บทที่ 9 เสือร้าย - 8 ขอได้ไหม

บรรยากาศถูกความเงียบปกคลุม แม้แต่พี่โซ่ที่เป็นเพื่อนกับพี่เสือก็ไม่กล้าพูดอะไร ฉันและพี่เสือต่างจ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งพี่ฉลามและเพื่อนคนอื่น ๆ เดินเข้ามา 

“ใจ๋ทำไมมาที่นี่” พี่ฉลามถามฉันพร้อมขมวดคิ้วแปลกใจ 

“พี่เสือจะไปส่งที่บ้านค่ะ”

“โดนบังคับไม่ได้เต็มใจ” คนที่ถูกเอ่ยชื่อรับแก้ตัว 

“ไอ้เสือ” พี่ฉลามเรียกชื่อพี่เสือเสียงเข้ม แต่เขาไม่ได้สนใจหรอก เพราะไม่ชอบฉันไปแล้วนี่ 

“คุณพ่อถามหาพี่ฉลามด้วยนะคะ ว่าง ๆ คงไปเยี่ยมคุณลุง บ่นว่าอยากตีกอล์ฟด้วย” พ่อของฉันและพ่อของพี่ฉลามเป็นพี่น้องกัน ไม่แปลกที่เราทั้งสองบ้านจะมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันบ่อย ๆ 

“จะกลับก็ตามมา มัวแต่พูดมากอยู่ได้” เสียงหงุดหงิดของพี่เสือเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินนำออกไปไม่รอฉันเลย 

“ใจ๋ พี่ขอเตือนนะว่าไอ้เสือมันร้ายกว่าที่คิด ระวังตัวหน่อยก็ดี” พอพี่เสือเดินออกไปพี่ฉลามก็พูดขึ้นทันที

“ใจ๋รู้ค่ะ เห็นกันมาตั้งแต่เด็กทำไมจะไม่รู้” 

“ใจ๋รู้ในสถานะน้องคนสนิท แต่พี่รู้ในสถานะเพื่อน พี่รู้นิสัยมันดีกว่าเชื่อสิ” 

“…” ฉันเม้มปากแน่น จะบอกว่ารู้จักพี่เสือดีมันก็ใช่แต่ในมุมที่ดี เขาเป็นพี่ชายที่ดูแลฉันดีคนหนึ่ง แต่ก็อย่างที่พี่ฉลามว่า ความร้ายกาจของพี่เสือไม่ธรรมดาแน่ ๆ 

“จะหมั้นกับมันเมื่อไร”

“เดือนหน้าค่ะ” 

“เตรียมตัวไว้เลยใจ๋ มันร้ายกว่านี้อีกแน่ ๆ”

ฉันกลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้ฟังคำเตือนจากพี่ฉลาม ก่อนจะเดินออกมาด้านนอกขึ้นรถของพี่เสือที่จอดรออยู่ 

“ชักช้า” เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วก็พ่นคำสบถออกมาทันควัน

ฉันไม่ได้ตอบโต้อะไรปิดปากเงียบเพราะรู้ว่าถ้าพูดมันจะไม่จบแน่ ๆ และคงเจ็บกับคำพูดของพี่เสืออีก 

รถหรูเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยไร้เสียงสนทนาจากคนขับและคนที่นั่งข้าง ๆ กินเวลานานจนกระทั่งมาถึงที่บ้าน 

“เดินไปเองแล้วกัน” พี่เสือจอดรถที่บ้านของตัวเองแล้วหันมาบอกฉัน 

“ค่ะ” ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะบ้านฉันก็อยู่แค่นี้เอง 

พอลงจากรถก็เห็นคุณแม่ของพี่เสือพอดี ท่านยิ้มให้ฉันอย่างเอ็นดูพร้อมกับเดินมาหา 

“น้องใจ๋ลูก มากินข้าวด้วยกันสิ” 

“น้องกินมาแล้วครับ คงกินกับเราไม่ได้” ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบพี่เสือก็เอ่ยแทรกขึ้น เจตนาคือไม่อยากให้ฉันมากินข้าวที่บ้าน 

“แม่อุตส่าห์จะทำของโปรดให้”

“ใจ๋กินด้วยก็ได้ค่ะ”

พอตอบตกลงก็ถูกพี่เสือจ้องเขม็งทันที เขาแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาก่อนจะเดินเข้าบ้าน 

ส่วนฉันก็เดินกลับบ้านมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปกินข้าวที่บ้านพี่เสือ วันนี้พ่อกับแม่มีประชุมที่บริษัทรวมทั้งพ่อของพี่เสือด้วย คงจะกลับดึก ๆ เลย 

บนโต๊ะอาหาร มีไทเกอร์ คุณแม่ และพี่เสือที่นั่งทำหน้าไม่เต็มใจอยู่ 

“ฤกษ์หมั้นเดือนหน้านะเสือ”

“บอกผมทำไมครับ”

“เสือลูก ทำไมพูดแบบนั้น” 

“จ๋ายกลับมาไหม” พี่เสือเมินคำพูดของแม่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามกับฉัน ทำให้สตันท์ไปครู่หนึ่งเพราะไม่ได้เตรียมรับมือกับคำถามนั้น

“ใจ๋จะหมั้นทั้งที จ๋ายต้องกลับมายินดีอยู่แล้วสิคะ” ฉันตอบพลางก้มหน้าลงเขี่ยข้าวในจาน มันแทบกลืนอะไรไม่ลงคอเลยตอนนี้ 

“จริงสิไม่ได้เจอน้องจ๋ายตั้งสองปี ตั้งแต่ไปเรียนที่นู่น คงสวยเหมือนน้องใจ๋แน่ ๆ เลย” แม่ของพี่เสือท่านเอ็นดูฉันกับจ๋ายเหมือนลูกแท้ ๆ 

“เหมือนแค่หน้าตา” พี่เสือพูดเบา ๆ แต่ฉันได้ยิน ตอนนี้ไม่สามารถกินข้าวต่อได้แล้วจริง ๆ จึงวางช้อนลง 

“ใจ๋อิ่มแล้วค่ะ”

“อ้าวอะไรกันเพิ่งกินไปนิดเดียวเองนะลูก”

“ลดหุ่นน่ะค่ะ ใจ๋อยากใส่ชุดหมั้นสวย ๆ”

“ลดอะไรอีกใจ๋ นี่มันผอมเกินไปแล้ว” ไทเกอร์เอ่ยขึ้น แถมยังทำตาดุ 

“วันนี้ผมไม่นอนบ้านนะครับ” พี่เสือบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืน แล้วพูดต่อ “ไปนอนคอนโด”

“เสือ ถ้าพ่อรู้จะโดนดุเอานะ” แม่ของพี่เสือแสดงสีหน้ากังวลออกมา แล้วพูดต่อ “แม่รู้นะว่าเสือจะไปนอนคอนโดทำไม จะหมั้นกับน้องอยู่แล้วแม่ขอได้ไหมลูก” 

“อยากให้หมั้นก็ยอมให้แล้ว จะอะไรกับผมนัก” 

“เสือควรซื่อสัตย์กับน้องนะลูก”

“ให้ซื่อสัตย์? ถ้าอย่างนั้นผมขออะไรหน่อยได้ไหมครับ” 

“ขออะไรลูก” 

“ให้จ๋ายมาหมั้นแทนได้ไหมล่ะครับ ถ้าเป็นจ๋ายผมรับปากว่าจะซื่อสัตย์” 

“พี่เสือ!!”

“เฮีย!!” 

ทั้งฉันและไทเกอร์เปล่งเสียงออกมาพร้อมกัน ไม่มีใครคาดคิดหรอก ว่าพี่เสือจะกล้าพูดแบบนี้ออกมา เขาจงใจพูดให้ฉันเจ็บ และมันก็ได้ผล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป