บทที่ 11 เหลี่ยม 11

ภายในขบวน รถไฟนอนปรับอากาศชั้น 2

ปลายทาง จังหวัดหนองคาย

ลินจันทร์ลูบผมซึ่งถูกตัดเป็นบ๊อบเทด้วยความเสียดายผมที่เคยยาวสลวย ความอ่อนแอทำให้หล่อนลุกขึ้นมาปฏิวัติตนเอง แปลงโฉมผู้หญิงช่างฝันมองโลกในแง่ดีเป็นสาวมั่นพราวเสน่ห์

หญิงสาวสัมผัสผมซึ่งตัดสั้นแล้วดัดเป็นลอนทำสีโทนสว่างสวยเฉี่ยวด้วยใจเลื่อนลอย

ขณะที่จมอยู่กับความทุกข์ เสียงวี้ดวิ้วก็ดังขึ้นเป็นระยะๆ หล่อนค้อนควักให้ผู้ชายพวกนั้นทว่าพวกเขากลับฮาครืน ยั่วแหย่กลับอย่างคึกคะนอง

ลินจันทร์นิ่งอยู่เกือบอึดใจ จนมีอาการปั่นป่วนในช่องท้อง ยามมีความคับแค้นร่างกายจะเกิดอาการต่อต้าน เหตุนี้หล่อนจึงมีร่างอวตารเป็นคุณนายจอมเหวี่ยง เพราะหากเก็บความโกรธเกรี้ยวไว้ในใจ ก็รังแต่จะแผดเผาร่างหล่อนให้เป็นจุณ

เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ลินจันทร์มิทราบ หล่อนเอาแต่นั่งก้มหน้าย้ำคิดกับข้อความในสมุดบันทึก ซึ่งระบายความเจ็บช้ำไว้มากมาย หญิงสาวเคยคิดเล่นๆ หากสวยแต่โง่คงไม่ต้องมาเสียน้ำตาอย่างไรเสียผู้ชายกับความเจ้าชู้ก็เป็นของคู่กัน ประสบการณ์ชีวิตมีให้เห็น ทั้งพ่อ พี่เขย หากจะเหมารวมรหัทอีกคนหล่อนจะแคร์ทำไม ผู้ชายก็เหมือนงูย่อมมีพิษทุกตัว

ภาพคุ้นเคยซึ่งเคยมีรหัทย้อนกลับมา พลอยให้ดวงตาพร่างพรมด้วยหยาดน้ำตา

หล่อนถอนสะอื้นเบาๆ จวบจนมีสัมผัสหนึ่งแตะที่ไหล่ หล่อนจึงปรี๊ดแตก บ้าจริง ใคร? กล้าแต๊ะอั๋งนางสิงห์ เดี๋ยวได้เจอชุดใหญ่แน่

“มีอะไรให้ช่วยไหมฮะ”เสียงทุ้มๆ เอ่ยทักทายหล่อน

หล่อนมองเขาแวบเดียว คนดีๆ ที่ไหนจะเดินเข้ามาทักทายแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเช่นนี้

“...ครับ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

ลินจันทร์ก้มหน้าต่ำ มือซึ่งกุมกันไว้หลวมๆ ต้องรีบคว้าเสื้อกันหนาวขึ้นเช็ดดวงหน้า เขาเพ่งพิศอยู่ครู่หนึ่ง ก็ถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ หล่อน

“เอ๊ะ...คุณร้องไห้!”

“เปล่า ฉันไม่ได้ร้อง”ปากบอกว่าไม่ หากสีหน้าหล่อนดูได้ที่ไหน

จากนั้นเขาก็รุกต่อด้วยการยื่นผ้าเช็ดหน้าให้หล่อน “ผ้าเช็ดหน้าผมสะอาดไร้เชื้อโรค...หอมด้วยนะ พิสูจน์กลิ่นก่อนก็ได้ถ้าไม่ไว้ใจ”เขาเอ่ยพลางยิ้มเห็นแก้มบุ๋ม 

ลินจันทร์รับมาอย่างว่าง่าย มองหน้าเขาอยู่ประเดี๋ยวก็รีบเช็ดหน้าเช็ดตาตนเอง

“มันเปื้อนหมดแล้ว เดี๋ยวฉันซักให้ก็แล้วกัน”หล่อนขวยอายที่ทำผ้าเช็ดหน้าเขาชุ่มด้วยน้ำตา

“รับไว้เถอะ เอาไว้ดูต่างหน้าก็ได้ ไม่แน่มันอาจเป็น‘สื่อรัก’ทำให้เราได้เจอกันอีก”เขาเอ่ยอย่างแฝงความนัย แต่เพราะเสียงนุ่มๆ บวกกับความมีเสน่ห์ในตัวทำให้หล่อนยิ้มตอบเขาไป

ลินจันทร์คลายความอึดอัดลง บางทีคนแปลกหน้าก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อย่างที่โบราณกล่าวไว้

‘รู้หน้าไม่รู้ใจ’ คนที่คิดว่ารู้จักกันมาหลายปีดีดัก กลับทำลายความเชื่อมั่นให้สูญสลายชั่วข้ามคืน

เขายิ้มกว้างอวดฟันสวยแล้วแนะนำตัวเองว่า

“เรียกผมยักษ์ก็ได้ แล้วคุณ...”เขายื่นมือให้หล่อนจับ

อ๊ะ...ยินดีที่จะไม่รู้จักดีกว่ามังคะ หล่อนพึมพำในใจ

ลินจันทร์ไม่ได้รังเกียจหรือไม่รู้จักธรรมเนียมตามสมัยนิยม แต่กระดายอายมากกว่าให้มาจับมือจับไม้กับผู้ชายที่พึ่งรู้จักกัน สาวสมัยใหม่อาจเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับลินจันทร์ไม่ใช่ หล่อนหวงเนื้อหวงตัวชนิดเรียกได้ว่า หากต้องตายไปพร้อมพรหมจรรย์ หล่อนคงตายตาหลับมากกว่าจะถูกผู้ชายหลอกแต๊ะอั๋ง

“ขอบคุณสำหรับผ้าเช็ดหน้าค่ะ คุณ...ยักษ์ “ยิ้มให้เขาแทนการจับมือ

“ไปเที่ยวไหนฮะไปถึงลาวหรือเปล่า ผมกำลังมีโปรแกรมไปดูงานที่นั่นพอดี”

“ปละ เปล่า”ปฏิเสธ พร้อมกับตัดโอกาสไม่ให้เขาซักต่อ แต่ผู้ชายคนนี้ดูจะเป็นคนช่างสังเกต ให้ความสนใจแม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ กระทั่งหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวที่ลินจันทร์วางไว้ข้างตัว

“อ๋อไปอุดรฯสงสัยเราต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ พี่เป็นคนอุดรฮะ”เอ่ยจบก็เริ่มทำตัวราวกับเป็นไกด์นำทางเขาชวนคุยตั้งแต่เรื่องส่วนตัวก่อนก็จะวกมาถึงสถานะของหล่อน โสด หรือว่า มีเจ้าของจับจองหัวใจแล้ว

เฮ้อ...ลินจันทร์ได้แต่ส่ายหน้าพรืด หล่อนชะล่าใจเกินไป เดินทางด้วยรถไฟเพียงลำพังยังกลับทำใจดีสู้เสือ คุยกับเขาไปทั่ว ดีไม่ดี ผ้าเช็ดหน้าที่เขายื่นให้อาจมียาสลบหรืออยากระตุ้นเซ็กส์อย่างที่อ่านและเห็นในหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ คราวนี้คงงามหน้าถูกทำมิดีมิร้ายพรหมจรรย์ซึ่งหวงแหนเท่าชีวิตคงถูกเขาปล้นสวาทด้วยความอ่อนต่อโลกอย่างที่พี่สาวพูดกรอกหู

เมื่อนึกถึงภัยใกล้ตัวมือเท้าก็เย็นจัด เสื้อซึ่งโชว์หน้าอกหน้าใจอันอวบอิ่มถูกกระชับให้เข้าที่ จนชายหนุ่มต้องขบกรามตึง กิริยาหล่อนบ่งบอกให้รู้ว่ากลัวเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป