บทที่ 10 KARMA 9 | น้องพั้นช์ในกำมือ

รณธีร์เปิดประตูฝั่งคนขับลงจากรถด้วยความรวดเร็ว จากนั่นจึงเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธออย่างระมัดระวัง เพียงแค่สองเท้าก้าวลงจากปอร์เช่สะอาดเงาวับ สายลมเย็นๆ ในยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินก็ปะทะเข้ากับใบหน้าเล็กจนผมยาวถึงสะโพกปลิวสยายชวนให้นึกถึงปีกแฟร์รี่ในการ์ตูนดิสนีย์ เป็นความสวยไร้มลทิน เรียกสายตาคนที่อยู่บริเวณได้เป็นอย่างดี

ไม่เว้นแม้แต่คนพามา...

ผิวขาวของพันนารากระทบกับแดดอ่อนๆ สีส้ม ซึ่งเป็นโทนเดียวกับกรอบแว่นสายตาสีโรสโกลด์ทำให้เธอดูนุ่มนวลชวนสัมผัส อีกทั้งสัดส่วนที่ซุกซ่อนใต้ร่มผ้าไม่มิด นูนเด่นจนกลายเป็นจุดสนใจยิ่งกว่าผิวเนียนละเอียดนั่นอีก

รู้ตัวอีกทีคนพามาก็ขยับเข้าใกล้ นักศึกษาสาวที่ยืดอกสูดอากาศริมแม่น้ำจึงหันไปมองพบว่าทั้งสองกำลังยืนเบียดกันในระยะประชิด ความเป็นกุลสตรีทำให้มือเล็กต้องยกขึ้นดันหน้าอกกำยำให้ถอยห่างจากการบดเบียดหน้าอกคู่งามของตนเอง

“ขอโทษครับ พี่อยากช่วยมัดผม” เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ถือวิสาสะรวบเรือนผมยาวที่ผ่านการบำรุงรักษามาอย่างดีด้วยมือเพียงหนึ่งข้าง

พันนาราดึงยางมัดผมแบบผ้าออกจากข้อมือส่งให้พร้อมกดใบหน้าลงแสดงความขอบคุณ ปล่อยให้อีกฝ่ายขยับเข้าไปยืนซ้อนด้านหลัง รับรู้ถึงลมหายใจร้อนระอุที่กำลังเป่ารดท้ายทอยตนเองจนแทบเก็บไม้เก็บมือไม่อยู่

“เรียบร้อยครับ” เสียงทุ้มกระซิบดังข้างใบหู

ใกล้มากจนรับรู้ถึงลมที่ออกจากปากปะทะเข้ากับติ่งหูแบบเฉียดฉิว

“ขอบคุณค่ะ พะ พั้นช์หิวแล้วค่ะ”

เธอบอกอีกฝ่ายหวังว่าเขาจะหยุดทำตัวแปลกๆ กับตนเอง รณธีร์ยอมขยับมายืนข้างกายหญิงสาวอย่างว่าง่าย ทว่าฝ่ามือใหญ่กลับแบออก คล้ายกับขออะไรบางอย่างจนพันนาราต้องเงยหน้าสบตาอย่างไม่เข้าใจ

“จับมือกันครับ พี่จะพาข้ามถนน”

มือ...

มือเล็กตัดสินใจวางลงบนฝ่ามือสากอย่างนิ่มนวล พันนาราตระหนักได้ว่าตนเองตัวเล็กกว่าเขาขนาดไหนก็ตอนนี้ แม้แต่เจ้าของมือใหญ่ก็หัวเราะด้วยความเอ็นดูหลังจากเห็นมือของเธอวางบนฝ่ามือตนเอง

“ตัวเล็กแบบนี้นี่เอง เมื่อคืนถึงนั่งทับด้านหน้าพี่ได้”

คำพูดชวนเข้าใจผิดทำเอาหญิงสาวเลิ่กลั่ก รีบมองซ้ายขวา เกรงว่าคนผ่านไปมาจะเข้าใจผิดคิดไปถึงเรื่องใต้สะดือ

“นั่งซ้อนด้านหน้าค่ะ ไม่ใช่นั่งทับ”

พันนารารีบแก้ไขการใช้คำผิดของคนอายุมากกว่าขณะที่ถูกเขาจูงมือข้ามถนนสองเลนไปด้วยกัน กระทั่งได้โต๊ะติดริมแม่น้ำรณธีร์จึงชวนสนทนาต่อ

“หึ ขอโทษครับ พี่ไม่ได้อยู่ไทยมาหลายปี”

“อ้าว... ปกติพี่รอนไม่ได้อยู่ที่ไทยเหรอคะ”

“ครับ พี่กลับมาทำธุระสำคัญ” แววตาเย็นชาฉายออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะหายไปเมื่อเขากะพริบตาเพียงหนึ่งครั้ง “เสร็จแล้วก็จะกลับไปทำงานต่อ”

คนตระหนักได้ว่าอีกคนไม่ได้พำนักที่นี่ถาวรก็เผลอทำหน้าสลด มันเป็นความสัมพันธ์ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างเธอและเขา

“แต่ถ้ามีคนสำคัญอยู่ที่นี่ พี่ก็อาจจะกลับบ้านบ่อยๆ”

เขาทำเหมือนกำลังโยนหินถามทาง พันนาราที่ได้ฟังรีบก้มหน้าอ่านเมนูของร้านซ่อนใบหน้าแดงซ่านของตนเอง ซึ่งเป็นจังหวะที่พนักงานเข้ามารับออเดอร์ การสนทนาระหว่างเธอกับเขาจึงหยุดชั่วคราว

“น้องพั้นช์อายุเท่าไหร่”

ชายหนุ่มเริ่มคำถามใหม่ หลังจากเห็นว่าอีกคนเอาแต่ก้มหน้ามองมือตนเองไม่กล้าสบตากัน

“พะ พั้นช์ยี่สิบค่ะ”

“งั้นเราห่างกันสี่ปี ไม่มากเกินไปใช่ไหม”

ประโยคนี้ดึงความสนใจของคนตัวเล็กให้ยอมเงยหน้าสบตาคนตัวโตกว่าอีกครั้ง พันนารามองเห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลของผู้ชายที่ช่วยชีวิตตนเองพราวระยับ ชั่งใจคำตอบตนเองกลัวว่าจะเป็นการให้ท่าผู้ชายเกินงาม

แต่ต้นหอมเคยบอกว่ายุคนี้หญิงชายเท่าเทียม แค่ตอบตามที่เขาถามคงไม่เสียหายอะไร

“มะ ไม่ค่ะ... ความจริงพี่รอนอายุเท่าพี่ชายพั้นช์เลย”

จังหวะที่หญิงสาวตัดสินใจตอบเป็นจังหวะที่สายลมพัดจากแม่น้ำเข้ามา พันนารามองท้องฟ้าครึ้มอัตโนมัติ นี่อาจเป็นสัญญาณของพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดเข้ากรุงเทพคืนนี้

“เหรอ... พี่อยากรู้จักพี่ชายพั้นช์จังเลย เพราะเพื่อนพี่เพิ่งตายไปเมื่อสามเดือนก่อน”

“พี่แชมป์ได้ทุนไปเรียนต่อที่อังกฤษกับแฟนค่ะ ถ้ากลับไทยคงกลับช่วงวันเกิดคุณพ่อ”

“เก่งจังเลยนะ คงทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองได้ทุน”

เขาพูดแล้วยิ้ม นั่นทำให้พันนารายิ้มตาม

“ค่ะ พี่แชมป์อดหลับอดนอนเกือบครึ่งปี บางครั้งคุณแม่ต้องตามไปดูแลที่คอนโด... คอนโดที่พั้นช์พักอยู่เป็นห้องเก่าพี่ชายค่ะ”

“แล้วพี่ชายน้องพั้นช์กับแฟนเข้ากันได้ดีไหม”

“อืม... ก็รักกันดีนะคะ พี่เกรซน่ารักและใจดีกับพั้นช์มาก พี่รอนถามทำไมคะ”

“เป็นห่วงครับ ดีแล้วที่น้องพั้นช์กับว่าที่พี่สะใภ้เข้ากันได้”

ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มเป็นเส้นตรงเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดคำว่า ‘เป็นห่วง’ ออกมาโต้งๆ เขินเขาจนต้องเบือนหน้าหนีออกไปมองแม่น้ำพลางคิดในใจว่าอยากให้อาหารมาถึงเร็วๆ

เธอคุยไม่เก่ง เลยดูเหมือนเขาเป็นฝ่ายพยายามชวนคุยมากกว่า แต่พันนาราในตอนนี้ชอบเขามาก

กลับห้องไปจะฝึกคุยให้มากกว่านี้ จะได้ไม่มีบรรยากาศอึดอัดระหว่างเธอกับเขาอีก

“กว่าพี่ชายของพั้นช์จะกลับ ตอนนั้นพี่อาจจะกลับฮ่องกงแล้วมั้ง”

จู่ๆ เขาก็วนกลับมาเรื่องพี่ชายของเธอใหม่ นั่นต้องเป็นเพราะเธอคุยเรื่องพี่ชายได้เป็นธรรมชาติแน่ๆ

“ไม่หรอกค่ะ วันเกิดคุณพ่ออีกสองเดือน พี่รอนบอกว่าจะอยู่ที่นี่สามเดือนไม่ใช่เหรอคะ”

“งั้นพี่ต้องรีบทำคะแนนกับน้องพั้นช์แล้วสิ เผื่อจะได้เลื่อนขั้นทันวันเกิดคุณพ่อ”

“ละ เลื่อนขั้น!?”

คนตัวเล็กหน้าเหวอรีบหันขวับมองหน้า ประหม่ากับคำพูดแฝงความหมายลึกซึ้งของคนอายุมากกว่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“หรือพี่ควรใช้คำว่าจีบ พี่จะจีบน้องพั้นช์นะครับ” เจ้าของคำพูดนั่งเอามือเท้าคางกับโต๊ะส่งยิ้มให้หลังจากพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมา

พันนาราเลิ่กลั่ก ยกมือขึ้นรวบผมที่เขามัดให้จับแก้เขิน ยอมรับตามตรงว่ารับมือสถานการณ์นี้ไม่ถูก

เธออายเกินกว่าจะพูดอะไรกลับไป ถ้าพยักหน้าอย่างเดียวจะได้หรือเปล่า

“พี่รอน...แกล้งพั้นช์เล่นเหรอคะ”

“เรื่องแบบนี้ไม่มีใครพูดเล่นหรอก” รณธีร์หัวเราะเบาๆ ขยับตัวลุกจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ย่อตัวนั่งยองตรงหน้านักศึกษาสาว จับมือเล็กเอาไว้แนบแน่น “ถ้าน้องพั้นช์ไม่มีใครในใจ ช่วยเปิดใจรับพี่ได้ไหมครับ”

พันนาราก้มหน้ากัดริมฝีปาก เธอไม่ได้รังเกียจที่จะถูกเขาจีบ เพียงรู้สึกอายที่จะต้องเอ่ยอนุญาตออกไปโต้งๆ

มืออีกข้างที่ว่างจึงยกขึ้นจับแก้มสากของอีกฝ่าย เกลี่ยลูบด้วยความอ่อนโยนตามด้วยการพยักหน้าแทนคำพูดช้าๆ

เขาโตกว่าดังนั้นควรจะรู้ว่าเธอกำลังเขิน ซึ่งดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรับรู้และเข้าใจ มือเล็กข้างที่ถูกกอบกุมไว้ถูกคนตัวโตกว่ายกขึ้นมาจูบส่งผ่านอุณหภูมิร้อนจนหญิงสาวรับรู้ได้

“ปากพี่รอนร้อนจังเลยค่ะ”

เขายิ้มทำท่าไม่เชื่อ หลอกจูบหลังมือเล็กเป็นการพิสูจน์คำพูดของเธออีกครั้งจนพันนาราหน้าร้อนผ่าว รีบพยุงคนตัวโตกว่าให้ลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าพนักงานกำลังยกถาดอาหารมาที่โต๊ะ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นชามโตมาเสิร์ฟได้หน้าตาน่ากินมาก ดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นมองมือใหญ่ตักเครื่องปรุงใส่ชามตนเองอย่างชำนาญก็ถือกับประหลาดใจ ช่างคล่องแคล่วราวกับเคยมาที่นี่มาก่อน

“ปรุงเก่งจังเลยค่ะ ปรุงให้พั้นช์ได้ไหมคะ แบบไม่เผ็ด” เธอดันชาวก๋วยเตี๋ยวไปหาเขาอย่างน่ารัก

คนตัวสูงหยุดมือที่กำลังคลุกเส้นมองชามของคนตัวเล็กและยกยิ้มขำ

“น้องพั้นช์เคยได้ยินคำว่า อย่าปรุงก๋วยเตี๋ยวในชามคนอื่นไหมครับ”

“หะ ห้ามปรุงเหรอคะ ขอโทษค่ะ...พั้นช์ไม่ทราบ แค่อยากให้พี่รอนปรุงให้เพราะดูน่ากิน”

เธอทำหน้าสลดและกำลังจะดึงชามกลับ แต่มีมือใหญ่มาจับเอาไว้พร้อมทั้งดึงมือเล็กออกจากชามเซรามิกที่กำลังร้อน

“พี่ปรุงให้ได้ครับ แต่ไม่มั่นใจว่าน้องพั้นช์จะชอบรสชาติของพี่หรือเปล่า”

เขาตอบขณะที่เริ่มใส่เครื่องปรุงบางๆ ลงในชามของหญิงสาว โดยไม่แตะถ้วยพริกแม้มันจะเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน

“ที่พั้นช์ไม่ค่อยได้กินก๋วยเตี๋ยวเพราะเคยปรุงเองแล้วกินไม่ได้ค่ะ พี่รอนช่วยอยู่ปรุงก๋วยเตี๋ยวจนกว่าพั้นช์จะเจอรสชาติที่ชอบได้ไหมคะ”

เธออ่อยสุดความสามารถแล้ว อยู่ที่เขาจะอ้าปากงับมันหรือเปล่า

“ยินดีครับ พี่มั่นใจว่าพั้นช์จะชอบฝีมือปรุงก๋วยเตี๋ยวของพี่”

คำตอบที่ได้รับกลับมาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ทำเอานักศึกษาสาวอายม้วนรีบหยิบแก้วน้ำมาดื่มแก้เขิน เปลี่ยนเรื่องคุยเพราะกลัวว่าจะตื่นเต้นจนซุ่มซ่ามทำตัวขายหน้าขึ้นมา

“พี่รอนมาที่นี่บ่อยเหรอคะ”

“ตอนอยู่ที่ไทยมาบ่อย เมื่อก่อนพ่อแม่พี่เช่าบ้านอยู่ในซอยตรงนี้” นิ้วยาวชี้ไปยังซอยที่ว่า ห่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวไม่มากให้เธอมองตาม “แต่ช่วงใกล้เข้ามหาลัย พ่อพี่โดนเลิกจ้าง แม่ก็ไม่มีรายได้ พ่อกับแม่เลยต้องหลับไปอยู่ต่างจังหวัด ส่วนพี่ก็พักเรื่องเรียนไปทำงานที่ฮ่อง...กง”

น้ำเสียงที่เล่าเรื่องเก่าๆ อย่างไม่คิดมากขณะใช้ตะเกียบกับช้อนคนเครื่องปรุงในชามไปด้วยหยุดชะงัก เมื่อเงยหน้าสบตาดูฟีดแบ็กเรื่องที่ตนเองเล่า ก่อนจะพบว่าคนฟังกำลังมองมายังตนเองด้วยสภาพน้ำตาเอ่อคลอขอบตา

รณธีร์ถึงกับตั้งรับไม่ถูก เมื่อกี้เธอเพิ่งเขินจนหน้าแดง แต่ตอนนี้กลับร้องไห้จนตาแดงเหมือนเด็กๆ

เป็นผู้หญิงร้อยอารมณ์ อ่อนไหวง่าย เห็นใจคนอื่นง่ายเกินไป ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่านิสัยแบบนี้จะนำภัยมาสู่ตนเอง

“น้องพั้นช์ ร้องไห้ทำไมครับ”

พันนาราไม่ตอบ กางมือยื่นเข้ามาหา ทำให้รณธีร์รีบวางตะเกียบสอดนิ้วประสานเข้ากับมือเล็กจับมือกันแน่น

“พะ พี่รอนเก่งมากเลยค่ะ ฮึก!”

“หึ เกิดมาพี่เพิ่งเคยเห็นคนร้องไห้เรื่องคนอื่น ไม่กลัวพี่แต่งเรื่องเรียกความเห็นใจเหรอครับ”

คนตัวเล็กส่ายหน้า ยกมือที่จับมือเขาขึ้นมาแนบแก้มตนเอง

“มือที่เป็นเสาหลักของบ้านอบอุ่นมากเลยค่ะ”

เธอชื่นชมเขาจากหัวใจ คนบ่อน้ำตาตื้นปล่อยน้ำตาไหลออกมาถึง ไม่ทันได้หยิบทิชชูบนโต๊ะมาซับใบหน้า มือหนาที่ตนเองยกแนบแก้มอยู่ก็เป็นฝ่ายเกลี่ยคราบน้ำตาออกให้

“ฮึก ขอโทษนะคะ พั้นช์ร้องไห้ง่าย ต่อไปจะพยายามไม่ร้องไห้นะคะ”

“ร้องได้ครับ ถ้าน้องพั้นช์ร้องไห้ พี่จะเป็นคนปลอบเอง”

“ใจดีจังเลยค่ะ”

พันนาราซบใบหน้าแนบกับหลังมืออุ่นของเขา จากนั้นจึงปล่อยมือจากกันเริ่มกินอาหารตรงหน้า

รสชาติแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยได้กินทำให้คนตัวเล็กมีความสุขกินคนเดียวแทบหมดชาม ในขณะที่คนพามาก็ยกยิ้มมุมปากพึงพอใจ กับความสัมพันธ์ก้าวกระโดดระหว่างเธอกับเขา

「 ✦ –ʕ⁠·⁠ᴥ⁠·⁠ʔ–✦ 」

บทก่อนหน้า
บทถัดไป