บทที่ 10 เดตคู่ชูชื่น

รุ่งเช้าของวันเสาร์ เหนือฟ้าเก็บเสื้อผ้าและของสำคัญลงกระเป๋าสะพายใบย่อม ส่วนที่เหลือกะว่าจะไปเอาเพิ่มเติมที่บ้าน หญิงสาวออกมานั่งรอภาคีที่หน้าโทรทัศน์ พักหนึ่งเขาก็เดินตัวหอมฉุยจนกลิ่นกายตีขึ้นจมูก

"กลิ่นเซ็กซี่จัง" เหนือฟ้านั่งเขินบิดแล้วลอบมองภาคีที่กำลังกดโทรศัพท์คุยกับแม่ของเขา ขณะที่เหนือฟ้าได้โอกาสหยิบโทรศัพท์มาส่องโซเชียลเพื่อเช็กเรตติ้งของแฟนหนุ่ม โดยใช้โปรไฟล์ชื่อ 'สาวน้อยข้าวโพด' ตามกดไลก์รูปภาพของเขาในโซเชียล แล้วยังคอมเมนต์ให้กำลังใจภาคีอยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ภาคีเห็นว่าเหนือฟ้ากำลังนั่งพิมพ์แชตยิก ๆ เขาจึงย่องมาหาเธอจากด้านหลัง แล้วเห็นรูปควายหน้าตาละม้ายแม่บ่าผาง ควายตัวเมียที่เขาช่วยไถ่มาจากโรงเชือดทางลำปางเมื่อสองปีก่อน "เหนือ"

สาวท่องโซเชียลสะดุ้งเฮือกรีบร้อนปิดหน้าจอโทรศัพท์หนี "ไปกันหรือยังคะ"

"เมื่อกี้เหนือดูรูปควายอยู่เหรอ"

"อ้อ เปล่าค่ะ พอดีเลื่อนไปเจอเฉย ๆ เหนือว่าเรารีบไปกันดีกว่า เดี๋ยวพ่อกับแม่จะรอนะคะ" เหนือฟ้าเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อน

"พ่อกับแม่พี่รออยู่ที่ร้านปลาเผาพุงพุ้ยแล้ว รวมทั้งพ่อแม่เหนือด้วย"

"หืม" เหนือฟ้าได้แต่พยักหน้ารับอย่างงุนงง โดยไม่รู้เลยว่าเดตต่างจังหวัดครั้งนี้จะไม่ใช่อย่างที่เธอคิด

ทั้งสองมาถึงร้านปลาเผาพุงพุ้ย ร้านปลาเผาและศูนย์รวมเมนูปลาในตำนานซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเจ๊กระต่าย แม่ของภาคี ตอนที่เขาเดินเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มก็พบกับเตียวหุย น้องชายสายเลือดเชฟอายุสิบเก้าปีที่ดั้นด้นไปเรียนทำอาหารตั้งแต่เด็กกำลังยืนช่วยพ่อครัวใหญ่ของร้านย่างปลาอยู่หน้าบ้าน

"เตียว ย่างปลาให้ลูกค้าเมื่อเจ้าเลยก๊ะ" ภาคีเหนี่ยวคอน้องชายสุดที่รักเข้ามากอด

"อืม มีลูกค้ามาสั่งจะเอาไปฝากคนที่เฮือน แล้วอ้ายจะกิ๋นก่อ น้องจะย่างให้กิ๋น" เตียวหุยหันไปถามพี่ชายที่ตัวสูงกว่า

"อ้ายอยากกิ๋นน้ำพริกขี้กา" ยิ้มหวานให้น้องแล้วจับมือเหนือฟ้าพาทักทายให้น้องชายรู้จัก "อ้อ ลืมแนะนำเลย นี่เหนือฟ้า แฟนพี่เอง"

"สวัสดีเจ้า เปิ้นจื่อเตียวหุยเจ้า ปี่เหนืองามแต๊ ๆ จะอี้สเปกอ้ายคีเลย" เตียวหุยยิ้มแฉ่งส่งให้หญิงสาวข้างกายพี่ชาย

"ขอบคุณเจ้า" เหนือฟ้ายิ้มแป้นให้เตียวหุย

"เด็ก ๆ มากิ๋นข้าวได้แล้ว" หม่อมเจ้าภูวสินตะโกนเสียงดังออกมาจากครัวหลังร้าน ภาคีรีบจูงมือเหนือฟ้าเข้าไปทักทายพ่อกับแม่ที่กำลังยกกับข้าวกับปลามาวางบนโต๊ะ

"เฮ้ย ไอ้ภู กูกับเมียมาฝากท้องด้วยแล้ว เดี๋ยวจะได้ขับไปนครนายกยาว ๆ" ผู้อำนวยการทัพฟ้าควงแขนมากับครูนับเก้า เหนือฟ้าตวัดมองหน้าภาคีอย่างสับสนทันที เพราะได้ยินว่าพ่อกับแม่จะไปเที่ยวกับเธอด้วย

"พ่อคะ เหนือจะไปกับพี่คีสองคน พ่อจะตามไปด้วยทำไมอะ" เหนือฟ้าเท้าสะเอวประจันหน้ากับพ่อ

"ก็พ่อจะไปเดตกับแม่ เมื่อสองวันก่อนเพิ่งจะครบรอบวันแต่งงาน พ่อก็อยากพาแม่ไปเที่ยวตามประสาผัวเมียไม่ได้เหรอ"

ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ เหนือฟ้าหน้าบึ้งตวัดมองภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ "พี่คี"

"ก็แสดงว่าพ่อเหนืออนุญาตให้เราสองคนไปค้างคืนที่นครนายกด้วยกัน แต่ต้องอยู่ในสายตาพ่อแม่ ใช่ไหมครับ"

ภาคีกล่าวสรุปตามความหมายลึก ๆ ที่ผู้เป็นพ่อตั้งใจจะสื่อสารกับลูกสาว

"รู้ก็ดีแล้วนี่" ผอ.ทัพฟ้ายิ้มกริ่มแล้วเริ่มกินอาหารเหนือรสเลิศอย่างเอร็ดอร่อย ผิดกับเหนือฟ้าที่รู้สึกว่ามื้อเช้าไม่ค่อยถูกปากเธอนัก เพราะพ่อเอาแต่จ้องหน้าเธอไม่หยุดตลอดการกิน ทั้งที่แม่เชียร์เธอทุกอย่าง แต่พ่อกลับตามประกบเหมือนเจ้ากรรมนายเวรตามติด

เหนือฟ้าลากแม่ออกมาคุยหน้าร้าน ระหว่างที่พ่อของเธอยืนเทศน์ภาคีฉอด ๆ "แม่คะ ทำไมไม่ห้ามพ่อล่ะ"

"พ่อเขาไม่ได้ว่าอะไรหรอกลูก ก็อ้างไปงั้นแหละ ความจริงอยากไปจู๋จี๋กับแม่มากกว่า" ครูนับเก้าทำหน้าเศร้า

"อ้าว ทำไมล่ะคะ ทะเลาะกันเหรอ" เหนือฟ้าตรึงหน้าแม่ให้หันมาสบตา "บอกหนูหน่อย พ่อทำอะไรให้แม่เสียใจเหรอคะ"

"ก็วันครบรอบแต่ง แม่อุตส่าห์เปิดห้องเพื่อจะสวีตหวานกับพ่อ แต่ตาแก่นั่นก็เมาหัวราน้ำ แถมยังถีบแม่ตกเตียงจนหัวปูดเป็นลูกมะนาวเลย น่าโมโหจริง ๆ"

"โธ่! พ่อนะพ่อ ทำแม่คนเก่งของเหนือได้ลงคอ งั้นเหนือจะช่วยให้แม่กับพ่อได้ป่ำปั๊มกันสำเร็จนะคะ แต่แม่ก็ต้องกันพ่ออย่าให้มาเกาะแกะพี่คีของเหนือ เพราะเหนือกลัวพี่คีอึดอัดใจค่ะ"

"ภาคีนิสัยดีมากใช่ไหม เหมือนหนูจะหลงรักพี่เข้าแล้วสิ ใช่เปล่า ๆ เจ้าหญิงเต้าหู้ของแม่" ครูนับเก้าบีบแก้มลูกสาวด้วยความมันเขี้ยว

"แม่ปล่อยแก้มเหนือก่อน คนมองกันหมดแล้ว" เหนือฟ้าพยายามสะบัดหน้าหนี แต่ครูนับเก้าก็ฟัดแก้มลูกสาวคนเล็กไม่หยุด เพราะถ้าเปรียบเทียบลูกสาวสองคน คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ เหนือฟ้า ไม่ใช่ราตรีลูกคนโต

ภาคีขับรถจี๊ปสีดำของตนนำรถแวนของครอบครัวเวหะชลการมาถึงไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งเป็นมรดกที่พ่อมอบให้เขาในวันเรียนจบปริญญาตรี เขาจึงค่อย ๆ พัฒนาที่ดินแห้งแล้งแห่งนี้จนกลายเป็นพื้นที่เขียวขจีที่เต็มด้วยระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์

รถเจ้าของไร่จอดสนิทที่หน้าบ้านไม้สไตล์รัสติก หรือบ้านที่มีการออกแบบสไตล์อเมริกันผสมผสานความเป็นโรงนาในชนบทโดยมีวัสดุหลักเป็นงานไม้ บ้านหลังนี้มีขนาดสามชั้นครึ่งแต่ความกว้างขวางของบ้านทำให้มีห้องนอนมากถึงหกห้องด้วยกัน

"บ้านสวยจังเลยค่ะ"

เหนือฟ้าเปิดประตูก้าวขาลงมาก่อนภาคี ทันใดควายเผือกตัวใหญ่ก็เดินเข้ามาทักทายแขกหน้าใหม่ที่ไม่เคยพบหน้า

"พ...พี่คี ควาย ควายจะขวิดเหนือไหม" เหนือฟ้ายืนตัวลีบตัวแบนเกาะประตูด้วยความหวาดเสียว เพราะเขาควายตรงหน้าทั้งยาวและใหญ่ ถ้าเกิดมันขวิดเธอขึ้นมา รับรองว่าไส้แตกแน่นอน

"ฮ่าฮ่า ไม่ขวิดครับ เขาเข้ามาทักทายเฉย ๆ" ภาคีเดินอ้อมมาหาแฟนสาวแล้วลูบหัวของ 'ข้าวนึ่ง' แม่ควายเผือกตัวแรกที่เขาไถ่มาจากเจ้าของฟาร์มควายที่เกิดอุบัติเหตุจนต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก

"ไม่ขวิดแน่นะคะ" เหนือฟ้ามือสั่น แต่ได้ภาคีจับมือของเธอวางลงบนหัวควาย ทำให้หญิงสาวอุ่นใจ พอเขาปล่อยมือออก เธอก็ค่อย ๆ ลูบหัวของมันอย่างนุ่มนวล

*เมื่อเจ้า = เมื่อเช้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป