บทที่ 2 เริ่มแผนร้าย

ตอนที่ 2 

เริ่มแผนร้าย

@กรุงเทพ

  ดอกลิลลี่สีขาวช่อโตถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะทำงาน โดยมีการ์ดน่ารักๆแปะไว้บนนั้น ขอบฟ้ามองด้วยรอยยิ้มทุกๆวันเขาจะได้รับดอกไม้ช่อโตจากผู้ไม่ประสงค์เอ่ยนาม

"Have a nice day"  "ขอให้มีวันที่ดี"

ใครกันนะ..ขอบฟ้าได้แต่เพียงอ่านข้อความลายมือหวัดๆนี้มาเกือบทั้งสัปดาห์แล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าใครคือเจ้าของดอกไม้ช่อสวย มันน่าจะไปอยู่ในมือของผู้หญิงรูปร่างบอบบางหน้าตาน่ารักมากกว่าผู้ชายรูปร่างสูงเพรียว ถึงแม้จะหล่อในอันดับต้นๆของวงการก็เถอะ แต่นี่มันไม่ใช่ทางของเขาที่จะหอบดอกไม้ช่อโตกลับคอนโดทุกวัน จนยามและพนักงานที่นั่นแซวเขากันยกใหญ่

ลายเซ็นน่ารักตรงมุมการ์ดพร้อมกับรูปดาว อยากรู้จังว่าใครกันคือเจ้าของดอกไม้ช่อนี้...

"คนของร้านดอกไม้มาส่งอีกแล้วพี่ก็เลยวางไว้ที่โต๊ะ ไปแอบทำเจ้าชู้กับใครมาหรือเปล่าถึงได้ตามส่งทั้งเช้าทั้งเย็น" วาฬ สาวงามประเภทสองซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของขอบฟ้าเดินเข้ามาทักชายหนุ่มรุ่นน้อง

“ผมก็ยังงงอยู่เลยครับพี่วาฬ ไม่รู้เหมือนกันทำไมเจ้าของดอกไม้ถึงไม่แสดงตัวสักที ชักอยากจะเห็นหน้าซะแล้วสิ” ต้องร่ำรวยสักแค่ไหนที่ทำแบบนี้ได้ ดอกไม้ที่สั่งตรงจากต่างประเทศช่อโต ที่สำคัญส่งให้ทุกเช้าทุกเย็นและทุกๆวันอีกด้วย ยังไม่พอยังมีของกำนัลราคาแพงลิ่วส่งมาพร้อมช่อดอกลิลลี่ให้ด้วยทุกครั้ง 

“ต้องรวยมากแน่ๆเลย”

“แต่ถ้ามาแบบลึกลับ ผมก็ไม่เอานะครับ”

ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ชอบอะไรแบบนี้ ถึงแม้จะยังไม่มีคนรัก และยังไม่เปิดใจรับใครเข้ามาในหัวใจดวงน้อยก็เถอะ แต่เขาก็ระวังตัวอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะว่ายังไม่พร้อมที่จะมีใครเข้ามาในชีวิต มีอะไรอีกหลายอย่างที่เขาอยากจะทำ เขาต้องการที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวและต้องดูแลน้องที่กำลังเรียนอยู่ คนโปรด คือน้องชายคนเดียวและเป็นเพียงคนในครอบครัวคนเดียวที่เขาต้องดูแลและปกป้อง อยากให้ตัวเองและน้องมีทุกอย่างให้พร้อมก่อน และที่สำคัญขอบฟ้ารู้ดีว่าชื่อเสียงในวงการคงอยู่ได้ไม่นาน พอแก่ตัวลงก็จะมีเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่เสมอ

พรุ่งนี้จะต้องไปงานโชว์ตัวที่ปากช่องทำให้ผู้จัดการส่วนตัวและดาราชื่อดังต้องอยู่ทำงานดึก เตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับงานหรูในคืนพรุ่งนี้ เพราะสถานที่จัดงานอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ จะได้ไม่เสียเวลาวิ่งจัดหาใหม่ให้วุ่นวาย 

“ว่าแต่พี่รู้หรือยังครับว่าใครเป็นเจ้าของงาน”

“ไม่แน่ใจนะเขาติดต่อมาทางโมเดลลิ่งพี่หญิง”

พี่หญิง โมเดลลิ่งที่ใครก็รู้ว่ามีชื่อเสียงมากแค่ไหนและเชื่อถือได้ ขอบฟ้าและวาฬจึงไม่เซ้าซี้เพราะยังไงงานชิ้นนี้ถือว่าเงินดีมากทีเดียว แค่เพียงไปโชว์ตัวเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เงินแปดหลักใครบ้างจะไม่รับ 

ชายหนุ่มรู้แต่เพียงว่าคนจ้างงานเป็นคนไทยเป็นชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จและขึ้นชื่อว่าร่ำรวยที่สุดในตอนนี้ มีธุรกิจมากมายอยู่ที่ต่างแดน และงานชิ้นนี้ก็เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็น "ขอบฟ้า" ดาราชื่อดังเบอร์หนึ่งคนเดียวเท่านั้น 

“รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ..พรุ่งนี้จะได้หน้าตาสดชื่น” 

วาฬหันไปบอกน้องรัก ขอบฟ้าเป็นเด็กดีเสมอในสายตาของเขา ชายหนุ่มเข้าวงการเลี้ยงตัวเองและน้องมาตั้งแต่เด็ก จนมาถึงจุดสูงสุดของชีวิตทำให้ขอบฟ้าต้องออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันเพื่อจะได้มารับงานเต็มตัว 

ชายหนุ่มมีความทะเยอทะยานสูงและมีความตั้งใจจริงที่จะมีชื่อเสียงโด่งดัง เหตุผลเพียงแค่ต้องการมีเงินไว้ให้มากที่สุดให้มีพร้อมทุกอย่างสำหรับตัวเองและน้องชาย ต้องปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนเติบโตเป็นหนุ่มหล่อที่ยากจะมีใครเทียบเคียง 

ขอบฟ้าเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงและไม่ค่อยยอมใคร อาจเพราะเคยลำบากมาก่อนและต้องดิ้นรนมาด้วยตัวเองทุกอย่าง ทำให้ชายหนุ่มโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง ใครจะรู้ว่าเด็กต่างจังหวัดอย่างขอบฟ้าจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ได้ เขาภูมิใจในตัวของเด็กคนนี้มาก เพราะถึงแม้จะโด่งดังแค่ไหน แต่ขอบฟ้าก็ไม่เคยลืมกำพืดของตัวเอง ยังคงเสมอต้นเสมอปลายกับทีมงานทุกคน รวมถึงพนักงานของโมเดลลิ่งของตนต่างก็รักชายหนุ่มมากเช่นเดียวกัน 

รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคอนโดสูงระฟ้า ร่างหนาค่อยๆก้าวลงมาจากรถยนต์ โดยมีบอดีการ์ดร่างสูงล่ำ หน้าตาหล่อเหลาไม่น้อยกว่าผู้เป็นนายคอยเปิดประตูให้ เพียงแค่ชายหนุ่มซึ่งจัดว่าอยู่ในจำพวกคนหล่อที่ไม่เผื่อแผ่ใคร เดินไปที่ไหนๆ ก็มีแต่คนเหลียวมองกลับหลัง ไม่ว่าจะอยู่ในชุดอะไรก็หล่อมากจนหาตัวจับยากหรือเรียกว่าดาวเหนือหล่อขั้นเทพเลยก็ว่าได้ 

ชายหนุ่มได้ก้าวลงจากรถเดินตรงมาหน้าตึก ทั้งสายตาและท่วงท่าของคนที่เห็นต่างก็ออกอาการยั่วยวนกันอย่างสุดฤทธิ์มีให้ชายหนุ่มได้เห็นตลอดทางเดิน สาวๆทุกคนต่างทิ้งสายตาส่งมาทางดาวเหนือกันระนาว อีกทั้งส่งเสียงกรี๊ดกราดจนแสบแก้วหูนั้นอีก เสียงดังราวกับดูคอนเสิร์ตระดับโลกยังไงยังงั้น

ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่านต่างเรียกสายตาไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายประเภทสอง ต่างก็มองกันตามตาละห้อย ไม่เว้นแม้แต่ยามที่ยืนเฝ้าประตู แค่เห็นท่าตะเบ๊ะแล้วก็ทำให้เรวินทร์กลั้นขำแทบไม่อยู่ แต่ก็พยายามเก็บอาการไว้ไม่ให้หลุดออกมา

ส่วนสาวสวยที่ดูแลคอนโดยืนส่งยิ้มพร้อมทำท่าทีเอียงอาย ยามสบประสานสายตากับคนตัวโตที่ยืนทำหน้านิ่ง เมื่อสังเกตเห็นว่าสายตาพวกเจ้าหล่อนเลื่อนมองต่ำลงมา จนดาวเหนือรู้สึกห่วงอธิปไตยส่วนล่างของตัวเอง พวกหล่อนจ้องเอาจ้องเอาเล็งแต่ตรงเป้าทรงเสน่ห์ที่พ่อของเขาให้มาเต็มๆตั้งแต่เกิดด้วยประกายตาวาววับ คงจะเป็นประเภทกับกลุ่มคนเมื่อกี้ที่แทบจะทึ้งกินเขาทั้งตัว คงไม่ยากหากจะปล่อยให้เรวินทร์จัดการเจ้าหล่อน

ร่างหนาเดินเข้าไปชิดเคาน์เตอร์ ยิ่งทำให้ประชาสัมพันธ์สาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นใจเต้นระส่ำ นิ้วแกร่งเคาะไปบนเคาน์เตอร์เบาๆยกมือขึ้นถอดแว่นตาหรูจากดวงหน้าหล่อ เปิดให้เห็นแววตาคมคู่สวยจนทุกคนที่มองมาต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึง

ถึงแม้ว่าดาวเหนือจะยังคงทำหน้านิ่ง แต่แววตากรุ้มกริ่มบนใบหน้าหล่อนั้นก็ทำเอาสาวๆใจละลาย รู้สึกร้อนๆหนาวๆวูบวาบไปทั่วสรรพางค์กาย ต่างก็อยากจะลองลิ้มรสรักกับหนุ่มรูปงามตรงหน้า

“เอ่อ..ขอโทษนะครับ ผมจะขออนุญาตขึ้นไปบนห้องของคุณขอบฟ้าได้หรือไม่ครับ ไม่ทราบว่าเขาอยู่ห้องไหนเหรอครับ”

น้ำเสียงทุ้มสุภาพอ่อนหวานกับสาวสวยเทียมและแท้ พวกนี้ตายเพราะคำหวานหูของเขามานักต่อนัก เขาต้องงัดไม้กระล่อนและเล่ห์เหลี่ยมออกมาใช้มากกว่าจะงัดไม้แข็งออกมา สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่เขาจะมาเบ่งใส่ ไม่ใช่ที่ที่เขาจะมาวางอำนาจกับใครก็ได้ ในเมื่อเขามาอย่างไม่เปิดเผยตัวตน การไม่เป็นข่าวคือสิ่งที่เขาควรจะรักษาไว้ให้เงียบที่สุด เพราะหน้าตาของเขามีเพียงคนในวงการธุรกิจและกลุ่มมาเฟียเท่านั้นที่จะจำหน้าเขาได้ ยิ่งเขาอำพรางตัวด้วยแว่นสีดำ และพยายามไม่อยู่ในที่สาธารณะก็น่าจะปลอดภัยแล้ว ที่สำคัญไม่มีแหล่งข่าวไหนว่าเขาเดินทางออกนอกประเทศ ถึงมีเรวินทร์ก็จัดการปิดปากเงียบ เพราะเขาไม่เคยให้ใครมาสัมภาษณ์ลงสื่อต่างๆ และสิ่งที่เขาไม่ชอบมากที่สุดคือการถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัว

“ว้า...มาหาน้องขอบฟ้าหรอกเหรอคะพ่อรูปหล่อ เสียดายจัง”

“แล้วถ้าเป็นผม พวกพี่พอจะสนหรือเปล่าครับ” 

เสียงทุ้มของบอดีการ์ดสุดหล่อ พร้อมสายตาคมมองมาที่สาวสวยทั้งสามอย่างท้าทาย สายตาที่มองมาราวกับจะกลืนกินพวกเธอทั้งตัว

“พวกพี่พอจะมีหัวใจห้องที่ว่าง พอที่จะให้ผมสอดแทรกตัวเข้าไปได้บ้างไหมละครับ” 

สาวสวยที่ยังไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างหันไปมองพร้อมกับทำท่าเอียงอาย เมื่อไม่ได้นายก็เอาลูกน้องหล่อล่ำบึกคนนี้ก็ถือว่าเป็นบุญที่สุดแล้ว แค่เพียงสายตากรุ้มกริ่มของเรวินทร์ก็ทำสาวสวยสะเทิ้นอายแทบระเหิดกลายเป็นไอ

“นี่ค่ะ..คีย์การ์ดสำรองห้องน้องขอบฟ้า แต่อย่าให้พวกพี่เดือดร้อนนะคะ”

“ขอบคุณมากครับ ส่วนค่าตอบแทนคนของผมจะจ่ายให้ก้อนโตทีเดียวพร้อมกับความเสียวที่พวกพี่จะได้รับในค่ำคืนนี้”  

ดาวเหนือว่าอย่างอารมณ์ดีทีเดียวพร้อมกับสวมแว่นตาไว้เหมือนเดิม จะไม่ให้เขาอารมณ์ดีได้อย่างไรเพราะว่าเขากำลังkได้เจอหน้าคนที่เขาข้ามน้ำข้ามทะเลมาหา 

“อุ้ย!! บ้าจริง พูดอะไรน่าเกลียด” 

สาวสวยแท้และสาวเทียมอย่างก็ทำท่าเขินอายกระมิดกระเมี้ยน ก้มหน้ามองแต่ปลายเท้าของตัวเอง พอเงยหน้าขึ้นพ่อหนุ่มรูปหล่อขั้นเทพก็เดินจากไปหยุดตรงหน้าลิฟต์เสียแล้ว แต่เขายังไม่วายหันกลับมายิ้มอย่างมีเสน่ห์ น่ารักเสียจนให้เธอจินตนาการจนน้ำแทบแตก

“ว้า..ไปซะแล้ว”

 “พร้อมหรือยังครับ” เรวินทร์ยกยิ้มให้กับสาวทั้งสามที่เปลี่ยนเป้าหมายมามองที่ตนด้วยสายตาหยาดเยิ้ม

ต้องใช้เงินมากขนาดไหน เขาถึงจะได้ขึ้นมาชั้นบนสุดของตึกสูงระฟ้า ชายหนุ่มหยุดยืนหน้าห้องสุดหรูที่เป็นชั้นต้องห้ามนี้ได้ เขาไม่ควรจะรออะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้ใจของชายหนุ่มร้อนจนจะเป็นไฟแผดเผา ดาวเหนือมองหมายเลขหน้าห้องพร้อมกับคีย์การ์ดสำรองในมือที่ได้จากพนักงานสาวสวยตรงประชาสัมพันธ์ ซึ่งตอนนี้เขารู้เพียงแต่ว่า  เรวินทร์กำลังจัดการเจ้าหล่อนให้ส่งถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดอยู่ที่ไหนสักแห่ง และคงอยู่ในซอกหลีบตึกนี้เป็นแน่

จะสามต่อหนึ่งเรวินทร์ก็จัดได้ไม่มีแผ่ว...เขารู้ดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป