บทที่ 3 กลัวผี

ภาคีขับรถกอล์ฟมาส่งเหนือฟ้าลงหน้าบ้านพัก เขาจอดรถและเดินตามหลังมา "เหนือ"

"คะ...พี่คีมีอะไรเหรอ"

"ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ เหนือฟ้า พี่ขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ พี่ภาคี กฤตกล้าธนาดร อายุยี่สิบห้าปี สถานะโสด"

"รู้มาตั้งนานแล้ว" สาวแก้มยุ้ยพูดพึมพำ

"ว่าไงนะ"

"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร งั้นราตรีสวัสดิ์ค่ะ"

"ฝันดี"

เจ้าของแผ่นหลังสูงขับรถกอล์ฟหาที่จอดรถในมุมมืด เพื่อลอบมองดูสาวอวบที่กำลังแตะคีย์การ์ดเข้าห้อง พอมั่นใจว่าเธอปลอดภัยเขาถึงขับรถออกไป

นี่เป็นครั้งแรกที่เหนือฟ้านอนคนเดียวต่างที่ต่างถิ่น หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอจึงไล่เดินเปิดไฟจนสว่างไปทั่วห้อง

ตั๊บแก!! ตั๊บตั๊บตั๊บแก"

"ตุ๊กแกที่นี่ก้างติดคอหรือไง แต่ทำไมบรรยากาศที่นี่ดูวังเวงจัง ป่านนี้พี่ไนท์หลับหรือยังนะ" เหนือฟ้าแชตไปหาพี่สาว แต่ราตรีไม่อ่านข้อความของเธอ

หญิงสาวจึงพยายามสวดมนต์เพื่อผ่อนคลายตัวเองก่อนนอนและฝืนข่มตาให้หลับ แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที อาการกลัวผียิ่งทำให้เธอกระสับกระส่าย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงห้าทุ่ม

"ฮือ ตายแน่ นอนไม่หลับ"

แฟ่ก! แฟ่ก!

เหนือฟ้าสะดุ้งลุกขึ้นดึงผ้าห่มมาคลุมจนมิดหัว "เสียงอะไรอะ"

ด้านนอกระเบียงมีแมวประจำรีสอร์ตแวะมาฝนเล็บ ทำให้คนกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นขึ้นสมองเริ่มหวาดระแวงจนเริ่มมโนไปต่าง ๆ นานาว่าเป็นเสียงเล็บขูดของผี

หญิงสาวลนลานควานหาโทรศัพท์นอกผ้าห่มแล้วรีบเปิดแชตข้อความไปหาภาคี "พี่คีเหนือกลัวผีค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนเหนือหน่อย"

ภาคีอ่านอย่างไวแล้วรีบตอบกลับมารวดเร็วไม่แพ้กัน

"ขอพี่ใส่เสื้อผ้าก่อนนะ พี่ยังโป๊อยู่เลย"

"อ๊าย...ตาบ้าไม่เห็นต้องบอกเลยว่าโป๊อยู่ ใครอยากรู้เล่า" ปากก็ว่าแต่ก็อดจินตนาการถึงซิกซ์แพ็กแน่น ๆ ใต้เสื้อกล้ามสีดำไม่ได้

เหนือฟ้าในชุดนอนกระโปรงคลุมเข่านั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง ประมาณสิบกว่านาที เสียงเคาะประตูในยามวิกาลก็ดังขึ้น เธอจึงรีบส่องตาแมวเพื่อความมั่นใจ แล้วค่อยเปิดประตู

"ขอโทษนะคะที่รบกวน พอดีเหนือไม่เคยนอนคนเดียวค่ะ แล้วพี่ไนท์ก็หลับไปแล้วด้วย"

"ไม่เป็นไร พี่ขอเข้าห้องได้ไหม" ภาคีไม่รอให้เธออนุญาตกลับเดินเข้าไปในห้องแถมยังพกหมอนข้างมาด้วย "มานอนเถอะ พี่โคตรง่วงเลย พรุ่งนี้พี่มีงานที่คาเฟอีก ถ้าเหนือไม่ว่าอะไร พี่ขอหลับอยู่ข้าง ๆ นะครับ"

เขาพูดปุ๊บก็วางหมอนข้างกั้นตรงกลางแล้วปิดตาสนิททันที

"อ้าว หลับแล้วเหรอคะ...หลับไวจัง" เหนือฟ้าคลานขึ้นมาบนเตียง ล้มตัวนอนโดยหันตะแคงข้างมองหน้าหล่อ ๆ ของภาคีจนกระทั่งปิดตาลง

ทันใดนั้นคนที่มานอนเป็นเพื่อนกลับเปิดตาออก ยกแขนขึ้นเท้าหัวมองดูหน้าหวานและแก้มพองนุ่ม พินิจพิเคราะห์เก็บทุกรายละเอียด ยื่นนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่บดบังจากสายตา

"จะรู้บ้างไหมนะว่าตัวเองสวย สวยของคนอื่นพี่ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ของพี่คือแบบเหนือ"

เสียงทุ้มนุ่มกล่าวท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์ฉายลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ภาคียิ้มปนเศร้าเพราะอีกสามเดือนข้างหน้า เขาก็จะไปเรียนต่อปริญญาโทและไปหาประสบการณ์ด้านการเกษตรที่ญี่ปุ่นสักสองสามปี ก่อนจะกลับมาดูแลไร่ควายที่นครนายก ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของเขา

แสงสีทองสว่างวาบกระทบเปลือกตาของคนขี้เซา เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นหันไปหาคนด้านข้าง รู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อย ๆ ที่เขาไม่อยู่แล้ว

"ถ้าตื่นมาตอนเช้าแล้วเห็นเราน้ำลายยืดแบบนี้ เขินตายเลย" เหนือฟ้าเช็ดคราบน้ำลายที่แห้งติดมุมปาก

เช้านี้หญิงสาวนั่งกินมื้อเช้ากับครอบครัวที่ร้านอาหารของรีสอร์ต หากหันหน้าไปฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นคาเฟที่มีบาริสตาหนุ่มยืนประจำการอยู่

แถมเขายังฉีกยิ้มกว้างส่งมาให้เธออีกด้วย

เหนือฟ้าเผลอยิ้มตอบ ทำให้ภาคีอึ้งไปเล็กน้อยที่สาวเจ้าทำท่าจะเล่นด้วย เขาจึงขยิบตาให้หนึ่งข้าง

แต่คราวนี้เธอจำต้องรีบเบือนหน้าหนี เพราะรู้ตัวแล้วว่าการเล่นระหว่างเธอกับเขา มันเริ่มบานปลาย

ประมาณสิบโมง หญิงสาวเดินไปถ่ายรูปบรรยากาศของไร่ชาและไปดูกรรมวิธีแปรรูปชาเขียว รวมทั้งล่องเรือริมแม่น้ำปายกับครอบครัวและขึ้นมากินมื้อเที่ยงด้วยกัน

หลังจากเติมพลังกันจนเต็มที่ เหนือฟ้าจึงแวะไปที่คาเฟเพื่อหาเครื่องดื่มสักแก้ว เพราะเห็นว่ายังไม่มีคนมาสั่งจึงคิดว่าจะช่วยอุดหนุนคนหล่อสักหน่อย แต่ปลายเท้าสองข้างกลับชะงักค้าง เพราะผู้หญิงที่ไหนไม่รู้กำลังโน้มคอภาคีลงมาจูบอย่างดูดดื่ม แถมพวกเขายังตัวสูงไล่เลี่ยกันอีก

เหนือฟ้ารีบกลั้นน้ำตาเม้มริมฝีปากเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นความเสียใจ ขาสองข้างรีบก้าวฉับ ๆ ออกมาจากคาเฟ จังหวะเดียวกันนั้นผู้ช่วยบาริสตาอีกคนก็เดินสวนเข้ามาพอดี

"ชมปล่อยสักที" ภาคีผลักตัวเธอออกแล้วเช็ดริมฝีปากอย่างหงุดหงิด

"ทำไมรอบนี้หวงเนื้อหวงตัวนักละคะ ที่ชมมาหาเพราะคุณไม่ติดต่อมาเลย ชมคิดถึงเลยต้องมากอดจูบลูบคลำให้หายคิดถึง คืนนี้ว่างไหมคะ ชมให้กินฟรีเลยนะ"

"ที่ผมหยุดติดต่อคุณ เพราะไม่คิดจะซื้อใครกินแล้วไง ผมพอแล้ว ตอนนี้ผมต้องการแม่ของลูก"

ภาคีตวาดแล้วรีบเดินออกจากคาเฟ

"คุณคีครับ เมื่อกี้ผมเห็นแขกคุณคีวิ่งหน้าซีดออกไป สงสัยจะเห็นภาพติดเรตกลางวันแสก ๆ" คำปอเบะปากใส่ชมออนที่ชอบถืออภิสิทธิ์คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงของเจ้านาย

"แขกคนไหนคำปอ"

ภาคีเริ่มหวั่นใจกลัวว่าจะเป็นคนที่เขาคิด

คำปอย่นคิ้ว เกาหัว กลอกตาไปมา "ก็สาวขาวอวบหน้าหวานคนนั้นไงครับ"

"ฉันรู้แล้ว ขอบใจมาก ฝากส่งชมออนกลับด้วย ดีดไปให้ไกล ๆ เลย" ภาคีตบบ่าคำปอ

ชายหนุ่มรีบปั่นจักรยานที่จอดไว้หน้าคาเฟ แล้วใช้มันปั่นหาเหนือฟ้าไปทั่ว ทั้งแชตไปหา โทรไปหาแต่เธอก็ไม่รับสาย

ระหว่างนั้นสาวอวบนั่งกอดเข่าอยู่ที่ริมระเบียงห้องพักชำเลืองมองแชตของภาคีที่เด้งเข้ามารัว ๆ ด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

ก๊อก! ก๊อก!

ขณะที่ความหงุดหงิดกำลังพุ่งทะยาน เธอจึงเดินไปเปิดประตูโดยที่ลืมส่องตาแมวเหมือนทุกครั้ง ทำให้ไม่อาจปิดประตูหนีคนด้านนอกได้ทัน

ฝ่ามือใหญ่ตะครุบขอบประตูเอาไว้อย่างรวดเร็วจนเกือบจะถูกหนีบ "ทำบ้าอะไรของพี่คี อย่านึกว่าเป็นลูกชายเจ้าของรีสอร์ตจะทำอะไรเอิกเกริก หรือเผด็จการกับใครก็ได้นะคะ"

"โมโหพี่เรื่องอะไร" ภาคีลองใจ

"เปล่านี่คะ ไม่ได้โมโห ไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น ขอเหนืออยู่คนเดียวได้ไหม" เหนือฟ้าพยายามดันอกของชายตัวสูงใหญ่ให้ออกห่าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป