บทที่ 13 ฝ่าพายุมารับรางวัล
เช้านี้เหนือฟ้าเดินทางไปมหาวิทยาลัยด้วยตนเองโดยรถไฟฟ้าใต้ดินที่ติดกับคอนโดมิเนียม เพราะเมื่อคืนภาคีทำงานหามรุ่งหามค่ำ เธอจึงไม่อยากรบกวน แล้วปล่อยให้เขานอนหลับสนิทอยู่บนเตียง
นิสิตสาวใช้เวลาในการสอบสามชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงสิบโมง แล้วเรียนต่อภาคบ่ายจนถึงสี่โมงเย็น ก่อนกลับจึงแวะซื้อของกินมากมายไปฝากเขา
"คุณเหนือฟ้ารึเปล่าครับ" รปภ.หน้าคอนโดมิเนียมเดินเข้ามาดักหน้าแล้วก้มลงดูรูปในโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า
"ใช่ค่ะ มีอะไรเหรอคะ"
"พอดีเจ้าของห้อง 909 ฝากคีย์การ์ดไว้ครับ เห็นว่ามีธุระด่วน"
"อ้อ ขอบคุณค่ะ" เหนือฟ้ารับคีย์การ์ดของภาคีมาจากมือของ รปภ.แล้วเดินกลับห้องพักด้วยสีหน้าเป็นกังวล จึงตัดสินใจโทรไปหาเขา
"พี่คีอยู่ไหนคะ เหนือกลับมาถึงห้องแล้วนะคะ"
"ฮัลโหล เหนือ พี่ขอโทษนะ พี่ต้องบินด่วนกลับมาแม่ฮ่องสอน พอดีรถคนงานประสบอุบัติเหตุ คนงานบาดเจ็บสามคน พ่อเลยส่งพี่มาดูแลพวกเขา"
"แล้วเป็นอะไรกันมากไหมคะ"
"ยังไม่รู้เลยครับ พี่ต้องรอไปสอบถามอาการจากหมอที่โรงพยาบาลก่อน ยังไงสามสี่วันนี้เหนืออยู่คนเดียวไปก่อนนะ ถ้าอยู่คนเดียวไม่ได้ เหนือก็กลับไปนอนที่บ้านก่อน"
"ไม่เป็นไรค่ะ เหนืออยู่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ"
"ครับ แล้วผลสอบออกเมื่อไหร่บอกพี่นะ พี่รอของรางวัลจากเหนือ"
หลังวางสายสนทนา เหนือฟ้าจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้าของภาคีมาซัก ทำความสะอาดห้อง และนั่งกินอาหารคนเดียว ถึงแม้ห้องจะเงียบสงัดแต่อย่างน้อยก็ได้โทรทัศน์ในห้องเพิ่มความบันเทิงได้บ้าง
สี่วันผ่านไปครบกำหนดตามที่ภาคีบอกว่าเขาจะเดินทางกลับ แต่ตกเย็นแล้วเหนือฟ้าก็ยังไม่ได้รับข้อความ หรือโทรศัพท์สักสายจากเขาเลยสักครั้ง
นิสิตสาวจึงตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเย็น อาบน้ำเตรียมเข้านอนตามปกติ จังหวะเดียวกันนั้นแชตในกลุ่มของวิชาเรียนที่เพิ่งสอบไปก็เด้งขึ้นมา เหนือฟ้ารีบกดเช็กดูรายละเอียดดังกล่าว พบว่าอาจารย์แชร์ลิงก์เช็กคะแนนสอบออนไลน์ให้ดูในกลุ่ม
"คะแนนเต็มหกสิบ ได้สักครึ่งนึงก็ยังดีวะ ไอ้เหนือ" เหนือฟ้าพูดพึมพำแล้วกดเข้าไปในลิงก์ที่อาจารย์แชร์มา หญิงสาวเลื่อน ๆ ดูรายชื่อและรหัสนักศึกษาที่อยู่เกือบท้ายสุด "กรี๊ด! ได้ตั้งห้าสิบหกคะแนนเลย สอบผ่านแล้ว"
เหนือฟ้าดีใจจนเนื้อเต้นรีบแคปหลักฐานคะแนนส่งไปให้ภาคีทางแชต
เปรี้ยง!! ผ่าง!!
อยู่ดี ๆ ฝนฟ้าก็ร้องกึกก้องกัมปนาทราวกับจะเฉลิมฉลองให้เธอ แล้วไม่นานนัก พายุฝนก็เทลงมาอย่างหนักจนแทบมองไม่เห็นถนนหนทางที่อยู่เบื้องล่างคอนโดมิเนียม
หนึ่งทุ่ม.....
หญิงสาวนอนเกลือกกลิ้งกดไถโทรศัพท์เล่นเพื่อรอภาคีตอบกลับมา แต่รอนานจนถึงสี่ทุ่ม เขาก็ยังไม่โต้ตอบใด ๆ "หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า" พูดพึมพำด้วยเป็นห่วง
สาวในชุดนอนกระโปรงลายดอกไม้ผุดลุกนั่งแล้วกดโทรหาด้วยความร้อนใจ
ขณะที่อีกฝ่ายกดรับด้วยความดีใจไม่แพ้กัน "เหนือ ได้ยินพี่ไหม พอดีไม่ค่อยมีสัญญาณ ฝนตกหนักมาก"
"พี่คีกำลังขับรถกลับมาจากสนามบินเหรอคะ หรือว่ายังไม่ได้กลับ"
"ใช่ พี่กำลังขับรถฝ่าพายุเพื่อมารับรางวัลจากเหนือ ตอนนี้พี่อยากได้รางวัลใจจะขาดแล้ว"
"พี่คีบ้าบิ่นมาก ทำแบบนี้มันอันตรายนะคะ แล้วเห็นแชตเหนือแล้วเหรอ"
"เห็นชัดเจนเลย เก่งมาก ๆ เต็มหกสิบได้ตั้งห้าสิบหก แสดงว่าจูบห้าสิบหกครั้งก็ได้ใช่ไหม"
"บ้า จูบแบบนั้นเหนือก็ปากแหกกันพอดีค่ะ"
"ฮ่าฮ่า พี่ล้อเล่น พี่ว่าเหนือไปนอนเถอะ เพราะตอนนี้รถติดมาก ยิ่งฝนตกหนัก การจราจรก็หยุดชะงักทันที กว่าพี่จะถึงคอนโดคงดึก"
"งั้นพี่คีค่อย ๆ ขับรถกลับมานะคะ เหนือเป็นห่วง"
"ไปนอนเถอะ ฝันดีครับ"
"เหนือขอเปิดลำโพงไว้ได้ไหมคะ แล้วพี่คีก็พูดไปเรื่อย ๆ จนกว่าเหนือจะหลับ"
"ได้สิ"
เหนือฟ้าวางโทรศัพท์ไว้ข้างลำตัว แล้วปล่อยให้ภาคีเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังจนถึงห้าทุ่ม เธอจึงผล็อยหลับ
ส่วนภาคีก็กำลังเลี้ยวรถเข้ามาในคอนโดมิเนียมท่ามกลางเม็ดฝนที่ยังกระหน่ำเทไม่ขาดสาย ชายหนุ่มรีบจอดรถใต้ตึกแล้วรีบสับขาเดินลงจากรถตรงเข้าลิฟต์ด้วยความรู้สึกใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เมื่อลิฟต์แตะถึงชั้นเก้า เขาก็แทบกระโจนออกมาแล้วพุ่งตัวไปที่ห้องด้วยความใจร้อน มือไม้ควานหาคีย์การ์ดด้วยอาการลุกลี้ลุกลน ตั้งแต่คบกับคนอื่นมา สาบานได้เลยว่าบะหนุนน้อยคนนี้คือ คนแรกที่ทำให้เขาสติหลุด
ภาคีบิดประตูเข้าไปทันทีแล้วเปิดไฟทั่วห้องโถง ขณะที่เหนือฟ้ารับรู้ได้ว่าแสงสว่างด้านนอกเจิดจ้า เธอจึงวาดขาลงจากเตียงแล้วเปิดประตูห้องนอนออกไป เมื่อต่างฝ่ายต่างเห็นหน้ากัน คนตัวสูงก็ก้าวขาฉับ ๆ เข้ามาสวมกอดเธอแน่น
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ" เหนือฟ้ายกมือขึ้นสวมกอดแผ่นหลังกว้าง ภาคีดึงใบหน้าออกมาแล้วกอบกุมดวงหน้าเล็กที่พอดีกับฝ่ามือของเขา
"พี่ขอรางวัลตอนนี้เลยได้รึเปล่า" เขาถามพลางเลื่อนสายตาไปมองเส้นผมที่ยุ่งเหยิง ใช้นิ้วเกี่ยวผมของเหนือฟ้าทัดไว้หลังหู ปลายจมูกโด่งก้มลงถูไถไปตามขมับ ลากไล้ต่ำลงมาที่สันจมูกเล็ก "ว่าไง ได้ก่อ"
เขาถามย้ำอีกรอบ คราวนี้ขยับต่ำลงมาให้ปลายจมูกโด่งของตนเคลียคลอชิดกับริมฝีปากของเธอ เหนือฟ้าช้อนสายตาขึ้นมอง เหยียดยิ้มเขินอาย
"เจ้า"
เหนือฟ้าตอบเลียนแบบภาคีเป็นภาษาเหนือ
ภาคีค่อย ๆ เลื่อนมือไปที่หลังคอเธอแล้วดันให้แหงนขึ้น เขาเอียงใบหน้าเล็กน้อยแล้วแนบริมฝีปากของตนกับปากกระจับเล็กของเหนือฟ้า เมื่อปากประกบปาก หัวใจทั้งสองก็เต้นระรัวไม่ต่างจากเสียงกลองสะบัดชัย
จูบของเขานุ่มละมุน นุ่มนวลและอ่อนโยน แม้จะรู้สึกว่าเนื้อปากล่างกำลังถูกขบดูดแผ่วเบา
ทว่ากลับทำให้ทั่วทั้งกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอชาวูบวาบ รู้สึกร้อนสลับหนาวทำให้ต้องรีบโอบคล้องหลังคอของเขาเพื่อตรึงขาที่กำลังสั่นของตนเอง
แต่มันกลับสั่นมากขึ้นกว่าเก่า เมื่อเขาไม่ยอมผ่อนปรนจูบแรกนี้ให้เธอ
ทั้งที่บอกว่าจะใจเย็น แต่พอปากแตะกันเท่านั้น เขาก็จูบเธอเหมือนจะช่วงชิงลมหายใจไปจนหมด ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่เขาใช้ชิวหาดันปากของเธอให้เปิดออก ครานั้นแขนขาก็ยิ่งอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนแทบฝืนยืนไม่ไหว
มิหนำซ้ำเขาก็ช่างแสนร้าย เมื่อเธอคิดจะดึงหน้าออก เขากลับไม่ยอมให้ผละออกไปตามความต้องการ แต่รั้งเอวเข้ามาแนบชิดแล้วกลืนกินลมหายใจเธอประหนึ่งว่าขาดออกซิเจน และครั้งสุดท้ายที่ลิ้นของเขาทแยงเข้ามาสัมผัสกับลิ้นเธอเป็นครั้งแรก สติสตังทั้งหมดก็คล้ายกับหลุดลอยออกจากร่างกายในพริบตา
"อื้อ..." เหนือฟ้าเริ่มหายใจไม่ออก
ภาคีจึงกัดฟันผละจูบลึกล้ำนี้ออกไป "สุมาเต๊อะบะหนุนน้อย โขดอ้ายก่อ"
"ไม่โกรธค่ะ ก็แค่หายใจไม่ทัน ไหนบอกจะสอนอย่างใจเย็น เล่นจูบเอา ๆ จนเหนือมึนไปหมดแล้ว"
เหนือฟ้ายกมือตีอกภาคีเบา ๆ คิ้วสวยขมวดเป็นปม ภาคียกนิ้วลูบไล้ริมฝีปากที่เขาเพิ่งจุมพิตลงไปหมาด ๆ ด้วยความหลงใหล
"จูบของเหนือหวานที่สุด"
เขายังคงชมเปาะแล้วส่งสายตาแพรวพราวมาให้ไม่หยุด
"พี่คีก็หวานเหมือนกันค่ะ" เหนือฟ้าแซวกลับ ภาคีมันเขี้ยวจึงดึงยัยแก้มป่องเข้ามากอด แล้วโยกไปมาด้วยความคิดถึง ทั้งที่ไปแม่ฮ่องสอนแค่สามสี่วันเท่านั้น แต่เขากลับคิดถึงเธอจนใจแทบขาด แล้วต้องไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นถึงสามปีโดยปราศจากเธอ เขาจะทนอยู่ได้ยังไง
