บทที่ 5 ตอนที่5

“คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” อรุณย้ำถามพัชชาเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องแต่งงานสำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ

“ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขนิดหนึ่ง”

“ได้สิผมตกลง”

“ตกลงง่ายๆ เลยแบบนี้เลย? ไม่ถามฉันก่อนเหรอคะว่าเงื่อนไขอะไร”

“ลำพังแค่สัญญาแต่งงานคุณที่เป็นผู้หญิงก็เสียเปรียบผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณอยากเพิ่มเงื่อนไขอะไรผมโอเคหมด” คำตอบจริงใจที่ไม่คิดจะเอาเปรียบเธอนั้นทำหญิงสาวซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย สมคำร่ำลือที่นัททิวมักจะเยินยอผู้เป็นเจ้านายให้เธอฟังบ่อยๆ จริงๆ

“ไม่ใช่เงื่อนไขอะไรสำคัญหรอกค่ะ คุณบอกว่าหลังจาก1เดือนต้องพาฉันไปให้แม่คุณเจอ งั้นก่อนถึงวันนั้นฉันอยากให้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องในฐานะคนรักแค่ฐานะเพื่อนก็ได้ ในเมื่อเราจะร่วมงานกันก็ควรต้องรู้จักกันไว้”

“ได้สิ ผมเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่…เรื่องแต่งงานพ่อแม่คุณจะว่าอะไรมั้ย"

“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพวกเขาน่าจะดีใจมากกว่าถ้าฉันแต่งงาน ไว้ใกล้ๆ ถึงวันนั้นฉันค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้”

“คุณไม่มีแฟนใช่มั้ย”

“ถ้าฉันมีคงไม่รับข้อเสนอของคุณหรอกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ…ไม่ได้คบใครอยู่ใช่มั้ย”

“ไม่มี ผมก็เหมือนคุณแหละถ้ามีแฟนจะตามหาเจ้าสาวมาแต่งด้วยทำไม” ทั้งสองโต้ตอบกลับหยอกเย้ากันอย่างผ่อนคลาย และพูดคุยกันเพิ่มความสนิทสนมอยู่สักครู่ก่อนจะแยกย้ายกัน

“ได้เวลาต้องเข้าคลาสสอนแล้ว งั้นฉันกลับก่อนนะคะ”

“ให้ผมไปส่งมั้ย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าคุณงานยุ่ง คุณกลับไปทำงานของคุณเถอะค่ะ”

"'โอเค งั้นเสาร์นี้เราไปเดตกันนะ ก็ทำความรู้จักกันไงและก็คุยสัญญาข้อตกลงกันด้วย”

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ

ก่อนหน้านี้พัชชาเองก็ลังเลใจกับการตัดสินใจเช่นกัน แต่หลังจากเจอนัททิวที่โน้มน้าวใจความคิดเธอก็เปลี่ยนไป ตัวเธอเองก็ไม่ได้มีพันธะหรือมีชื่อเสียงให้เสื่อมเสียหากว่าวันหนึ่งต้องขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงหย่าร้าง เรื่องพวกนี้ไม่มีผลกระทบกับเธออยู่แล้ว อีกอย่างพ่อแม่เธอก็รบเร้าให้เธอมีแฟนมาตลอดถึงขั้นแนะนำผู้ชายให้ ถ้าพวกเขารู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานก็สามารถตัดปัญหาเรื่องหาคู่ที่พ่อแม่จัดการให้ได้เช่นกันถึงแม้จะเป็นแค่ชั่วคราวก็ยังดี อีกอย่างก็ถือว่าเป็นการทำงานและได้ผลตอบแทนแค่นั้น แม้จะอ้างเหตุผลมากมายแต่เอาเข้าจริงพัชชานั้นก็พอใจในตัวอรุณด้วยเหมือนกัน

ช่วงค่ำของวัน เวียร์ราคอนโด

อรุณมาถึงคอนโดของรันดาหลังจากที่เคลียร์งานที่บริษัทเสร็จเรียบร้อย พอเห็นหญิงสาวเปิดประตูให้พร้อมกับรอยยิ้มสดใสทักทายก็เผยยิ้มตอบรับกลับอย่างไม่รีรอ

เมื่อได้เวลาทั้งคู่ก็ร่วมทานมื้อค่ำด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย ฝีมือการทำอาหารของรันดายังคงถูกปากอรุนเช่นเคย รันดาเองก็เผยยิ้มกว้างมีความสุขเมื่อเห็นอรุณยังคงพอใจและเพลิดเพลินกับรสอาหารที่เธอทำ

“ไม่ต้องช่วยค่ะรันเก็บเอง พี่อรุณไปนั่งรอตรงโน้นก็พอ” รันดาพยักหน้าไปที่โซฟาบอกให้ชายหนุ่มไปนั่งรอเธอก่อน ส่วนเรื่องเก็บกวาดถ้วยชามหลังทานมื้อค่ำเสร็จเธอที่เป็นเจ้าบ้านจะจัดการเอง

รันดากลับออกมาจากครัวหลังจากทำกิจธุระเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวถอนหายใจด้วยความประหม่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องบอกความต้องการของตัวเองให้อรุณได้รับรู้

“ไหนว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่ไง” อรุณเห็นท่าทีประหม่าของรันดาก็ยิ่งอยากรู้ เรื่องอะไรกันที่หญิงสาวอยากจะคุยด้วยถึงได้มีท่าทีอ้ำอึ้งเช่นนี้ รันดาเองเมื่อถูกทักขึ้นมาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป

“ถ้าพี่อรุณยังหาเจ้าสาวที่จะมาแต่งงานด้วยไม่ได้ งั้นให้รันเป็นเจ้าสาวพี่อรุณแทนได้มั้ย” คำขอของรันดาทำอรุณชะงักในทันที ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าเรื่องที่รันดาอยากคุยนั้นจะเป็นเรื่องนี้ เพราะหญิงสาวเองก็น่าจะรู้คำตอบของเขาอยู่แล้ว

“รัน พี่บอกแล้วไงว่าพี่…”

“รันรู้ว่าพี่อรุณไม่ชอบรัน แต่รันก็เต็มใจเป็นเจ้าสาวของพี่จริงๆ นะคะ ให้โอกาสรันหน่อยได้มั้ย”

“ขอโทษนะพี่คงทำแบบนั้นไม่ได้ อีกอย่างพี่ก็หาเจ้าสาวของพี่ได้แล้ว”

“รันไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าสาวพี่ถึงเป็นรันไม่ได้ รันมีตรงไหนไม่ดีพี่ถึงไม่มองรันบ้าง หรือเป็นเพราะรันเป็นเพื่อนศศิเลยทำให้พี่รู้สึกผิดถ้าจะคบกับรัน”

“ไม่เกี่ยวเลย ก็พี่ไม่ได้ชอบรันไง…แค่นี้เอง”

“แล้วผู้หญิงที่พี่จะเอามาแต่งงานด้วยพี่ชอบเธอเหรอคะ” คำถามของรันดาทำอรุณนิ่งเงียบไปทันที ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าจะโต้กลับหญิงสาวยังไง เพราะถ้าจะให้พูดกันตามตรงตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งกับพัชชาเช่นกัน

“เห็นมั้ยพี่ก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้น”

“ตอนนี้ใช่แต่ต่อไปไม่แน่ พัชชาเป็นคนน่ารักไม่ยากหรอกถ้าวันหนึ่งพี่จะชอบเธอขึ้นมา” คำตอบของอรุณทำรันดาน้ำตาตกในทันที หญิงสาวได้แต่คิดว่าตลอด7ปีที่เธออยู่เคียงข้างชายหนุ่มมา

ไม่เคยมีความหมายสำหรับชายหนุ่มเลยงั้นหรือ ความจริงใจที่เธอมีให้ไม่พอให้ชายหนุ่มหวั่นไหวสักนิดเลยหรือไง

อรุณเองเมื่อเห็นรันดาหลังน้ำตาไม่ขาดสายก็รู้สึกผิด มือใหญ่ก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม ชายหนุ่มไม่อยากให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดเช่นนี้เลย

“รันไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับพี่รันก็อยู่เคียงข้างพี่ได้ ยังไงรันก็ยังเป็นน้องสาวที่พี่จะรักตลอดไป พี่รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณรันมากที่รันคอยอยู่ข้างๆ พี่ตลอดในวันที่พี่เจอเรื่องแย่ๆ เชื่อเถอะว่าเราเหมาะที่จะเป็นพี่น้องกันจริงๆ” คำพูดตอกย้ำของอรุณยิ่งทำรันดาแค้นเคืองในใจ หญิงสาวปัดมือใหญ่ที่กำลังเช็ดน้ำตาออกอย่างไม่สบอารมณ์

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้วันที่รันรู้ใจตัวเองว่าชอบพี่รันควรจะบอกพี่ตั้งแต่ตอนนั้น อย่างน้อยพี่ก็น่าจะลังเลบ้างถ้าคิดจะคบกับศศิ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจรันไม่น่าพาศศิมารู้จักกับพี่เลย รันไม่น่าทำตัวเป็นนางเอกที่ยอมถอยเพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทตัวเองชอบผู้ชายคนเดียวกัน”

“ไม่เกี่ยวกับศศิ ต่อให้ไม่มีศศิพี่ก็ไม่ชอบรันอยู่ดี เพราะตั้งแต่แรกพี่ก็เอ็นดูรันแค่น้องสาวเท่านั้น”

“งั้นรันถามหน่อย หลังจากที่ศศิจากไป…ไม่มีสักนิดเลยเหรอคะที่พี่อรุณหวั่นไหวให้รัน”

“ไม่มี” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย

“ค่ะ ไม่มีก็ไม่มี ถ้าพี่ยืนยันที่จะเลือกผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่รัน งั้นคำว่าพี่น้องสำหรับเราก็ไม่จำเป็นแล้ว เพราะรันเองก็ชัดเจนกับพี่ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ได้อยากเป็นแค่พี่น้อง ถ้าพี่ให้ในสิ่งที่รันต้องการไม่ได้งั้นเราก็เป็นแค่คนรู้จักกันก็พอ เชิญคุณอรุณกลับได้แล้วค่ะ ฉันจะพักผ่อนแล้ว” น้ำเสียงที่ไร้เยื่อใยกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปทำอรุณหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าตัวชายหนุ่มจะชัดเจนในความรู้สึกแต่ก็ไม่ได้อยากให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้ เห็นสายตาและท่าทีที่เหินห่างของรันดาก็รู้สึกเคว้งขึ้นมาในใจ

หลังอรุณกลับออกไปหญิงสาวก็ฟุบลงที่พื้นหลังพิงโซฟาปล่อยน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย ทำไมอรุณถึงไร้เยื่อใยกับเธอนัก เธอรู้ดีว่าความเย็นชาที่ชายหนุ่มมีต่อเธอนั้นมันชัดเจนขึ้นหลังจากที่เธอได้สารภาพรักกับชายหนุ่มไป

ย้อนกลับไป3ปีก่อน

หลังจากที่ศศิจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์อรุณก็ไม่สามารถทำใจยอมรับได้ ชายหนุ่มเอาแต่เก็บตัวเงียบไม่ยอมพบปะผู้คน ทุกวันดื่มแต่เหล้าจนล้มป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รันดาเองก็เจ็บปวดมากเมื่อเห็นชายที่ตัวเองรักต้องทนทุกข์เช่นนี้ หญิงสาวหวังแค่ว่าจะเยียวยาชายหนุ่มให้ดีขึ้นได้ในเร็ววัน

ทุกๆ วันรันดาจะคอยมาอยู่เฝ้าอรุณที่โรงพยาบาล หญิงสาวอดหลับอดนอนเพื่อดูแลชายหนุ่มอย่างใกล้ชิดจนตัวเองต้องล้มป่วยไปอีกคน อรุณเองพอเห็นสภาพที่อิดโรยของรันดาเพื่อดูแลตัวเขาเองในทุกๆ วันก็รู้สึกผิด ชายหนุ่มเองก็ไม่อยากเป็นภาระให้หญิงสาวและทำให้ครอบครัวต้องเป็นกังวลอีกแล้วจึงพยายามฟื้นสภาพตัวเองให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง โดยที่มีรันดาคอยเคียงข้างอยู่ไม่ห่าง

หลังจากผ่านไป1ปีอรุณก็ค่อยๆ ทำใจเรื่องการจากไปของศศิได้มากขึ้น และในทางเดียวกันความสนิทสนมระหว่างเขากับรันดาก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ตั้งแต่นั้นทั้งคู่ก็ตัวติดกันตลอด รันดามักเป็นความสบายใจให้อรุณอยู่เสมอจนเหมือนว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชายหนุ่มไปแล้ว หลายๆ คนที่รู้จักหรือแม้แต่ครอบครัวทั้งสองยังเข้าใจว่าทั้งคู่นั้นมีใจให้กัน คิดว่าอนาคตนั้นต้องลงเอยกันอย่างแน่นอน แต่ไม่นานจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็พังลง

วันหนึ่งรันดามาหาอรุณที่บริษัทเห็นชายหนุ่มผล็อยหลับอยู่ที่เก้าอี้ก็แอบจูบชายหนุ่ม ก่อนจะรีบคลายจูบออกแล้ววิ่งออกจากห้องทำงานไปด้วยท่าทีเคอะเขิน อรุณเองหลังจากที่รันดาไปแล้วก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ชายหนุ่มเผยยิ้มเล็กน้อยเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้ปากที่หญิงสาวประทับรอยจูบไว้ ที่จริงแล้วตัวเขาไม่ได้หลับแค่พักสายตาเท่านั้น

“เด็กน้อยเอ๊ย!” ชายหนุ่มพึมพำด้วยความเอ็นดู พอลุกจากเก้าอี้จะเดินออกจากโต๊ะทำงานมือก็ปัดไปโดนกรอบรูปถ่ายรูปของเขากับศศิที่ถ่ายด้วยกันตกลงพื้นทำให้กรอบรูปแตกในทันที รอยยิ้มของชายหนุ่มเมื่อสักครู่ก็ค่อยๆ จางหายไป อรุณหยิบกรอบรูปที่แตกขึ้นมามองไปยังภาพถ่ายตัวเองกับอดีตคนรักทำให้คิดถึงคำพูดหนึ่งของอดีตแฟนสาวขึ้นมา

“พี่อรุณจำไว้นะ วันหนึ่งถ้าเราเลิกกันพี่จะมีแฟนใหม่เป็นใครก็ได้แต่ห้ามเป็นรันเด็ดขาด เพราะรันเป็นเพื่อนรักของศศิ ถ้าพี่กับรันคบกันศศิรับไม่ได้แน่ มันเหมือนพี่กับรันหักหลังศศิยังไงไม่รู้”

“คิดไปเรื่อย รันเป็นน้องสาวพี่นะพี่จะไปคบรันได้ไง อีกอย่างพี่ไม่มีทางไปมีแฟนใหม่แน่นอนเพราะยังไงพี่ก็จะไม่เลิกกับศศิเด็ดขาด”

คำพูดที่เคยรับปากอดีตคนรักไว้ทำให้อรุณเปลี่ยนความคิดใหม่ตัดความรู้สึกที่เผลอไผลออกไป ชายหนุ่มยอมรับว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวให้กับรันดาแล้วแต่ยังดีที่ไม่ถลำลึกไปมากกว่านี้ ต่อไปจะทำอะไรก็ควรจะเว้นระยะห่างกับรันดาให้มากขึ้น

รันดาเองก็แปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอรุณที่ทำตัวเย็นชากับเธอ หญิงสาวไม่อาจทนเก็บความคับข้องใจได้อีกแล้วรีบมาหาชายหนุ่มที่บริษัทคิรินทร์เพื่อถามให้แน่ใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป