บทที่ 2 ตุ่มน้ำที่บ้านไม่พอใช้
เหนือฟ้าเดินสะบัดสะบิ้งเตรียมเรียกรถกอล์ฟของรีสอร์ตตรงกลับห้องพัก แต่ภาคีเร็วกว่าเพียงแค่ฝ่ามือใหญ่หนายึดข้อมือเธอไว้ กระชากให้หันกลับไปด้วยกำลังเล็กน้อย ตัวของเธอก็ปะทะกับกล้ามอกแน่นเข้าอย่างจัง
"จะไปไหน"
"จะกลับห้องพักค่ะ เหนือไม่หิวแล้ว"
โครก!!! คราก!!!
อยู่ดี ๆ ไอ้ท้องบ้าก็เกิดทรยศขึ้นมา มิหนำซ้ำยังร้องซะเสียงดังน่าเกลียด
ภาคีเม้มปากแน่นพยายามกลั้นขำ
“อยากขำก็ขำไปเถอะค่ะ” เหนือฟ้าสะบัดหน้าหนีด้วยความขุ่นเคือง แต่ยังไม่ทันจะก้าวขาหนี ก็ต้องชะงักเมื่อวงแขนแข็งแรงของเขารวบเอวไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เธอก้มลงมองแขนบึกบึนนั่นด้วยหัวใจที่เต้นแรงอย่างไม่เต็มใจนัก เขาทำให้เธอต้องยืนตัวเกร็งอยู่ในอ้อมกอดกึ่งบังคับ กึ่งอะไรบางอย่างที่เธอไม่กล้าจะนิยามไปมากกว่านี้
"ตอนเด็ก ๆ เหนือคงจำไม่ได้ว่าขี่หลังพี่ประจำ อ้อนให้พี่อุ้มอยู่บ่อย ๆ" ภาคีรำลึกความหลังสมัยเหนือฟ้ามาวิ่งเล่นอยู่ในไร่ชาบนดอยของเขานานร่วมเดือน ในช่วงที่พ่อแม่ของเธอแวะมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่
"เด็กขนาดนั้นใครจะจำได้ ยังไงเหนือขอร่างกายคืนด้วยค่ะ" สาวอวบจิกตาขวางใส่อย่างเอาเรื่อง
"ทำไมรู้สึกไม่ค่อยอยากคืนซะแล้ว" ภาคีโน้มหน้าลงต่ำ เสี้ยวหน้าขาวสะอาดแนบชิดจนริมฝีปากเฉียดใกล้หน้าผากเธออย่างน่าหวาดเสียว เหนือฟ้าสะดุ้ง รีบผงะตัวหนี แต่แขนแข็งแรงนั้นกลับรั้งเธอไว้แน่นกว่าเดิม
"พี่ภาคี!"
"น่ากลัวจัง โอเค ปล่อยก็ได้" เขาทำทีจะยอม แต่ทันใดนั้นกลับเปลี่ยนท่าทาง ยกตัวเธอขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย
"นี่....พี่คีปล่อย อุ้มเหนือทำไม ปล่อยสิคะ"
แต่คนอุ้มกลับเดินหน้านิ่งอย่างสบายอารมณ์ พาเธอลอยลิ่วกลับขึ้นไปยังบ้านเนินเขาอย่างชิล ๆ
"อย่าดื้อสิ พี่ไม่ชอบเด็กดื้อ" เขาพูดพลางยิ้มมุมปาก
"ใครดื้อกัน ที่บอกให้ปล่อยเพราะเป็นห่วงต่างหาก เหนือกลัวพี่จะปวดแขน"
"พี่เล่นเวต น้ำหนักตัวแค่นี้ ไม่ทำให้ปวดแขนหรอกครับ บะหนุนน้อย"
"คะ.....เรียกเหนือว่าอะไรนะ"
“บ่าหนุนหรือบะหนุนน้อย" ภาคีก้มกระซิบข้างหู เหนือฟ้าขนลุกเกรียว "หมายถึงขนุนเหรอ"
"ครับ พี่ชอบกินขนุน" เขากล่าวโดยไม่สบตา แต่คนฟังกลับหัวใจเต้นตึกตักจนพูดอะไรไม่ออก
ชายหนุ่มอุ้มเหนือฟ้ามาวางลงบนเสื่อ โดยมีสายตาทุกคนจดจ้องมองอย่างลุ้นระทึก "ผมขอความกรุณาอนุญาตให้ผมกินหมูกระทะกับน้องสองคนได้ไหมครับ"
ภาคีถามด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ไม่ทันที่เหนือฟ้าจะทันได้ค้านอะไร ทุกคนในวงทั้งพ่อแม่ของเขา พ่อแม่ของเธอ รวมถึงราตรี ทุกคนต่างพยักหน้ารับอยางพร้อมเพรียงกัน
"กินกันเถอะ พี่ก็หิวเหมือนกัน" ภาคีอมยิ้มแล้วคีบมันหมูก้อนโตวางลงบนเตาร้อน ๆ ก่อนจะรินน้ำซุปรอบขอบกระทะอย่างคล่องมือ
แม้เหนือฟ้าจะยังมีฟอร์มอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยื่นมือออกไปหยิบผักมาช่วยวางลงในช่องน้ำซุป พร้อมกับหยิบเนื้อหมู ไก่ ลูกชิ้น และอาหารทะเลมาวางเรียงเต็มกระทะ
“ระวังมันกระเด็นนะ” เขาเอียงตัวมากระซิบเบา ๆ ข้างหู จนไอร้อนจากเตาไม่ร้อนเท่าไอร้อนจากลมหายใจของเขา
“เหนือไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ ไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้น” เธอตอบ พลางหยิบตะเกียบคีบหมูอีกชิ้นลงเตาอย่างตั้งใจ
"เอาน่า รอกินเฉย ๆ เถอะเดี๋ยวพี่ทำเอง" เจ้าภาพคีบหมู คีบนั่นคีบนี่จนพูนถ้วย
"เห็นเหนือเป็นหมูหรือไง ตักให้ซะเยอะแยะ"
"ไม่ใช่หมู แต่เป็นขนุนลูกกลม ๆ" เขาบอกแล้วคีบหมูบนกระทะมาเป่าให้หายร้อนแล้วจุ่มลงในถ้วยน้ำจิ้มยื่นไปตรงหน้าของเหนือฟ้า
"ในถ้วยนี่ก็มี เหนือกินเองได้ค่ะ"
ภาคีรีบดึงถ้วยของสาวอวบมาไว้ฝั่งตนเอง "เป็นถ้วยพี่แล้ว"
"เอ๊ะไอ้..." กะว่าจะด่าสักหน่อย แต่เห็นเขาทำหน้าจ๋อยใส่ก็เลยต้องรีบรูดซิบปาก "เป็นอะไรคะ"
"เปล่า..." เขาดึงตะเกียบที่คีบหมูให้เธอกลับไปใส่ปากตนเอง แล้วหยิบถ้วยของเธอมาส่งคืน
สงสัยจะโกรธ คนอะไรตัวก็ใหญ่ ใจยังกะลูกหมา
ครืด!! ครืด!!
ภาคีกดรับโทรศัพท์ "จ๋า"
แค่คำว่าจ๋าคำเดียว หัวใจเธอก็ตกไปอยู่ตาตุ่มแล้ว คนที่โทรมาต้องเป็นแฟนแน่ ๆ
เหนือฟ้ายัดหมู ยัดผัก ยัดแมงกระพรุนจนเต็มปาก ภาคีที่กำลังคุยโทรศัพท์ถึงกลับชะงักงันมองดูอย่างยิ้ม ๆ แล้วรีบลุกไปคุยโทรศัพท์ให้จบ "จะกินให้ตัวแตกไปเลย ไม่ลงไม่ลดแล้วน้ำหนัก จะกินให้เป็นขนุนร้อยโลเลยคอยดู"
ห้านาทีผ่านไป
คนตัวสูงกลับมานั่งที่เดิมแต่เหนือฟ้ากลับไม่อยู่ "พี่ไนท์ครับ เหนือไปไหนเหรอ"
"อ๋อ ไปเข้าห้องน้ำจ้ะ"
"ฮึก...ฮึก ท้อชะมัด เสียใจทีไรกินจุทุกที" หญิงสาวสะอึกสะอื้นอยู่ตรงพงหญ้าข้างห้องน้ำ ขณะที่ตนเองกำลังสิ้นหวังท้อแท้ เสียงเตือนของแอปในโซเชียลก็ดังขึ้น
"เหมือนแกเลยอะ" เพื่อนที่คณะคนหนึ่งแท็กรูปหมูป่าส่งมาให้เธอในแอปยอดฮิต
ภาคีเดินตามหาเห็นเหนือฟ้ากำลังนั่งยอง ๆ อยู่ในมุมมืด น้ำตาเปื้อนเต็มดวงหน้า เขาจึงไม่กล้าเข้ามาทัก ทำได้แค่แอบดูอยู่ใกล้ ๆ ไม่ให้เธอรู้ตัว
"ยัยเบญจานี่อีกแล้วเหรอ คำก็หมู สองคำก็หมู" เหนือฟ้ารีบปิดโทรศัทพ์ ภาคีทนดูไม่ไหว ชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาแล้วแย่งสมาร์ตโฟนไปจากมือ
"เฮ้ย...พี่คีเอาโทรศัพท์เหนือมา"
เขาไม่ยอมคืนให้แถมยังชูขึ้นเหนือหัว แล้วเอี้ยวตัวหลบ "ขอพาสเวิร์ดเข้าหน้าจอโทรศัพท์หน่อย"
"จะทำอะไรคะ" เหนือฟ้าพยายามจะกระโดดแย่งอุปกรณ์สื่อสารของตนคืนมา
"บอกว่าจะเอาพาสเวิร์ดไง" เร่งด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"261297" เจ้าของโทรศัพท์ตัดสินใจบอกรหัส
ภาคีชะงักเพราะรู้สึกว่ารหัสมันเหมือนวันเดือนปีเกิดของเขา แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ถาม
เขาเลือกที่จะเข้าไปหน้าโซเชียลมีเดียของเหนือฟ้า และดูที่แท็กล่าสุดเพื่อกดเข้าไปดูโปรไฟล์คนที่หาเรื่องบุลลีบะหนุนน้อย
จากนั้นจัดการแคปหน้าจอและแอดเป็นเพื่อนกับเธอเสร็จสรรพโดยไม่คิดจะขออนุญาตเจ้าของสักคำ ปิดท้ายด้วยการส่งหน้าจอไอจีคู่กรณีของเธอส่งเข้ามาที่แชตของตนอีกที
"อะ...คืน มีแชตพี่แล้วนะ" เขายิ้ม
"พี่คีเอาหน้าโปรไฟล์ของยัยเบญจาไปทำอะไร"
"ทำไมกลัวพี่จะจีบเขาเหรอ"
ภาคีดันไหล่เหนือฟ้าไปติดกับผนัง
"ฮ่าฮ่า ตลกละ ทำไมต้องกลัวด้วยคะ ยังไงเหนือก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว" สาวแก้มยุ้ยรีบมองนั่นมองนี่เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่จุกแน่นอยู่เต็มอก
ภาคีกัดฟันกรอด เขาไม่ชอบเลยที่เธอมักดูแคลนตัวเองอยู่เสมอ ทำไมเด็กคนนี้ชอบเหยียบย่ำตัวเองนัก
"สู้ไม่ได้ตรงไหน"
"หุ่นเหนือยังกะตุ่มขนาดนี้ คนระดับพี่คีของไม่แลเหลียวหรอกจริงไหม"
"เป็นตุ่มไม่ดีตรงไหน จุน้ำได้ตั้งเยอะ"
"จุน้ำ...น้ำอะไร"
"น้ำฝนไง คิดว่าน้ำไหน"
"เปล่านี่ ไม่ได้คิดว่าน้ำอะไรค่ะ" สาวแก้มยุ้ยหลบหลีกสายตาร้อนแรง
ขณะที่สันกรามหล่อคมทะยานต่ำลงมาคลอเคลียแนบชิดขมับ "สนใจไปเป็นตุ่มเก็บน้ำฝนบ้านพี่ไหมล่ะ"
เหนือฟ้ารีบตวัดมองอย่างไม่แน่ใจ "เรื่องอะไรต้องเป็นตุ่มใส่น้ำบ้านพี่คีด้วย”
“ก็ตุ่มบ้านพี่ไม่พอใช้"
ปลายจมูกโด่งสาละวนอยู่แถวเรือนผมหอม
“ก็ไปซื้อเอาสิ พิลึกคน”
“ก็ไม่อยากซื้ออะ” ภาคีดึงหน้าออกแล้วเล่นหูเล่นตาใส่ แต่สีหน้าท่าทางของเขา มันหล่อจนบาดจิตบาดใจเธอไปหมด ขืนยังสนทนากับเขาอยู่แบบนี้ เขาต้องจับได้แน่นอนว่าเธอเป็นแฟนคลับลับ ๆ ที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตน
"เอ่อ...เหนืออยากกลับห้องแล้วค่ะ" สาวอวบเลิ่กลั่กทำท่าจะวิ่งหนี แต่เรียวแขนของภาคีกลับยื่นมากั้นขวางลำตัวของเธอไว้
"ถึงกับชวนเข้าห้องเลยเหรอ น่ารักจัง" เขาพูดพลางยิ้มขำ ๆ ราวกับจะหยอกล้อ
"บ้า....พี่คีอะบ้า เหนือบอกว่าจะกลับห้อง เหนือจะอาบน้ำ เหนือเหม็นหมูกระทะ ใครจะชวนพี่คีเข้าห้องกัน คิดบวกเกินไปหรือเปล่าคะ"
ริมฝีปากแดงเหยียดยิ้มนึกสนุกที่ได้แหย่ให้ขนุนน้อยแตกตื่น
"ล้อเล่นน่า พี่แค่จะไปส่งเฉย ๆ ป่านนี้คนอื่นคงกลับห้องกันหมดแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็มืดมากแล้วด้วย ถ้าปล่อยให้เหนือกลับคนเดียว เดี๋ยวเกิดเป็นอะไรขึ้นมา พี่จะทำยังไง"
เธอเข้าใจความหมายที่เขากำลังจะบอก เขากำลังสื่อว่าเป็นห่วงเธอ แต่กลับไม่ยอมพูดมันออกมาตามตรง
