บทที่ 6 ไม่ใช่ความลับ
“อิง มึงหลับยังวะ?”
หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็บอกเหนือว่าตาสว่างแล้วจะออกมาอ่านหนังสือต่อ รายนั้นไม่ว่าอะไร เดินหายเข้าไปในห้องน้ำต่อจากผม ผมจึงออกมาหาอิงครัต เพราะนาทีนี้ผมต้องการที่ปรึกษา
“ไงมึง ไม่มีถุงยางเหรอ?”
สัด! ผมอยากหันหลังกลับเข้าห้องเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อนอย่างไอ้อิงนี่มันจะช่วยอะไรผมได้ไหม
“กูพกมาอยู่นะแต่ไซส์อาจจะใหญ่ไปสักหน่อย ของไอ้เหนือน่าจะเล็กกว่ากู”
เรื่องเกทับคนอื่นต้องยกให้มัน โดยเฉพาะเรื่องใต้หว่างขาน่ะมันถนัดนัก
“สัดอิง!” ผมก็เลยให้พรนิดหน่อย ก่อนจะทำหน้าจริงจังตั้งใจจะปรึกษา
“กูล้อเล่นน่า ไหนมีอะไรว่ามาซิ”
อิงครัตลุกขึ้นนั่งทำท่าขึงขังเป็นงานเป็นการ
“คือ… กูไม่รู้จะเริ่มยังไงดีว่ะ” ผมเริ่มระบายอย่างอึดอัด
“มึงปรึกษาถูกคนแล้วฟ้า เรื่องเริ่มเนี่ยกูถนัด”
“ยังไงวะ?”
“มึงก็เริ่มจากถอดเสื้อ หรือจะถอดกางเกงเลยก็ได้นะ เอากันแบบใส่เสื้อมันก็ได้อารมณ์อีกแบบ แต่กูชอบแบบถอดหมดมากกว่า”
“เชี่ยเอ๊ย! กูหมายถึง กูไม่รู้จะเริ่มบอกเหนือยังไง ไม่ใช่เริ่มเรื่องนั้น”
ไอ้อิงหลุดขำเสียงดังลั่น จนผมกลัวว่าเหนือจะได้ยิน ผมจึงรีบยกมือขึ้นปิดปากมัน ส่งเสียงกระซิบกระซาบให้ลดระดับลงมาหน่อย
“นี่มึงยังไม่ได้คุยกับมันเหรอวะ?” ไอ้อิงจ้องหน้าผมอย่างสงสัย
“ก็… กูไม่รู้จะเริ่มยังไงอะ”
“มึงไม่ต้องบอกแล้วล่ะ”
“ทำไมวะ?”
“กูว่ามันรู้แล้ว”
“จริงดิ?” ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ “เหนือรู้ได้ไงอะ?”
ไอ้อิงส่ายหน้ายิ้ม ๆ ทำท่าจะส่งเสียงหัวเราะอีกครั้ง ผมจึงรีบยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะปากตัวเอง แล้วส่งเสียง
“ชู่ว์”
“โถ… ไอ้คุณหนูมีฟ้า ทำไมมึงไร้เดียงสาจังวะ มองจากจักรยานยังรู้เลยว่าไอ้เหนือมันรู้ว่ามึงคิดไม่ซื่อกับมันน่ะ”
“กูเคยได้ยินแต่มองจากดาวอังคาร มองจากจักรยานมันมีด้วยเหรอวะ?”
“เนี่ย! มึงไม่ฉลาดไง ดาวอังคารอยู่ห่างจากโลกตั้งไกล ใครจะไปมองเห็น ตื่นครับตื่น แต่จักรยานอะจอดอยู่ลานจอดรถคอนโด มองมาไกล ๆ ยังเห็นเลยว่ามึงคิดอะไรอะ แล้วไอ้เหนือมันอยู่ใกล้มึงแค่เนี้ย” ไอ้อิงไม่พูดเปล่า มันยังยกนิ้วชี้ทั้งสองข้างมาวางคู่กัน แล้วก็กระแทก ๆ เข้าหากัน “ทำไมมันจะดูไม่ออก”
“แต่มึงก็ดูไม่ออกนะ ถ้ากูไม่เมาแล้วเผลอเล่าให้ฟังมึงก็ไม่รู้” ผมดักคอเพื่อนที่มันทำท่าว่ารู้ดีทุกเรื่อง เพราะผมมั่นใจว่าผมเก็บอาการไว้อย่างดี ไม่มีทางที่เหนือหรือว่าเพื่อนคนอื่นจะรู้
“แต่กูดูออก!”
ไม่ใช่เสียงของไอ้อิงแต่เป็นเสียงของไอ้ชิที่จู่ ๆ ก็ผุดลุกขึ้นมา ผมกับไอ้อิงตกใจจนเกือบจะโผเข้ากอดกันอยู่บนโซฟา
“สัดชิ! กูคิดว่ามึงหลับ” ไอ้อิงต่อว่าเพื่อนอีกคนที่ก่อนหน้ายังได้ยินเสียงกรน แต่จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมานั่งมองพวกผมสองคนตาใส
“ใครจะหลับลงวะไอ้ห่า คุยกันเสียงงุ้งงิ้งน่ารำคาญ” แล้วมันก็หันมาจ้องหน้าผม “ตกลงมึงชอบไอ้เหนือเหรอ?”
ผมตะปบมือปิดปากมันแทบไม่ทัน ก็มันดันตะโกนเสียงดังเหมือนจงใจให้เหนือได้ยิน
“เชี่ย! ถ้าพวกมึงส่งเสียงดังอีก กูจะไล่กลับเดี๋ยวนี้เลย!”
เฮ่อ! ซวยแท้ ๆ ไม่น่าเลยจริง ๆ ความลับของผมจะเป็นความลับได้อีกไหมในเมื่อเพื่อนตัวดีทั้งสองคนได้รับรู้แล้ว แต่คิดในแง่ดีผมจะได้มีที่ปรึกษาเพิ่มอีกคน
“ไหน ๆ พวกมึงก็รู้หมดแล้วว่ากูรู้สึกยังไง งั้นก็มาช่วยกูคิดหน่อยว่ากูควรทำยังไงต่อไปดี”
“ทำไมต้องคิดวะ?” แล้วไอ้ชิก็โพล่งขึ้นมา แถมมันยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ผมกับไอ้อิงก็สงสัย ด้วยผิดวิสัยขี้เสือกของมัน “ก็ไอ้เหนือมันก็ชอบมึงเหมือนกัน วันก่อนมันยังปรึกษากูอยู่เลยว่าจะทำไงดี กูนึกว่าพวกมึงคุยกันแล้วเสียอีก”
“เชี่ย!/เชี่ย!”
ที่ผมกับไอ้อิงอุทานเสียงดังไม่ใช่เพราะแค่ตกใจสิ่งที่ได้ยินจากปากไอ้ชิแค่นั้นหรอกนะครับ แต่เพราะคนที่มายืนอยู่ด้านหลังนั่นด้วยตางหาก
“เหนือ!”
เราต่างทำหน้าไม่ถูก และผมก็ตั้งตัวไม่ถูก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องรู้สึกยังไง แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้คือใจผมฟูมาก ตัวมันลอย ๆ ยังไงไม่รู้
ฟึ่บ!
ในระหว่างที่ผมกับเหนือยืนเก้ ๆ กัง ๆ กันอยู่ ไอ้อิงก็โยนบางอย่างมาวางไว้บนโซฟา
ผมหน้าร้อนผ่าวทันทีที่สายตาโฟกัสชัดเจน และรับรู้ได้ว่ามันคืออะไร
สัด! ถุงยาง!
“ไอ้เพื่อนชั่ว!” ปากต่อว่าแต่ยอมรับว่าในหัวกำลังคิด ว่าควรคว้าไว้แล้วเดินเข้าไปในห้องดีไหม แต่แล้วเสียงของเหนือก็ดังขึ้น เล่นเอาผมหน้าร้อนขึ้นอีกเท่าตัว
“ไซส์เล็กไป”
โอ๊ย! พ่อ กูอยากเสกตัวเองให้เป็นผีเสื้อ แล้วบินหนีไปสวย ๆ เลยแม่
แล้วเหนือก็รีบเดินมาคว้าข้อมือผมลากเข้าห้องนอนโดยที่ไม่แยแสถุงยางอนามัยกล่องนั้น เสียงไอ้ชิกับไอ้อิงผิวปากดังวี้ดวิ่วตามมาด้านหลัง ผมหันไปยกนิ้วกลางให้พวกมันก่อนที่เหนือจะดันประตูห้องนอนขังเราสองคนไว้ในนี้
