บทที่ 6 อะไรของแม่เนี่ย
-ตอนที่ 6 อะไรของแม่เนี่ย-
นิสิตสาวเดินลงมาจากตึกคณะโบกมือลาผองเพื่อนในกลุ่ม จากนั้นตรงไปที่ร้านน้ำปั่นเจ้าโปรดเพื่อสั่งข้าวโพดนมสดปั่น แต่ขาเจ้ากรรมกลับสะดุดกึก เพราะห่างจากเธอไม่กี่เมตรคือ สารถีรูปหล่อสุดฮ็อตที่กำลังยืนกินหม่าล่าอยู่ข้างร้านน้ำปั่น โดยที่รอบตัวเขามีแต่นักศึกษาชายหญิงที่กำลังยืนห้อมล้อมราวกับพบดาราดัง
"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ ผมขอสแกนจ่ายนะ" ภาคีล้วงหาโทรศัพท์เพื่อสแกนจ่าย แต่ทันใดนั้นดาวมหาวิทยาลัยอย่างลินินก็เสนอตัวด้วยการยื่นแบงก์พันส่งให้ชายหนุ่ม
"หนึ่งร้อยบาทจ้ะ พ่อหนุ่ม นี่จ้ะ" ป้าแม่ค้าบอกพลางหยิบคิวอาร์โค้ดให้ลูกค้าหนุ่มสแกนจ่าย
"เดี๋ยวลิเลี้ยงมื้อนี้เองค่ะ" นิสิตคนสวยกล่าวด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ เหนือฟ้าที่ยืนมองดูอยู่นั้นได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ แล้วรีบยกกระเป๋าปิดหน้า เดินไปสั่งน้ำข้าวโพดแก้วโปรดโดยไม่สนใจภาคี
"ไม่เป็นไรครับ ผมมีเงิน" ภาคีตัดบทแล้วหยิบโทรศัพท์มาสแกนจ่าย สายตาที่เขาตวัดมองลินินนั้นดูเย็นชาและแฝงด้วยความน่ากลัว
โชคดีที่เธอแชตมาสั่งมาน้ำปั่นกับแม่ค้าก่อน พอไปถึงก็ได้รับน้ำข้าวโพดปั่นกลิ่นหอมพอดี ทำให้เธอสามารถหลบหลีกการปะทะกับผู้หญิงจำนวนมากที่เดินตามถ่ายรูปภาคีจนกระทั่งมาถึงลานจอดรถ
เหนือฟ้านั่งดูดน้ำข้าวโพดแล้วใช้เสื้อคลุมไหมพรมโพกหัวเพื่อปิดหน้าปิดตาของตนเอง ทว่าภาคีที่เดินสับเท้ามาถึงซุ้มศาลานั่งพักหน้าตึกกลับจดจำได้ว่าหุ่นเหมือนขนุนน่ารักนั่นคือ แฟนสาวขี้อายของเขานั่นเอง
"บะหนุนน้อย" เขาโผล่หน้ามาจนจมูกชนกับหน้าผากเธอ เหนือฟ้าสะดุ้งเฮือก
"พี่คีขึ้นรถเร็วค่ะ" นิสิตสาวหันซ้ายหันขวาแล้วลากแขนภาคีไปขึ้นรถ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเดินตามเธอไปอย่างว่านอนสอนง่าย
ทันทีที่ทั้งสองขึ้นมาอยู่บนรถ สาวอวบก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ภาคีจึงสตาร์ตรถแล้วขับออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อให้ห่างไกลจากจุดสนใจ ก่อนที่เขาจะจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ แล้วยกแขนเท้าพวงมาลัยหันไปมองเหนือฟ้าที่มีท่าทางเลิ่กลั่กตลอดเวลา
"ทำไมต้องรีบขนาดนั้น เหนือหึงเหรอ"
ผู้ชายคนนี้ช่างหน้าหนาเสียจริง "อือ....เฮ้ย เอ่อ คือไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่นะคะ"
เหนือฟ้าโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ภาคีจึงขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วผูกปมของผ้าคลุมหัวให้แน่นกว่าเดิม ทำให้แก้มขาวอมชมพูยิ่งดูป่องคล้ายกับแก้มปลาทองมากกว่าเก่า
"หึหึ" เขาขำแล้วช้อนตามองเธอ ทุกครั้งที่เขามองแบบนี้ โรคหัวใจแพ้ผู้ชายขี้อ่อยก็กำเริบขึ้นมาทันที
"ขำอะไรคะ" เหนือฟ้าบึนปากแล้วหยิบน้ำข้าวโพดปั่นมาดูดต่อ
"ก็ขำเหนือนั่นแหละ" เขาใช้นิ้วจิ้มลงบนหน้าผากเธอ
"เหนือคงจะตลกมากสินะ คงไม่สวยเหมือนยัยดาวหมานั่น" เหนือฟ้าจิกกัดลินินดาวมหาวิทยาลัยไฮโซ
"อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ความสวยที่แท้จริงอยู่ที่การกระทำ ทำดีก็ยิ่งสวย ถ้าสวยระดับจักรวาลแค่ไหน แต่นิสัยไม่ดีก็คือคนไม่สวย สวยแต่รูปจูบไม่หอม พี่ไม่คบหรอก ดังนั้นเหนือก็ทำดีกับพี่ให้มาก ๆ นะ ดีก่อเจ้า คนงามแต๊ ๆ"
"ไม่ต้องมาชมเลยค่ะ เหนือรู้ว่าเหนือสวยได้แค่นี้แหละ อื้อ"
จู่ ๆ เขาก็บีบแก้มเธอจนบู้บี้ทำให้พูดต่อไม่ได้
"อ่อยเอื๋ออ๊ะอี้อี" เหนือฟ้าเริ่มตะบึงตะบอน ภาคีจึงหยิบแก้วน้ำข้าวโพดปั่นที่เสียบอยู่ในช่องใส่เครื่องดื่มข้างประตูของน้ำเหนือมาดูดจนหมดไปครึ่งแก้ว เจ้าของน้ำปั่นมองตาเหลือก
"อร่อยอะ" เขายอมปล่อยแล้วตั้งตาตั้งตาดูดไปเรื่อย ๆ
"นี่มันของเหนือนะ มากินของคนอื่นเขาได้ไง"
"ก็เพราะเหนือดูดน้ำแก้วนี้ไง อ้ายก็เลยอยากกิ๋น" เขาชอบต่อล้อต่อเถียงกับเธอเป็นภาษาเหนือ ทุกครั้งที่เขาพูดเหนือความน่ารักเพิ่มระดับเป็นล้านเท่า จนต้องยอมแพ้ทุกรอบ
"เดี๋ยวพี่ขับรถก่อน เหนือกินหม่าล่าไปก่อนนะ เดี๋ยวถึงคอนโดก่อนพี่จะทำมื้อเย็นให้กิน" ภาคีหยิบถุงหม่าล่าส่งให้เหนือฟ้าแล้วมุ่งหน้าไปที่คอนโดมิเนียมหรูที่แม่เคยอยู่สมัยทำอาชีพเป็นนางแบบ
เหนือฟ้าไม่เคยไปไหนมาไหนกับผู้ชายสองต่อสองโดยปราศจากเพื่อนมาก่อน ถึงแม้เธอเคยมีแฟนสมัยเรียนมัธยมปลาย แต่ก็ไปไหนเป็นหมู่คณะ หญิงสาวจึงแชตไปบอกพ่อกับแม่ว่าจะกลับบ้านมืดหน่อย
"แม่คะ เหนือกลับบ้านดึกหน่อย เหนือมากับพี่คีค่ะ"
"จริงเหรอ ดี ๆ อยู่นั่นแหละ เอาเสื้อผ้าไหมจ๊ะ เดี๋ยวแม่ให้ลูกน้องพ่อเอาไปให้ที่คอนโด"
"อะไรของแม่เนี่ย เหนือยังเรียนอยู่นะ เหนือยังเป็นแค่นักศึกษาเวอร์จิ้นอยู่เลย"
"เอาน่า ทุกคนต่างก็ต้องมีครั้งแรก ยังไงก็ถุงยางกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงเด็ดสุด ดีสุด ต้องห้ามพลาดนะลูกจ๋า แม่ไปละ วันนี้วันครบรอบแต่งงานของแม่กับสุดที่รัก แม่จะไปล่องเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยากับผัว แล้วเราสองคนก็จะไปป่ำปั๊มกันที่โรงแรม บ้ายบาย"
แชตของเหนือฟ้าจบลงอย่างงงงวย หญิงสาวเกาหัวแก้เขิน ผิวแก้มขาวเนียนเห่อแดงเหมือนผลมะเขือเทศสุก ดวงตากลมโตเหลือบมองคนขับรถด้านข้างที่กำลังเลี้ยวรถเข้าคอนโดมิเนียม
"มองพี่อีกแล้ว" ภาคีดับเครื่องยนต์รถแล้วหันหน้ามาสบตา "มีอะไรก็พูดกับพี่ตรง ๆ"
"อ...เอ่อ ฮ่าฮ่า คือแม่บอกว่า แม่เหนือ"
ครืด!! ครืด!!
เสียงโทรศัพท์ของภาคีสั่นดัง เขารีบกดรับแล้วฉีกยิ้มกว้างทันที "ครับ อ้อ เดี๋ยวผมจัดการหาของอร่อย ๆ ให้น้องกินเอง ใส่เสื้อผ้าผมก็ได้ครับ ขอบคุณนะครับที่ไว้วางใจให้ผมดูแลเหนือ"
"ใครโทรมาคะ อย่าบอกนะว่าแม่ของเหนือ"
"จะมีใครอีกที่ห่วงลูกสาวถึงขนาดบอกว่าให้พี่ถนอมลูกสาวด้วย จะทำอะไรก็อย่าลืมป้องกันให้ดี"
"หา แม่พูดแบบนั้นเหรอคะ"
"ใช่ แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่คงจะไม่ทำอะไรแบบนั้นกับเหนือ"
ทำไมเธอรู้สึกน้อยใจกับประโยคที่เขาพูด ทั้งที่นาน ๆ จะพบคนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษหลงพลัดถิ่นเข้ามา เธอก็ควรดีใจสิ
เหนือฟ้าเดินตามภาคีเข้ามาในลิฟต์มุ่งตรงสู่ห้องพักชั้นที่เก้า เขาแตะคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูนำเธอเข้าไปก่อน พร้อมกับรินน้ำส้มใส่แก้วให้ดื่ม
"พี่คั้นน้ำส้มไว้เมื่อเช้า ส้มพวกนี้ส่งมาจากสวนบนดอย รับรองได้ว่าปลอดสารพิษแน่นอนครับ"
"ขอบคุณค่ะ" เหนือฟ้ารับแก้วมาจากมือ ทำให้มือกับมือสัมผัสกันเล็กน้อย ทั้งสองต่างขนลุกเกรียว ภาคีจึงรีบเดินหนีกลบเกลื่อน
"อ้อ เดี๋ยวแม่ของเหนือบอกว่าจะแวะเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้ ถ้าเหนือไม่อยากค้างที่นี่ พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ พี่ขับรถไปส่งเหนือที่บ้านได้"
"เหนืออยากค้างค่ะ ก็แค่ค้างไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น อีกอย่างเหนือมีรายงานต้องทำด้วย เผื่อพี่คีจะช่วยเป็นติวเตอร์ให้เหนือได้" สาวอวบยิ้มกว้างแล้วเดินหอบแฟ้มรายงานที่ทำค้างไว้ยังไม่เสร็จส่งให้ภาคีดู เขารับมาแล้วเปิดดูอย่างตั้งใจ
"รายงานการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ เหนือเรียนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเหรอครับ"
"ใช่ค่ะ เหนืออยากเป็นนักจัดอีเวนต์ค่ะ อยากทำได้ทุกรูปแบบ"
"แล้วอยากจัดธีมไหน"
"อืม อีเวนต์ส่งเสริมสินค้าเกษตรดีไหมคะ เพราะพี่คีก็ถนัดทางนี้อยู่แล้ว"
"รู้ประวัติการศึกษาพี่ด้วยเหรอบะหนุนน้อย" ภาคีวางแฟ้มลงสาวเท้าเข้ามาจนเหนือฟ้าต้องรีบถอยหลังกรูด จนแผ่นหลังชนกับกำแพง
"ก็มันโชว์หราอยู่ตามโซเชียลเยอะแยะ ใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้นแหละค่ะ" เหนือฟ้าหาข้อแก้ตัว
"โชว์หราอยู่ในโซเชียล หรือว่าหัวใจเหนือกันแน่" เขาพยายามต้อนให้จนมุม สาวอวบจึงรีบกระเถิบตัวหนีแล้วหยิบแฟ้มรายงานมากอดแน่น
"เหนือไม่คุยกับพี่คีแล้ว เหนือนั่งทำงานที่ไหนได้บ้างคะ" นิสิตสาวมองหาโต๊ะทำงาน
"เดินเลี้ยวไปที่ห้องซ้ายมือ มีโต๊ะคอม เหนือเปิดใช้ได้ตามสบาย ยังไงเหนือทำรายงานไปก่อนนะ พี่จะทำกับข้าวให้กิน" เขายิ้มพลางขยิบตาข้างหนึ่งส่งให้เพื่อโปรยเสน่ห์ แล้วหยิบผ้ากันเปื้อนมามัดรอบเอวเพื่อสวมวิญญาณพ่อครัวหัวป่าก์
