหลบหน้าฉัน 

#วันต่อมา

เมื่อคืนมัวแต่คิดว่าวันนี้จะได้เจอพี่เสือมันทำให้นอนแทบไม่หลับ เพราะกังวลกลัวทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง หรือควรจะเงียบไม่พูดไม่จาแค่ลองชุดให้เสร็จก็แยกย้าย ฉันคิดมากจริง ๆ

คนขับรถที่บ้านมาส่งที่ร้านลองชุด พนักงานของร้านออกมาต้อนรับอย่างเป็นมิตร พ่อคงจะจัดการให้แล้วเพราะมาถึงไม่ได้พูดอะไรพวกพี่ๆ  พนักงานต่างก็หยิบชุดมาให้ดูว่าชอบแบบไหน 

“ชุดนี้ก็ดูเหมาะกับน้องใจ๋นะคะ”

“เดี๋ยวใจ๋รอเลือกพร้อมพี่เสือดีกว่าค่ะ”

ฉันยิ้มให้พนักงานอย่างเขินอาย การมาเลือกชุดคนเดียวมันค่อนข้างแปลก ๆ ใช่ไหม รอพี่เสือมาเลือกพร้อมกันดีกว่า 

 ผ่านไปสองชั่วโมง ฉันนั่งรอพี่เสืออยู่ที่เดิมพลางเล่นโทรศัพท์แก้เบื่อ พร้อมกับชะเง้อมองที่หน้าประตูร้านเป็นระยะ ๆ เพื่อแอบมองว่าคนที่รอมาถึงหรือยัง 

สี่ชั่วโมงผ่านไป จนถึงตอนนี้พี่เสือก็ยังไม่มาที่ร้าน พนักงานเดินมาถามแล้วว่าอยากจะลองชุดก่อนไหม แต่ฉันก็ยังบอกว่าจะรอ 

ฉัน: พี่เสือออกมาที่ร้านหรือยังคะ ใจ๋รออยู่ 

ฉัน: รับปากคุณพ่อว่าจะมาแล้วไม่มาเหรอคะ 

ฉัน: แค่เจอหน้าใจ๋ก็ไม่ได้เลยเหรอ

ฉัน: ใจ๋จะรอเลือกชุดพร้อมพี่เสือนะคะ 

ฉันพิมพ์ข้อความส่งไปบอกถึงแม้เจ้าของห้องแชตจะไม่เคยอ่านข้อความเลยก็ตาม ตอนนี้ฉันเริ่มคิดแล้วว่าคนที่กำลังรออยู่อาจจะไม่มา พี่เสือคงแค่รับปากพ่อเพื่อปัด ๆ ไปก่อนแต่ไม่ได้ตั้งใจจะมาจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอยากรอ 

“น้องใจ๋คะร้านใกล้จะปิดแล้ว”

“อะ... อ๋อค่ะ งะ... งั้นเดี๋ยวใจ๋นัดวันมาดูชุดใหม่อีกครั้งนะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้พี่เอาชุดไปให้ลองที่บ้านดีไหมคะ”

“… แบบนั้นก็ได้ค่ะ”

ฉันยิ้มให้กับพนักงาน เธอคงสงสัยว่าว่าที่คู่หมั้นของฉันหายไปไหนทำไมทิ้งให้รอตั้งหลายชั่วโมงแบบนี้ 

มันน่าอายจริง ๆ อยากจะร้องไห้แต่คนเยอะ วันนี้ฉันรู้สึกเจ็บปวดกว่าเดิมอีกแล้ว 

เมื่อกำลังจะเดินออกจากร้านก็เห็นคนตัวสูงที่ฉันรอมาทั้งวันเปิดประตูร้านแล้วเดินเข้ามา สายตาคมจ้องมองฉันอย่างไร้ความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้รอหลายชั่วโมง 

“ทะ... ทำไมถึงมาเอาป่านนี้ละคะ ใจ๋รอตั้งหลายชั่วโมงรู้ไหม” 

“ใครขอให้รอ”

“แต่นี่มัน… งานหมั้นของเรานะ” 

“เธอก็แค่เลือกส่วนของตัวเองไป เกี่ยวอะไรกับฉัน”

“จะ... ใจ๋อยากให้พี่เสือช่วยเลือกนี่คะ” 

“จำเป็นต้องทำแบบนั้น?”

“ใจร้ายกับใจ๋เกินไปไหมคะ” รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่เต็มใจแต่ฉันนี่สิ ชอบพูดชวนให้อีกฝ่ายหงุดหงิดอยู่เรื่อย อยากให้เขาเข้าใจว่าตัวฉันเองถึงแม้จะรู้สึกดีมากแค่ไหนที่เราจะได้หมั้นกันแต่มันก็ไม่มีความสุขเลย หากสามารถยกเลิกได้คงทำไปแล้ว วันนั้นเป็นฉันเองที่คิดน้อยไปแต่มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว 

“ใจร้าย? หึ!! ฉันร้ายได้มากกว่านี้อีกถ้าเธอยังอยากจะไปต่อ” 

หมับ!! จู่ ๆ พี่เสือก็กระชากแขนฉันอย่างแรง ก่อนจะถามพนักงาน 

“ห้องลองชุดอยู่ไหนครับ ผมจะพาว่าที่คู่หมั้นเข้าไปลอง… ชุดสักหน่อย” 

“พะ... พี่เสือ”

“รอฉันมาเลือกชุดให้ไม่ใช่หรือไง”

“…”

“แต่คงเหนื่อยหน่อยนะ… เพราะต้องถอดเปลี่ยนหลายครั้งเลยกว่าฉันจะถูกใจ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป