บทที่ 12 ต้นแตงกวาของเรา
เช้าวันอาทิตย์ ผอ.ทัพฟ้าและครูนับเก้าเดินทางกลับกรุงเทพก่อน โชคดีที่ได้ภาคีจัดดินเนอร์พร้อมกับดนตรีหวานชื่นให้ทำให้พ่อแม่ของเหนือฟ้ากลับมาคืนดีสวีตหวานกันดังเดิม
หลังมื้อเช้าภาคีขับรถกอล์ฟพาแฟนสาวไปชมวิวทิวทัศน์ในไร่ แล้วหยุดรถที่โรงเรือนปลูกวานิลลา ด้านข้างมีแปลงผักที่ยังไม่ได้เพาะปลูกปล่อยโล่งอยู่
"พี่คีกำลังจะปลูกอะไรเพิ่มเติมเหรอคะ"
"ยังไม่รู้เหมือนกันครับ คงจะปลูกผักอายุสั้นเก็บเกี่ยวได้เร็ว แล้วเหนืออยากปลูกอะไรล่ะ พี่มีเมล็ดให้เลือก" ภาคีบอกแล้วหายเข้าไปในโรงนาหลังเล็กข้างโรงวานิลลา แล้วกลับออกมาพร้อมกับซองเมล็ดปลูกผัก
เหนือฟ้าก้มดูผักแต่ละชนิดในตะกร้าและสะดุดตากับผักของโปรดอย่างแตงกวา "ปลูกอันนี้ค่ะ"
"ทำไมปลูกแตงกวาล่ะ พี่นึกว่าเหนือจะปลูกพวกคะน้า กวางตุ้งอะไรแบบนี้ซะอีก"
"เหนือไม่ค่อยชอบกินคะน้าค่ะ มันเหม็นเขียว แต่เหนือชอบแตงกวามาก ๆ"
"มีผักอะไรที่เหนือไม่ชอบอีกไหม"
"ไม่ชอบกินหอมแดงกับต้นหอมค่ะ ต่อให้ทำให้เละหรือเปื่อยก็ไม่ชอบอยู่ดี"
"อย่างน้อยก็กินผักอย่างอื่นได้ ไปเถอะเดี๋ยวพี่จะพาไปปลูกแตงกวา" เขาบอกแล้วเดินหายเข้าไปในโรงนาหลังเล็กอีกรอบแล้วกลับออกมาพร้อมกับถุงดำหยอดเมล็ดผักจำนวนสี่สิบถุง
"ปลูกหมดนี่เลยใช่ไหมคะ" เหนือฟ้าช่วยตักดินเพาะกล้าใส่ถุง
"ใช่ครับ หยอดไปถุงละหนึ่งเมล็ดนะ แล้วก็ตักดินกองนี้กลบบาง ๆ"
"รับทราบค่ะ" เหนือฟ้ากับภาคีช่วยกันคนละไม้ละมือจนครบจำนวน ปิดท้ายด้วยหน้าที่รดน้ำแตงกวาของภาคี
"เสร็จหมดเรียบร้อย เดี๋ยวก็ให้เป็นหน้าที่ดูแลของลูกน้องพี่ในไร่"
"แล้วกี่วันเราจะได้กินแตงกวาเหรอคะ" สาวพลัสไซซ์เดินไปชะโงกดูแตงกวาแต่ละถุงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ภาคีเองก็ไม่พลาดถ่ายรูปตามเหนือฟ้าเช่นกัน
"สามสิบห้าถึงสี่สิบห้าวันก็ได้กินแล้ว เมล็ดที่เหนือกับพี่ช่วยกันเพาะลงถุงจะใช้เวลางอกประมาณเจ็ดวัน หลังจากนั้นเราก็เอาลงแปลงปลูกได้เลย แล้วก็ค่อยทำค้างให้แตงกวาเลื้อย" เขาอธิบายแล้วใช้นิ้วเช็ดเหงื่อที่หน้าผากตนเอง แต่เพราะมือเปื้อนดินส่งผลให้หน้าของเขาเปื้อนคราบดินไปด้วย
"พี่คีคะ หน้าเปื้อน" เหนือฟ้าล้วงหาทิชชูในกระเป๋าแล้วเขย่งปลายเท้าเช็ดคราบดินให้ภาคี ชายหนุ่มเจ้าของไร่จึงได้มีโอกาสสำรวจดวงตากลมใสกับปลายจมูกโด่งเชิดเล็ก ๆ ที่รับกับช่วงปากเรียวบางจิ้มลิ้มอมชมพู ที่เขายังไม่เคยได้แนบริมฝีปากลงไปเลยสักครั้ง
"ขอบคุณครับ งั้นเรากลับกรุงเทพกันเถอะ พรุ่งนี้เหนือต้องไปสอบแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"
"ใช่ค่ะ งั้นพี่คีช่วยเหนือติวข้อสอบด้วยนะคะ" เหนือฟ้าเริ่มรู้จักอ้อน หญิงสาวเอามือไพล่หลังแกว่งตัวไปมาเล็กน้อยเพื่อขอร้องให้ภาคีเป็นติวเตอร์พิเศษให้
"ได้เลยครับ ถึงแล้วพี่จะติวให้หนัก ๆ ถ้าสอบไม่ผ่านให้หอมแก้มสิบรอบ" เขาบอกแล้วยิ้มแป้นเดินนำหน้ากลับไปที่รถกอล์ฟ
"ไม่ผ่านแล้วหอมแก้มเนี่ยนะ ขี้โกงนี่นา" เหนือฟ้าวิ่งตามไป
สามชั่วโมงผ่านไป รถจี๊ปของภาคีเดินทางมาถึงคอนโดมิเนียม เขาจึงหันไปปลุกเหนือฟ้าที่นอนหลับสนิทมาตลอดทาง
"เหนือถึงคอนโดแล้ว"
"คะ ถึงเร็วจัง"
เหนือฟ้าช่วยภาคีหอบหิ้วกระเป๋า ของกินและของฝากจำนวนมากขึ้นไปที่คอนโดมิเนียม แต่ถึงของจะเยอะแค่ไหน เขาก็ให้เธอถือแค่ถุงพุทรานมสดที่แวะซื้อมาจากข้างทางอย่างเดียว ส่วนเขาแบกของพะรุงพะรังทั้งกระเป๋าเสื้อผ้าเธอกับของฝากอื่น ๆ หลายถุงโดยไม่มีบ่นสักคำ
หนุ่มสาวกลับถึงห้องพักต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่า เพราะกว่าจะกลับมาถึงก็เกือบเย็นพอดี เพราะภาคีพาแวะไหว้พระถึงสามวัด มิหนำซ้ำยังพาเธอไปแวะกินของอร่อย ๆ มาตลอดทาง
นิสิตสาวเดินเหมือนคนง่วงนอนออกมาจากห้องน้ำแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง หยิบเลกเชอร์และชีตสรุปข้อสอบที่ตนเองทำไว้ แต่แค่มองยังไม่ทันจะเปิดอ่าน ความอ่อนล้าและขี้เกียจก็เข้ามาครอบงำทันที
"ขี้เกียจจัง เดาเอาก็ได้มั้ง มั่ว ๆ ไปเดี๋ยวคงผ่านเอง"
"ไม่ได้สิ"
ภาคีในชุดเสื้อกล้ามสีขาว สวมแว่นกรอบดำมัดจุกกลางหัวยืนกอดอกทำหน้ามุ่ยไม่พอใจส่งให้คนที่กำลังนอนคว่ำยกขาไปมาอยู่บนเตียง เหนือฟ้ารีบลุกแล้วนั่งพับเพียบเรียบร้อย ช้อนตามองติวเตอร์หน้าเครียดอย่างเขินอาย
"ไหนพี่ขอดูหน่อย" เขาหยิบสมุดเลกเชอร์ลายมือเหมือนใช้เท้าเขียนไปอ่าน แล้วเปิดหนังสือที่กองอยู่บนเตียงดูอย่างตั้งใจ เหนือฟ้าจึงได้แต่นั่งภาวนาขอให้เขาอย่าดุอย่าด่าอะไรเธอเลย "อ่านออกหรือเปล่าคะ"
"ก็พอได้อยู่ แล้วที่เหนือใช้มาร์กเกอร์สีกำกับไว้ อันนี้คือหัวใจสำคัญของแนวข้อสอบใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ ขนาดมาร์กไว้ แล้วจดแยกออกมา เหนือก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี" เหนือฟ้าเกาหัวจนยุ่ง ภาคีชำเลืองมองแล้วยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู
"ไม่เป็นไร เราจะใช้วิธี Scanning and Skimming กัน"
"มิ่ง ๆ อะไรนะคะ" เหนือฟ้าขยับตัวเข้าไปใกล้
"สกิมมิ่งคือ การอ่านแบบเร็ว ๆ อ่านเฉพาะหัวข้อหลักหรือการทำเข้าใจกับภาพรวมของบทเรียนนั้น เช่น หัวข้อที่ทำตัวหนาไว้เกี่ยวกับอะไร เหนือต้องจดจำประเด็นสำคัญให้ได้ก่อน แล้วค่อยสแกนหาข้อมูลเฉพาะ เช่น ชื่อ เวลา หรือสถานที่ของหัวข้อนั้น ๆ อีกที"
"อ๋อ เหนือเข้าใจแล้วค่ะ"
ภาคีสอนให้เหนือฟ้ารู้จักใช้เทคนิคการอ่านเร็ว เขาลองให้เธออ่านเองและจดตามไปด้วย จากนั้นก็เริ่มถามทีละอย่างจนกระทั่งเหนือฟ้าเริ่มจำได้ และเข้าใจรายละเอียดยิบย่อยของข้อนั้น ๆ ได้มากขึ้น
ติวเตอร์หนุ่มเข้มงวดกับเหนือฟ้าตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึงสามทุ่ม แต่กระนั้นก็ช่วยทำให้เหนือฟ้าจดจำบทเรียนสำคัญไปได้เยอะขึ้น "วันนี้เหนือทำดีมาก พรุ่งนี้คะแนนเต็มแน่นอน"
"ขอบคุณพี่คีมากนะคะ เดี๋ยวเหนืออุ่นนมให้กินเป็นการตอบแทน" นิสิตสาวเก็บสมุดกับหนังสือใส่กระเป๋าแล้วรีบลุกลงจากเตียงเดินไปที่ห้องครัว
"ขอบคุณครับ" ภาคีลูบหัวเหนือฟ้าเบา ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง
"นี่ค่ะ นมอุ่น ๆ " แก้มทรงยาวถูกวางข้างมือของติวเตอร์หนุ่ม
"เหนือไปนอนได้แล้ว พี่มีงานต้องทำต่อ" เขาบอกแต่ไม่หันมาสบตา กลับจ้องแต่หน้าจอคอมพ์แล้วเริ่มดีดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างชำนาญ
"นอนหลับฝันดีค่ะ" เหนือฟ้ายกมือแตะ ๆ บนแขนของภาคี แต่พอเธอจะหมุนกายกลับ เขาดันคว้าข้อมือเธอแล้วดึงเข้ามาหา ค่อย ๆ รั้งเอวเธอเข้ามาแล้วกดให้นั่งลงบนตัก "จะทดสอบเก้าอี้เหรอคะ"
"จะทดสอบเหนือนั่นแหละ พี่จะถามว่าถ้าสอบผ่านมีรางวัลอะไรให้พี่บ้าง"
"อืม นวดแทนได้ไหมคะ"
"ไม่เอาอะ อยากได้อย่างอื่นมากกว่า เช่น จูบแรก"
เหนือฟ้าตาลุกวาวตวัดมองหน้าติวเตอร์เจ้าเล่ห์ "เหนือจูบไม่เป็นค่ะ"
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จะค่อย ๆ สอนเหนืออย่างใจเย็น" เขาถามแล้วกระชับอ้อมกอด เหนือฟ้าเม้มปาก
"อื้อ ถ้าเหนือสอบผ่านนะคะ งั้นเหนือขอตัวไปนอนก่อนนะ ฝันดีค่ะ" เหนือฟ้ารีบลุกออกจากตักของคนแผนสูง เดินไว ๆ กลับไปที่ห้องนอน
