บทที่ 5 เพราะความรัก

สิ่งที่คิดไว้ในหัวเวลาที่เพื่อน ๆ นัดติวหนังสือกันของพวกคุณเป็นอย่างไรครับ สำหรับผมคือทุกคนจะต้องก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ หากมีข้อสงสัยก็ปรึกษาหารือกัน หรือไม่คนใดคนหนึ่งก็สอนเพื่อน หรือไม่ก็ต้องลองทำข้อสอบด้วยกันใช่ไหม

แต่สิ่งที่เป็นมันต่างจากที่จินตนาการไว้ไกลโข ไอ้ชินอนกรนฟี่ ๆ อยู่ข้างโซฟา ในมือมีไอแพดที่เปิดหน้าเว็บไซต์ลามกทิ้งไว้ ส่วนไอ้อิงกำลังนอนคุยโทรศัพท์กับสาวอยู่อีกมุมห้อง มีเพียงผมกับเหนือเท่านั้นที่นั่งอ่านหนังสือกันเงียบ ๆ อยู่คนละมุมบนโซฟารูปตัวแอล

จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ผมเริ่มปิดปากหาวพร้อมกับการบิดตัวไปมาเพราะความเมื่อยขบ เสียงกระดูกลั่นดังเปี๊ยะส่งผลให้คนที่นั่งอยู่อีกมุมเงยหน้าขึ้นมามอง

“ง่วงแล้วเหรอ? เข้านอนก่อนไป” เหนือมองมาที่ผมด้วยแววตาอาทร ใบหน้าหล่อเหลายิ้มอ่อน ๆ มองแล้วอบอุ่นหัวใจชะมัด

ผมเหลือบมองไอ้ชิที่มันกำลังหลับลึก มันคงไม่รับรู้สิ่งรอบข้างแล้วล่ะ ส่วนไอ้อิงนั้นผมก็ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ถ้ามันจะเห็นการกระทำของผมก็ช่างประไร

ผมจึงเลื้อยลงไปตามความยาวของโซฟา แล้วเอาศีรษะไปวางไว้บนตักของเหนือนที

ผมเห็นเหนือเหลือบมองไอ้อิงแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ได้สนใจ เหนือก็ไม่ว่าอะไรผม ยังใจดียกหนังสือหลบให้ผมหนุนตักได้อย่างสะดวก

“ทำไมไม่เข้าไปนอนดี ๆ ในห้อง” คำถามราวกับตำหนิ แต่น้ำเสียงโคตรนุ่ม

“ชอบก็บอก ไม่ต้องพยายามกลบเกลื่อน” ผมดักคอ แต่ไม่ยอมสบตา เปลือกตาผมปิดสนิท มีเพียงหูเท่านั้นที่พยายามจะเงี่ยฟัง

“ชอบอะไร?”

“ก็ชอบให้ฟ้านอนหนุนตักไง”

ไม่มีเสียงโต้เถียง… แสดงว่ายอมรับสินะว่าชอบ ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาหวังลอบมองเพียงเสี้ยวหน้าของคนที่คิดว่ากำลังตั้งใจอ่านหนังสือ แต่ผมคิดผิดถนัด!

ดวงตาคู่คมกลับกำลังจ้องมองผมอยู่ แวบหนึ่งที่ผมสัมผัสได้ มันคล้ายแววตาที่ผมเห็นตัวเองในกระจกเงายามคิดถึงเหนือนที

เราทั้งสองรีบหลบสายตา ผมตกใจจึงรีบดันตัวขึ้นมาจากตัก เป็นจังหวะเดียวกับที่เหนือก้มลงมาพอดี คิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“พวกมึงทำอะไรกันน่ะ!”

เชี่ยเอ๊ย! จังหวะนรกสุด ๆ ผมกำลังจะได้จูบแรก ปากแตะกันแล้วแท้ ๆ แต่ไอ้เพื่อนเวรดันหันมาเห็น

“ทำห่าอะไรล่ะ กูจะไปนอนแล้ว” ผมใช้เสียงปกติพูดกับเพื่อน ต่างกับเสียงสองที่ใช้พูดกับเหนือนที

“เออ ๆ กูก็ง่วงแล้วเหมือนกัน งั้นกูนอนโซฟานะ จะได้นอนเป็นเพื่อนไอ้ชิ”

แล้วอิงครัตก็พาร่างตัวเองมาทุ่มลงบนโซฟาตำแหน่งที่ผมเพิ่งลุกขึ้นมา มันทำท่าจะเอาหัววางบนตักของเหนือแต่รายนั้นขยับลุกหนีเสียก่อน

“กูก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน”

ไอ้อิงปรายตามองอย่างรู้ทัน แถมยังเอ่ยปากแซว

“แหม ๆ ๆ ทีไอ้ฟ้ามันนอนหนุนตักมึงได้ ทีกูจะหนุนมั่งรีบง่วงเลยนะมึง”

“พูดเชี่ยอะไร” เหนือนทีปาหมอนอิงใส่ไอ้อิงครัต แล้วก็หันกลับมาทางผม ส่วนผมก็หลบสายตาแทบไม่ทัน รีบหมุนตัวเดินนำเข้ามาในห้องนอน

ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งผมกับเหนือก็ย้ายเข้ามาพักที่ห้องชุดแห่งนี้ เพราะทั้งบ้านคุณพ่อและบ้านวรภัทรอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยมาก การเดินทางไม่สะดวก ทั้ง ๆ ที่ก็อยู่มาจะสามปีแล้ว แต่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าไม่รู้จะเอาตัวเองไปวางไว้ตรงไหน ข้าวของที่มันเคยอยู่เป็นที่เป็นทาง ต่อให้หลับตาก็คว้าเอามาได้ แต่คืนนี้แค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ผมกลับจำไม่ได้ว่าต้องไปหยิบจากที่ไหน หันรีหันขวางอยู่นานจนคนที่เดินตามเข้ามาทีหลังส่งเสียงหัวเราะในลำคอ

“หาอะไร?” น้ำเสียงเจือขบขันดังอยู่ด้านหลัง ก่อนที่ผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวจะถูกยื่นล้ำออกมา “หานี่อยู่เหรอ?”

ผมรีบคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้ามาในห้องน้ำ พอบานประตูปิดลงก็ถอนหายใจยาวอย่างพยายามระงับอาการตื่นเต้น

ทุกครั้งที่พยายามจะอยู่เหนือเหนือนที ผมเป็นต้องแพ้ทุกทีไม่รู้ว่าทำไม ทุกครั้งที่อยากจะแกล้ง แต่เหมือนจะแกล้งตัวเองยังไงก็ไม่รู้ แกล้งตัวเองให้ทรมานเสียอย่างนั้น อยากจูบอยากกอดเขาแต่ก็ไม่กล้า แค่จะสบตายังต้องรีบหลบ แล้วเมื่อไรผมจะได้เป็นเจ้าของหัวใจเหนือนทีสักที

“อิง มึงหลับยังวะ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป