บทที่ 3 ล่อเหยื่อ
ตอนที่ 3
ล่อเหยื่อ
พอมาเฟียหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องหรูของนักแสดงชายชื่อดังเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ก็ต้องยอมรับว่าทึ่งและชื่นชมกับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของอีกฝ่าย เมื่อเห็นฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในที่บอกถึงรสนิยมและความเป็นตัวของตัวเองได้เป็นอย่างดี ของทุกอย่างราคาสูงลิ่ว ภายในห้องนอนตกแต่งด้วยโทนสีดำและสีขาวเป็นโซลูชันที่สร้างสรรค์ในแบบคลาสสิค มีการผสมผสานกันอย่างลงตัวดูน่าค้นหา
ของทุกชิ้นมีค่าราคาแพงถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกออกแบบมาอย่างทันสมัยและกลมกลืน ดาวเหนือเดินสำรวจภายในห้องหรูอย่างชื่นชม
"รสนิยมก็ดีนี่แต่ทำไมใจมึงแม่งโคตรดำจังวะ" ดาวเหนือกดเสียงต่ำยามคิดถึงเจ้าของห้อง
เขาได้ยินเสียงกุกกักมาทางปีกซ้าย เดาว่าฝั่งนั้นน่าจะเป็นห้องครัว และหากเดินลึกตรงไปก็น่าจะเป็นห้องนอน ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มร้าย สาวเท้ายาวก้าวไปตามที่มาของเสียง
ร่างเจ้าของห้องสูงพอๆกับเขารูปร่างดีมาก ยอมรับว่าชายหนุ่มที่ก้มๆเงยๆหยิบเครื่องปรุงทำอาหารอย่างชำนาญ มีอะไรหลายอย่างที่เขาเองก็คาดไม่ถึง รูปร่างท่าทางไม่ได้อ้อนแอ้นเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่ทว่ากลับมีรูปร่างดูดี ร่างสูงมีกล้ามเนื้อแน่นอย่างคนที่ดูแลตัวเองอยู่เสมอ ใบหน้าหล่อดูแพงมากกว่าที่คิด ท่วงท่าดูสง่าสมแล้วกับที่เป็นดาราเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ผมสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกตัดแต่งไว้ตามเทรน ผิวขาวเนียนสวยราวอิสตรี สะโพกแกร่งดูแน่นแข็งแรง คล้องคอด้วยผ้ากันเปื้อนสีเข้มช่างดูขัดกันกับบุคลิกที่ไม่น่าจะทำอาหารเป็นเลยสักนิด ไม่นึกว่าคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังท่าทางเหย่อหยิ่งจะมายืนหน้ามันวับทำอาหารอยู่ในครัว หากเป็นคนอื่นคงเข้าภัตตาคารหรูนั่งจิบไวน์เย็นๆไปแล้ว แต่ก็นะ..บุคลิกลักษณะท่าทางมันคนละเรื่องกับจิตใจที่ซ่อนอยู่ข้างใน
ดาวเหนือล้วงกระเป๋ายืนมองขอบฟ้าอยู่เงียบๆอย่างใจเย็น ร่างสูงมัวแต่ขะมักเขม้นสิ่งอยู่ตรงหน้ายังคงหยิบนั่นจับนี่อย่างชำนาญ ที่หูมีเอียร์บัดใส่ไว้ มิน่าคนนอกเข้ามายังไม่รู้ตัว ถ้าเขาเป็นโจรป่านนี้ไม่โดนฆ่าทิ้งไปแล้วหรือไง ช่างดูโง่และไม่รู้จักระวังตัวบ้างซะบ้างเลย..
...
"เฮ้ย!"
เสียงร้องด้วยความตกใจ เมื่อดวงตาของคนทั้งคู่สอดประสานสายตาเข้าอย่างจัง ขอบฟ้ามองใบหน้าคมตัวสูงหล่อล่ำยืนล้วงกระเป๋าจ้องมองเขาเขม็ง แววตาเยือกเย็นน่ากลัวก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากทรงเสน่ห์เป็นการทักทาย
"นึกว่าจะไม่ทักกันซะแล้ว" ดาวเหนือทักเจ้าของห้องพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆอย่างถือวิสาสะไม่สนใจสายตาของอีกฝ่ายที่มองมาอย่างตกใจที่เห็นชายแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในห้องพักส่วนตัว
"มึงเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง?" ขอบฟ้ารีบไปคว้ามีดมาถือไว้เป็นอาวุธ แต่อีกคนกลับยิ้มหัวเราะอย่างชอบใจไม่เกรงกลัวมีดที่อยู่ในมือเลยสักนิด
"หึ ไม่เห็นจะยากเลย" ดาวเหนือแสยะยิ้มพร้อมกับโชว์คีย์การ์ดขึ้นมา
"ไปเอามาได้ยังไง ออกไปจากห้องกูเดี๋ยวนี้เลยนะ ใครอนุญาตให้มึงเข้ามา"
"ผมก็แค่อยากมาทำความรู้จักกับคุณนักแสดงเฉยๆนะครับ" ใบหน้าหล่อยังคงยิ้มส่งมาด้วยท่าทียียวน แววตาดูสงบนิ่งเป็นบุคคลที่อ่านยากจริงๆ
แต่คนดีๆที่ไหนจะมาเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จะว่าเคยรู้จักก็ไม่น่าจะใช่หน้าตาแบบนี้เขาไม่เคยรู้จักแน่นอน
อีกอย่างพี่วาฬผู้จัดการก็ไม่ได้บอกไว้ว่านัดใครมาที่นี่.แล้วไหนยังเข้ามาโดยพลการในห้องส่วนตัวของคนอื่นอีก แบบนี้คิดดีไม่ได้เลย
"กูไม่อยากรู้จักมึง กรุณาออกไปก่อนที่กูจะเรียก รปภ.ขึ้นมา"
" ใจเย็นดิครับ ผมก็แค่อยากรู้จักคนที่ผมยอมควักเงินตั้งแปดหลักจ้างมาโชว์ตัวแค่ไม่กี่ชั่วโมงเป็นการส่วนตัวบ้าง..ไม่ได้หรือไง อย่างน้อยเราจะได้ทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้"
"นี่อย่าบอกนะว่า..มะ..มึง..เออ..คุณชื่อ.."
"ใช่ผมชื่อ ดาวเหนือ วิจิตรอลงกรณ์ ไม่ทราบว่านามสกุลคุ้นหูบ้างไหม" ขอบฟ้ายืนนึกแต่ก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าเขาเคยได้ยินนามสกุลนี้จากที่ไหน
" ผมเป็นคนที่จ้างคุณไปโชว์ตัว แล้วอย่างนี้ยังจะแจ้งจับผมอีกไหมครับ คงไม่ใจร้ายกับผมขนาดนั้นใช่ไหมล่ะ"
ขอบฟ้ามองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าอีกคนจะดูหนุ่มและหน้าตาดีมากทีเดียวแทบสะกดสายตาให้คนที่เผลอจ้องมองตามละลายได้เลย ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะมีเป็นนักธุรกิจชื่อดังที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จจนหาตัวจับยากมาก เขายังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวซะขนาดนี้ เห็นแล้วก็รู้สึกชื่นชมในตัวของผู้ชายคนนี้ไม่ได้ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย
"แล้ว..เอ่อผมจะเชื่อคุณได้ยังไงว่าสิ่งที่คุณพูดมาไม่ได้โกหก" ขอบฟ้ายังคงวางทีท่าพูดเสียงห้วนค่อนไปทางตะคอก มือขวากำมีดไว้แน่น อย่างไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น
"ผมพูดจริง แต่คุณคงจะไม่เชื่อ"
ซองเอกสารสีน้ำตาลเล็กๆถูกดึงออกมาจากด้านในเสื้อสูทตัวหรู วางลงตรงเคาน์เตอร์ต่อหน้านักแสดงหนุ่ม เป็นสัญญาจ้างของงานชิ้นนี้จริง จากคิ้วที่ขมวดเป็นปมก็ค่อยๆคลายออกทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองยังอีกคนด้วยสายตาที่อ่อนลงกว่าเดิม ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ก็นึกอยู่ในใจว่าถึงอย่างไรคนตรงหน้าก็ทำไม่ถูกไม่ใช่ว่าเป็นคนจ้างงานแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจแบบนี้
"เอ่อ ขอโทษที่เข้าใจคุณผิด และเสียมารยาทกับคุณนะครับ แต่ถึงอย่างไรเราก็ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวสักหน่อย คุณเข้ามาห้องผมแบบนี้ผมคิดว่ามันไม่เหมาะอยู่ดี""
ถึงปากจะเอ่ยคำขอโทษ แต่ในใจก็ยังรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา และดูน่าเกรงขามมากทีเดียว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดุจเหยี่ยวที่มองมายากที่จะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไร ถึงเขาจะเป็นคนที่จ้างงานในครั้งนี้ก็เถอะ แต่มีการ์ดสำรองห้องของเขาได้นี่แสดงว่าไม่ธรรมดาแน่นอน
เพราะไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะขึ้นมาบนชั้นนี้ ห้องระดับ VIP หรูและแพงที่สุดในย่านนี้
" ผมขอโทษที่เข้ามาโดยพลการ ก็ติดต่อคุณไม่ได้มีแค่ที่อยู่กับเบอร์ผู้จัดการส่วนตัว ผมพยายามติดต่อแต่ไม่มีใครรับสาย"
ขอบฟ้าหันไปมองนาฬิกาเรือนหรูที่ติดฝาผนังก็ถึงกลับพ่นลมหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว ก่อนจะหันมามองหน้าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ อีกฝ่ายมองตามและคงรู้ว่าจะพูดอะไรจึงรีบยักไหล่อย่างไม่ยี่หระพลางพูดออกตัวหน้าตาย
"ผมยังไม่ชินกับเวลาที่เมืองไทย"
"งั้น..เชิญไปนั่งที่ห้องรับแขกก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปเตรียมเครื่องดื่มมาให้" ดาราหนุ่มยิ้มเกร็งและทำท่าจะเดินไปหยิบเครื่องดื่มในตู้เย็นมาให้
แต่ก็ถูกมือหนาของอีกคนคว้าข้อมือไว้ ทำให้ร่างของขอบฟ้าเสียหลักเล็กน้อย หน้าทั้งคู่อยู่ใกล้กันแค่ปลายจมูกกั้น ใบหน้าหล่อคมคายของดาวเหนือดูดุก็จริงแต่แฝงไปด้วยความมีเสน่ห์เหลือล้น
ขอบฟ้ามองคนตรงหน้าอย่างทึ่งๆ เขาร่วมงานกับดาราด้วยกันมาก็เยอะ พบเจอทั้งคนหล่อและคนสวยมาก็มาก แต่ว่ายังไม่เคยเห็นใครหล่อขนาดนี้มาก่อนเลย หล่อแบบแบดบอย พอมองใกล้ๆแล้วใจมันเต้นแปลกๆพิกล ขนาดเขาเป็นผู้ชายด้วยกันเอง ยังรู้สึกถึงมนต์เสน่ห์ของอีกฝ่ายจนตัวเขาเองยังงงกับความรู้สึก แล้วพวกผู้หญิงคนอื่นๆที่ได้อยู่ใกล้ๆแล้วได้สบตากับผู้ชายตัวโตคนนี้จะไปไหนรอดคงต้องยอมสยบอยู่ใต้ร่าง รู้สึกได้ถึงอันตรายที่แผ่รัศมีวงกว้าง ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศที่รุนแรงมากจริงๆมากเสียจนรู้สึกร้อนวูบวาบยามได้สบตากับอีกฝ่าย...ขอบฟ้ารีบสะบัดจากความคิดแล้วรีบผละออกจากอีกคนทันที
"ไม่สบายหรือเปล่าทำไมจู่ๆหน้าแดง" มือหนาคว้าข้อมืออีกคนไว้มั่นโน้มใบหน้าเข้าใกล้จนขอบฟ้ารีบผงะออกแทบไม่ทัน
"เปล่าครับ" ขอบฟ้ารีบปฏิเสธเร็วปรื๋อพยายามหลบสายตา
"ผมอยากจะบอกคุณว่าไม่ต้องก็ได้ ผมเห็นคุณทำกับข้าวท่าทางน่าสนุกเลยอยากจะเข้าไปช่วยเป็นลูกมือสักหน่อย เสร็จแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องงานกันดีไหมครับ"
"คุณทำอาหารเป็นด้วยหรอครับ แต่ผมว่าคุณไปนั่งรอดีกว่านะ ให้แขกทำด้วยคงไม่เหมาะเท่าไหร่" ทั้งที่ในใจยังรู้สึกแปลกๆกับผู้ชายตรงหน้า เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นแขก (ที่ไม่ได้รับเชิญ)
"เดี๋ยวรอดูฝีมือผมก็แล้วกันนะครับ แต่ว่าคุณต้องช่วยกันนะจะได้เสร็จเร็วๆ" พูดจบดาวเหนือก็ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้แล้วถอดเสื้อสูทพาดไว้บนโต๊ะหน้าเคาน์เตอร์บาร์
ขอบฟ้ามองตามคนที่กำลังปลดกระดุมเสื้อแล้วพับขึ้นเหนือข้อศอก ขยับเนคไทให้หลวมดึงเสื้อออกนอกกางเกงแล้วปลดกระดุมออกจนเห็นหน้าอกแกร่งเป็นลอน ขนาดเขาเป็นผู้ชายสายสุขภาพยังอดชื่นชมไม่ได้
คนเป็นแฟนคงโชคดีที่ได้แฟนทั้งหล่อและรวยแบบนี้ จู่ๆหัวใจก็เต้นไม่เป็นส่ำ ยกมือขึ้นมาจับหน้าอกด้านซ้ายอย่างลืมตัว ทำไมวันนี้ใจเขาเต้นแรงผิดปกติ จังหวะการเต้นถี่เร็วและแรงอย่างที่ไม่เคยเป็น
คงต้องบอกพี่วาฬผู้จัดการส่วนตัวให้พาไปตรวจร่างกายซะหน่อย ยิ่งเรื่องสุขภาพของดาราหนุ่มเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ต้องดูแล...
ทั้งสองคนก็ช่วยกันทำอาหารจนเสร็จอย่างคล่องแคล่วและชำนาญด้วยกันทั้งคู่ ต่างคนต่างไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะทำอาหารเก่งและรสชาติระดับห้าดาวทีเดียว ในระหว่างที่เข้าครัวก็มีบางจังหวะที่มือสัมผัสกันบ้าง บางครั้งก็ใจตรงกันหยิบจับของพร้อมกัน ซึ่งหารู้ไม่ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นความตั้งใจของดาวเหนือที่อยากทำตัวสนิทสนม
สุดท้ายแขกก็ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกันอย่างเงียบๆ ดาวเหนือเปิดประเด็นในการคุยเรื่องงานไปด้วย เพื่อที่จะไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกเกร็งและอึดอัด ซึ่งเขาก็ทำได้ดีมากทีเดียว เมื่อเห็นว่าดาราหนุ่มผ่อนคลายลงและเริ่มพูดคุยแบบกันเองมากขึ้น พูดคุยกันถูกคอประหนึ่งว่ารู้จักกันมาเนิ่นนาน ผิดกับตอนเจอกันครั้งแรกลิบลับ เพราะด้วยงานและด้วยความที่เป็นดารานักแสดง ขอบฟ้าจึงเป็นคนที่คุยสนุกไม่แพ้กัน เข้ากับคนอื่นได้ง่ายดูเป็นมิตร ส่วนดาวเหนือก็เป็นผู้ชายน่าหลงใหล มีอะไรให้ค้นหาอยู่ตลอด ที่สำคัญมีเสน่ห์ดึงดูดกับฝ่ายตรงข้ามมากทีเดียว
