บทที่ 9 ความในใจที่อยากจะบอก

เหนือฟ้านอนร้องไห้ตาบวมจนถึงสามทุ่ม จึงลุกเดินไปอาบน้ำแล้วกลับมาอ่านชีตสรุปสำหรับการสอบเก็บคะแนนในสัปดาห์หน้า

"เหนือ พี่จะเอาเสื้อผ้าไปซักให้ เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ"

คนด้านในแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อย "เหนือซักเองได้ค่ะ พี่คีป่วยอยู่ก็ไปพักเถอะ"

จังหวะที่กำลังจะปิดประตู ภาคีสังเกตเห็นดวงตาที่บวมช้ำ เขาจึงจับขอบประตูไว้ไม่ให้เหนือฟ้าปิด "เป็นอะไรรึเปล่า"

"ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เหนือจะอ่านหนังสือสอบ" เหนือฟ้าพยายามดึงประตูที่ภาคีกำลังง้างออก แต่ด้วยสู้แรงคนตัวใหญ่กว่าไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องยอมให้เขาเปิดประตูเข้ามาข้างใน

คนที่กำลังเสียใจรีบเดินหนีไปโต๊ะทรงกลมริมหน้าต่างห้องนอน พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล "เหนือหันมาหาพี่หน่อย"

"พี่คีจะไปญี่ปุ่นเหรอคะ"

ภาคีอึ้ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน นึกย้อนไปถึงตอนที่เขาให้เธอไปหยิบยาในลิ้นชัก สงสัยคงจะไปเจอเอกสารมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นกับพาสปอร์ตที่เขาแอบเก็บไว้

"ใช่ พี่จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่นั่น"

"แล้วพี่คีคิดจะบอกเหนือเมื่อไหร่ หรือคิดจะบอกตอนที่เหนือถลำลึกไปมากกว่านี้" เหนือฟ้าถามเสียงสั่นพยายามเดินหนีไปที่อื่นไม่ให้เขาเห็น ภาคีรีบเดินไปดักหน้า ทำให้พบว่าดวงหน้าจิ้มลิ้มกำลังเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา สีหน้าแววตาของเธอมีแต่ความหม่นหมอง

"เมื่อกี้เหนือว่าถลำลึกอะไร หมายความว่ายังไง"

"พี่คีอะโง่ พี่คีงี่เง่า" เหนือฟ้าพุ่งเข้าไปรัวกำปั้นใส่แผ่นอกของภาคี แต่เขากลับยืนนิ่งไม่ตอบโต้ เธอจึงหยุดทุบแล้วทิ้งมือลง

"พี่โง่ พี่งี่เง่า" เขาตอกย้ำคำพูดของเธอ แล้วหยิบมือข้างลำตัวขึ้นมา "ตกหลุมรักพี่แล้วเหรอ"

เขากระซิบถามให้ไออุ่นจากริมฝีปากรดลงบนหลังมือ หัวใจของผู้ถูกถามกระตุกวูบ ดวงตากลมที่ยังบวมช้ำช้อนมองกรอบหน้าขาวที่กำลังรอคอยอย่างใจเย็น

หยดน้ำตาใสไหลอาบพวงแก้มอมชมพู มือข้างหนึ่งของเหนือฟ้าลูบไปที่แก้มของภาคีอย่างอ่อนโยน "เหนือตกหลุมรักมานานแล้วค่ะ"

"พี่รู้" เขาดูเธอออกตั้งนานแล้ว เขาผ่านผู้หญิงมาหลายคน แต่ไม่เคยมีใครทำตัวเหนียมอายกับเขาเท่าเธอมาก่อน ยิ่งเหนือฟ้าเขินอายและพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรับรู้มากขึ้นเท่านั้น

"รู้ดีจัง" เหนือฟ้าอมยิ้มแล้วดึงมือกลับแต่ภาคีกลับยึดไว้ แล้วจับวางที่อกข้างซ้ายของเขา

"ได้ยินเสียงหัวใจพี่รึเปล่า"

"ได้ยินค่ะ"

"แล้วคิดว่ายังไง" ปากหยักได้รูปขยับถาม

"หัวใจพี่คีเต้นแรงมากค่ะ" เธอได้ยินหัวใจในอกแกร่งชัดเจน เพราะค่ำคืนนี้เงียบสงัดกว่าทุกคืน

"ใจ๋อ้ายเต้นแฮงกับน้องคนเดียว" คำบอกรักที่ไม่มีคำว่ารักของเขาทำให้เหนือฟ้าถึงกับอ่อนยวบยาบ ริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้างเพราะมุกเสี่ยว ๆ ที่เขายิงออกมา

"ฮ่าฮ่า พี่คีตลก" แก้มป่อง ๆ ของเหนือฟ้าตอนที่ฉีกยิ้มออกมาส่งผลให้เหมือนกับเต้าหู้ขาวสองก้อนที่โปะไว้บนใบหน้ารูปเพชร ทุกครั้งที่เธอยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะไม่หลงใหล

"พรุ่งนี้วันเสาร์ เราไปเที่ยวกันไหม"

"ยังไม่หายป่วยเลย จะไปเที่ยวแล้วเหรอคะ"

"อือ พี่ฟื้นตัวไว" เขาตอบแล้วดึงมือเหนือฟ้าให้นั่งลงบนเตียง "ไปนครนายกไหม ไปเที่ยวน้ำตกกัน พี่มีบ้านอีกหลังอยู่ที่โน่น อนาคตว่าจะทำเป็นไร่ไถ่ควายจากโรงเชือดแล้วก็ทำรีสอร์ตกับปลูกผักผลไม้ที่นั่นด้วย"

"น่าสนุกจัง เหนือจำได้ว่าครั้งล่าสุดไปเที่ยวเขื่อนที่นั่น แล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลย แต่พี่คีต้องโทรไปขออนุญาตพ่อก่อนนะคะ ถ้าไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วต้องค้างคืนด้วย ยังไงต้องผ่านด่าน ผอ.ทัพฟ้าก่อน เหนือถึงจะไปกับพี่คีได้"

"พรุ่งนี้เช้าพี่จะขับรถไปหาพ่อกับแม่เหนือที่บ้าน" ภาคีบอกแล้วจับมือแฟนสาวพลัสไซซ์ขึ้นมาหอม เขาหอมมือเธอซ้ำ ๆ เหนือฟ้านึกในใจ นี่เขาไม่มีที่อื่นจะหอมแล้วหรือยังไง

"พี่คีหอมเป็นที่เดียวเหรอ" ไม่รู้นึกยังไงถึงโพล่งถามออกไป และคำถามนี้เองก็ทำให้อีกฝ่ายถึงกับตะลึง

"เหนืออยากให้พี่หอมที่อื่นเหรอ อยากให้หอมตรงไหนครับ" เขาขยับใบหน้าเข้ามาประชิด ดวงตากลมเบิกกว้างรีบกระเถิบหนี แต่เขาก็เขยิบตามมาอีก

"เปล๊า....อุ๊ย พี่คี" จู่ ๆ เขาก็รวบหัวไหล่เธอเข้าไป จะผลักออกก็กลัวจะเสียโอกาส แต่ไม่ผลักก็จะดูไร้ยางอาย

เหนือฟ้าทำเป็นดันอกภาคีเบา ๆ พอเป็นพิธี ภาคีรู้ดีว่าบะหนุนน้อยกำลังชอบใจ

"พี่จะบอกว่า พี่ผ่านผู้หญิงมาเยอะมาก แล้วทำไมพี่จะไม่รู้ว่าเหนือต้องการอะไร" เขาถามพลางเก็บเส้นผมของเธอทัดไว้หลังหู แต่ก็ยังกระชับอ้อมกอดไม่ยอมปล่อย

"ทายสิคะ ว่าเหนือต้องการอะไร"

ภาคีกลอกตาไปมาแล้วรีบก้มลงฟัดแก้มเหนือฟ้าด้วยความว่องไว เจ้าของแก้มเต้าหู้นั่งตัวเกร็ง กะพริบตาปริบ ๆ

"ต้องการแบบนี้ ถูกต้องไหม"

คนที่เพิ่งโดนหอมแก้มรีบเม้มปากแน่น พยักหน้าหงึก ๆ

"หึหึ น่ารักจัง เอาละ พี่ไม่กวนเหนือแล้ว พี่มีงานต้องทำ" ภาคีคลายอ้อมกอด

"โอเคค่ะ พี่คีทำงานไปนะคะ เดี๋ยวเหนือจะอาสาซักผ้าให้เอง" เหนือฟ้าลุกขึ้นแล้วหยิบตะกร้าผ้าของตนตรงไปยังเครื่องซักผ้าที่อยู่ในซอกมืด ๆ ติดกับห้องน้ำ "ของพี่คีล่ะ"

"จะซักให้พี่ด้วยเหรอ" ภาคีเหลือบมองตะกร้าผ้าใบใหญ่ของเขาที่ตั้งอยู่ข้างขาของเหนือฟ้า แล้วนึกอะไรสนุก ๆ เพื่อลองใจ หนุ่มผมยาวเลิกคิ้วสูงแล้วเดินไปหยิบตะกร้าผ้าใบเล็กมาเพิ่ม "งั้นซักอันนี้ให้ด้วยนะครับ"

"ได้เลยค่ะ" เหนือฟ้าขานรับแล้วก้มดูตะกร้าใบเล็กที่ใส่กางเกงในผู้ชายไว้สองสามตัว "เอ่อ..." ดวงตากลมตวัดมองหน้าเจ้าของซับใน

"ไม่สะดวกใจซัก เดี๋ยวพี่ซักเองดีกว่า" เขาก้มลงหยิบตะกร้าผ้า แต่เหนือฟ้ารีบแย่งมากอดไว้

"ซ...ซักได้ค่ะ ก็แค่โยน ๆ เข้าไปในเครื่องก็จบแล้ว" เหนือฟ้ายิ้มแป้น

ภาคีสาวเท้าเข้ามายกมือคร่อมลงบนถังเครื่องซักผ้า แม่บ้านเฉพาะกิจเอนตัวหนี แต่ยิ่งหงายหลัง เขาก็ยิ่งก้มต่ำลงมาเหมือนจะแกล้งเธอ

"ไม่ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มนะ พี่กลัวคัน" เสียงเข้มกระซิบรดขมับ แม่บ้านอาสาเบิกตาโพลงจินตนาการไปถึงอาการคันของเขา

"ค่ะ ไม่ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม" เธอย้ำ

"จะขยี้ก็ได้นะ" ภาคีเสริม ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วจากไป ทิ้งปริศนาให้เหนือฟ้าขบคิด

"ขยี้กางเกงในเหรอ"

แม่บ้านจำเป็นใช้นิ้วเกี่ยวกางเกงในสีเทาขึ้นมาแล้วนึกถึงคำว่า 'ขยี้' แบบนี้ก็เหมือนกำลังจับมิตรสหายใต้หว่างขาของเขาอยู่เลยน่ะสิ "อ้ายคีคนบ้าคนบอ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป