บทที่ 5 สะดวก 24 ชม

-บทที่ 5 สะดวก 24 ชม.-

อีกวันเดียวครอบครัวเวหะชลการก็จะเดินทางกลับกรุงเทพ ภาคีจึงมายืนดักรอเหนือฟ้าหลังเธอกินมื้อเช้ากับครอบครัว

วันนี้เหนือฟ้าใส่ชุดเอี๊ยมกางเกงขายาวสวมหมวกปีกกว้าง ดูอย่างผิวเผินบะหนุนน้อยของเขาก็ดูน่ารักเหมือนสาวชาวไร่คนหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังเดินมาถึงตัวเขามากขึ้นเรื่อย ๆ หนุ่มผมยาวตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้า

"เหนือเป็นแฟนกับพี่นะ"

ทั้งพ่อแม่พี่สาว ทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวกันแล้วรีบซอยเท้าเดินหนีไปจากตรงนั้นเพื่อให้เธออยู่กับเขาสองคน

"พี่คีลุกเถอะค่ะ เหนืออาย"

"ไม่ลุก จนกว่าเหนือจะตกลง"

"ก็ได้ค่ะ เหนือจะเป็นแฟนกับพี่คี" สาวอวบอมยิ้มแล้วฉุดแขนภาคีขึ้นมา

"นี่ดอกไม้ที่พี่ปลูกเอง" ดอกไม้สารพัดสายพันธุ์ช่อใหญ่อยู่ในมือของเขา เหนือฟ้ารีบดึงช่อดอกไม้ดังกล่าวมาอย่างว่องไว เพราะไม่อยากยืนเป็นเป้าสายตาของใครต่อใคร

"ขอบคุณค่ะ"

"พรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพแล้วใช่ไหม พี่แวะไปหาได้เปล่า"

"เหนือปิดเทอมแค่สองอาทิตย์ก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วค่ะ พี่คีจะไปหาก็ไปหาที่บ้านแทนได้ไหม คือเหนือไม่อยากให้คนอื่น ๆ นินทาพี่คี"

"ใครเขาจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไปสิ พี่ไม่แคร์"

ความจริงแล้วเธอหวงเขาต่างหาก ไม่อยากให้ใครเห็นเขา ไม่อยากให้ใครคุยกับเขา "ถ้าจะมาหาก็หลบ ๆ หน่อยได้ไหมคะ"

"หลบทำไมอะ พี่ไม่ใช่ดาราสักหน่อย"

ถึงไม่ใช่แต่เขาก็ฮ็อตกว่าดาราบางคนซะอีก

"แต่พี่คีฮ็อตในหมู่สาว ๆ หนุ่ม ๆ ตอนนี้ใครไปใครมาก็พูดถึงพี่คี พี่ภาคี กฤตกล้าธนาดร พี่คีแบบนั้นพี่คีแบบนี้ เวลาเหนือไถพวกโซเชียลก็เห็นแต่หน้าพี่คีเต็มไปหมด แล้วจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่ดาราได้ยังไงกัน"

ภาคีอมยิ้มโน้มตัวลงมา แต่ไพล่มือเก็บไว้ด้านหลังพยายามที่จะเป็นสุภาพบุรุษกับเหนือฟ้าให้มากที่สุด

"แล้วพี่ฮ็อตสำหรับเหนือหรือเปล่า หืม"

"ไม่ฮ็อตค่ะ ธรรมด๊าธรรมดามาก"

"ปากแข็งเนอะเรา เล่นตัวแบบนี้พี่ยิ่งชอบ งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่กรุงเทพนะ ถึงบ้านเมื่อไหร่แชตหาพี่ด้วยนะครับ"

"ตกลงค่ะ"

เหนือฟ้าและครอบครัวเวหะชลการนั่งเครื่องบินมาลงที่ดอนเมือง แต่ลงจากเครื่องไม่ถึงสิบห้านาที ราตรี พี่สาวผิวแทนหน้าคมของเธอก็หายตัวไปหากับซูเปอร์สตาร์คนดังอย่างหมื่นหล้า ปรมะเมคินทร์ น้องสาวอย่างเธอจึงเดินทางกลับบ้านกับพ่อแม่ตามลำพัง และเตรียมตัวเปิดเทอมที่มหาวิทยาลัยเพื่อใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาในปีสุดท้าย

เช้านี้นิสิตสาวติดรถมาลงที่หน้าตึกคณะกับพ่อ ก่อนที่ผู้อำนวยการทัพฟ้าพ่อของเธอจะดิ่งตรงไปประชุมหารือเรื่องการศึกษาในภาคเรียนล่าสุดที่โรงเรียนด้วยความเร่งรีบ จังหวะที่เหนือฟ้ากำลังเดินไปทักทายเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้เจอกันเกือบสองอาทิตย์

รถจี๊ปหรูคันสีดำเงาวับก็ทะยานจอดเทียบฟุตพาธ หนุ่มสวมแว่นตากันแดดสีดำ เสื้อกล้ามดำ กางเกงเดินป่าสีเขียวขี้ม้าก้าวลงมาจากรถ

พลันนั้นเสียงเพื่อน ๆ และผู้คนบริเวณนั้นก็กรีดร้องกรี๊ดกร๊าดทำให้เหนือฟ้าต้องรีบเดินซอยเท้าแล้วคว้าข้อมือภาคีกลับไปที่รถ สาวนักศึกษากระโดดขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ กดล็อกประตูรถฝั่งเธอด้วยความตกอกตกใจ

"ตื่นเต้นถึงขนาดต้องลากพี่มาขึ้นรถเลยเหรอ หรือว่าอยากจู๋จี๋กับพี่สองต่อสอง"

หนุ่มมาดเซอร์กลิ่นตัวหอมฟุ้งเกี่ยวขาแว่นออกแล้วเสียบลงกับเสื้อกล้าม ยกยิ้มแพรวพราวให้เหนือฟ้าจนหญิงสาวต้องรีบยกหนังสือเรียนเล่มโตมาบังหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน

"เอ่อ...เหนือแค่กลัวว่าพวกแฟนคลับพี่คีจะมาวุ่นวาย ทำให้พี่คีเดือดเนื้อร้อนใจต่างหากล่ะคะ ไม่ได้จะจู๋จี๋สักหน่อย"

"เชื่อก็ได้ แต่ไหน ๆ ก็ขึ้นมาบนรถแล้ว กินนี่ให้พี่ดูก่อน กินข้าวเช้ามาหรือยัง" ภาคีเอื้อมมือไปหยิบข้าวเหนียวหมูปิ้งกับน้ำชาอู่หลงแบบขวด ดึงหนังสือที่บังหน้าขี้อายของสาวมหาวิทยาลัยออก พลางยัดมื้อเช้าใส่มือเหนือฟ้า

สาวนักศึกษาก้มมองของกินในมือของตน "หนึ่ง สอง สาม....สิบไม้ พี่คีซื้อหมูปิ้งให้เหนือกินสิบไม้เลยเหรอคะ"

"คนเรียนหนังสือต้องใช้พลังงานเยอะ"

"มันเยอะไปไหมคะ เดี๋ยวเหนือจะง่วงแล้วหลับคาโต๊ะเรียนก่อน"

"งั้นก็กินกาแฟ" เขาบอกแล้วเอื้อมไปหยิบกาแฟสกัดเย็นของตนส่งให้เธอเพิ่มอีกขวด

"ดักทุกทางจริง ๆ" เหนือฟ้าบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมรับกาแฟขวดดังกล่าวมาจากชายหนุ่ม "นี่กาแฟสกัดเย็นแบรนด์ Pitak Mahingsa พิทักษ์มหิงสาเหรอคะ" เหนือฟ้าอ่านชื่อแบรนด์ภาษาไทยที่ทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ

"อืม แบรนด์พี่เอง พี่เพิ่งเริ่มทำน่ะ ส่วนไร่ก็เพิ่งจะเริ่มปลูกกาแฟได้ไม่นาน ตอนนี้ก็กำลังจะย้ายผลผลิตมาลงที่ฟาร์มใหม่ในนครนายก ต่อไปก็จะทำรีสอร์ตเพิ่มด้วย เหนือลองชิมดูสิ เป็นกาแฟสกัดเย็นวานิลลา ที่ไร่พี่ปลูกวานิลลาแล้วก็สกัดเองด้วย"

"แต่เหนือกินกาแฟไม่เก่งค่ะ คือกินแล้วใจมันสั่น เพราะปกติกินแค่น้ำชา แต่จะลองดูแล้วกันค่ะ" เหนือฟ้าบอกเปิดฝาขวดแล้วจิบทีละนิด แม้มีความขมนำ แต่เพราะมีรสหวานหอมของวานิลลาเคล้าคลอกันไปทำให้รสชาติกาแฟสีดำ ๆ ไม่ได้มีรสขมปี๋อย่างที่เธอจินตนาการ

"เป็นไงบ้าง ขมไหม พอกินได้หรือเปล่า" ภาคีกะพริบตาปริบ ๆ ทำหน้าลุ้นอย่างมีความหวัง

"พอกินได้ค่ะ หอมหวานขมนิด ๆ" รอยยิ้มเบิกบานจากดวงหน้าหวานทำให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นระรัว

"แล้วคาบแรกเรียนกี่โมง เลิกเรียนกี่โมง"

"เรียนสิบโมงเช้า เลิกสี่โมงเย็นค่ะ อย่าบอกนะว่าพี่คีจะมารับ"

"มารับได้ป๊ะล่ะ" เขาหยั่งเชิงถามเพื่อเป็นการขออนุญาตทางอ้อม

"ถ้าพี่คีสะดวกนะ"

"พี่สะดวกยี่สิบสี่ชั่วโมง งั้นตอนเย็นเจอกันนะ ตั้งใจเรียนล่ะ บะหนุนน้อย" ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนหัว เหนือฟ้าอมยิ้มไม่ได้พูดอะไร แล้วรีบเปิดประตูหอบหิ้วของกินลงไปจากรถ มองดูรถจี๊ปหรูสีดำแล่นฉิวออกไปจากมหาวิทยาลัย

"เฮ้ย ยัยเหนือ นั่นพี่ภาคีที่ชนะรางวัลประกวดหนุ่มฮ็อตระดับประเทศใช่ไหม" กลุ่มเพื่อนที่เธอไม่รู้จักกรูเข้ามาถามเหมือนสนิทกัน

"อืม ใช่แล้ว"

"แล้วเขาเป็นไรกับแกอะ"

"เป็นแฟน" เหนือฟ้ารีบตัดบทฟันธงสถานะเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แม้จะยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายให้สถานะนี้กับเธอแน่นอนแล้วหรือยัง

"แฟน จริงอะ ไม่น่าเชื่อเลย" เพื่อนในคณะเดียวกันที่เธอไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อสวนกลับด้วยสีหน้าดูถูก

"ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร งั้นเราขอตัวนะ เพื่อนเรารออยู่" สาวอวบโต้กลับอย่างไม่แคร์ แม้ลึก ๆ เธอหวั่นใจอยู่เสมอว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติดีพร้อมที่จะคบกับพี่ภาคี ถึงเขาจะออกปากว่าไม่สนว่าใครจะพูดอะไร และเดินหน้าแสดงความจริงใจว่าจะคบกับเธอ แต่กระนั้นสังคมรอบข้างก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะแบบนี้เธอถึงอึดอัดใจ รู้สึกขาดความมั่นใจในการคบกับผู้ชายที่มีแต่ผู้หญิงหมายปอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป