บทที่ 2 KARMA 1 | ข่าวร้าย

หกปีต่อมา, ฮ่องกง

ย่านเศรษฐกิจจิมซาจุ่ย ภายในตึกสีดำรูปทรงตัว T กลับหัวตั้งอยู่ริมอ่าววิคตอเรีย รณธีร์ทำงานเป็นบอดีการ์ดคุมกาสิโนในฮ่องกงเข้าปีที่สี่ สองปีแรกเขาถูกส่งเข้าโรงฝึกบอดีการ์ดเพื่อเตรียมความพร้อมเข้ารับการคัดเลือก คนที่ไม่ผ่านจะต้องอยู่ฝึกต่อและได้รับเงินเดือน แต่มันช่างน้อยนิดหากเทียบกับการถูกเจ้านายเลือกสรรให้ประจำการในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในกาสิโน

“ถอยไป!!”

เสียงผู้หญิงตะโกนมาจากฝั่งห้องน้ำสุภาพสตรีไม่ไกลจากหน้าประตูห้องโป๊กเกอร์จุดที่เขายืนอยู่ รณธีร์พุ่งตัวเข้าไปคว้าคอลูกค้าฝรั่งสูงกว่าตนเองเกือบยี่สิบเซนติเมตร กลิ่นแอลกอฮอล์โชยจนคนดื่มบ้างอย่างเขาเบ้หน้าใส่ ส่วนผู้หญิงที่ถูกลวนลามก็ไม่ใช่ใคร สาวแจกไพ่ในกาสิโนที่เจ้านายเพิ่งรับทำงาน

“Non of fvcking your business!!”

(อย่าเสือก!!)

ถ้อยคำหยาบคายทำเอาบอดีการ์ดหนุ่มแค่นยิ้ม หมัดหนักๆ ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ปะทะผิวหนังมนุษย์นับตั้งแต่เข้ามาทำงานในกาสิโนพุ่งเข้ากลางลำตัว ซัดพุงสามชั้นของลูกค้าต่างชาติจนสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง

ผลัวะ!!

“อึก!!...”

ไอ้เวรนั่นทรุดตัวล้มลงกับพื้นเย็นของห้องน้ำในหมัดเดียว รณธีร์ย่อตัวกระชากผมของมันเชิดหน้า สบถด่าก่อนสติของแขกรายนั้นจะหมดลง

“Don't touch her, Perve!!”

(อย่าแตะต้องเธอ ไอ้โรคจิต!!)

“มีอะไร!!”

เสียงเอะอะโวยวายทำให้บอดีการ์ดคนอื่นวิ่งมารวมตัวหน้าห้องน้ำหญิง ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าประจำหน่วยของเขาอย่าง ‘ซัมเมอร์’

“ลูกค้าบุกเข้ามาลวนลามพนักงานในห้องน้ำครับเฮียซัม” รณธีร์ลุกขึ้นยืนเอามือประสานกัน รู้ดีว่าอาจถูกสั่งลงโทษฐานทำเกินกว่าเหตุ

ต่อให้เหี้ยก็เป็นลูกค้า ลูกค้าที่แปลว่าเป็นคนเอาเงินมาให้กาสิโน

“เผลอไม่ได้เลยนะมึงน่ะ ต่อยลูกค้าอีกแล้ว!!” คนเป็นหัวหน้าด่าเด็กในปกครองพร้อมกับยกนิ้วนวดขมับอย่างไม่รู้จะนำเรื่องนี้ไปรายงานเจ้านายอย่างไร “กูส่งมึงไปหานายเลยดีไหมเนี่ย!”

“คุณซัมเมอร์คะ เขาช่วยฉันจริงๆ ค่ะ ถ้าเขาไม่ลงมือก่อน ลูกน้องของคุณคงถูกไอ้ยักษ์นี่ซัดไปแล้ว”

สาวแจกไพ่ในชุดบันนี่เกิร์ลสุดเอ็กซ์ช่วยเขาแก้ต่าง แวบหนึ่งรณธีร์แอบเห็นว่าบอดีการ์ดทุกนายในห้องน้ำมองเธอเป็นตาเดียว

“ถ้าคุณวาเนสซ่าพูดแบบนั้นก็ตามนั้นครับ ลากมันออกไปโยนนอกร้าน” ซัมเมอร์พยักพเยิดบอกลูกน้องที่วิ่งตามตนเองมา จากนั้นจึงหันมาชี้หน้าคาดโทษรณธีร์ “กูเตือนมึงนะรอน ใจเย็นกว่านี้ ไม่งั้นกูส่งมึงกลับโรงฝึก”

“รับทราบครับ!”

เขายืนหน้าตรงรับทราบคำสั่งหัวหน้า รอนคือชื่อที่เขาถูกเรียกในวงการ เช่นเดียวกับชื่อซัมเมอร์ของหัวหน้า ที่นี่แทบไม่มีใครใช้ชื่อจริงในการทำงาน แม้จะเป็นกาสิโนใหญ่ถูกกฎหมายแต่ผู้เป็นเจ้านายยังมีงานสีเทาซุกอยู่เบื้องล่าง

ซัมเมอร์เท้าเอวสบตาลูกน้องตนเองด้วยความเหนื่อยใจ จากนั้นจึงเดินออกไปพร้อมกับร่างหมดสติของลูกค้า รณธีร์เห็นดังนั้นจึงพรูลมหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ

ใครจะอยากเจอนายใหญ่ ช่วงนี้อารมณ์สวิงยิ่งกว่าผีเข้า

“ขอบคุณที่ช่วยนะคะ”

“หน้าที่ผมครับ ขอตัวก่อน”

เขากดใบหน้าลงให้ความเคารพเธอเล็กน้อย รีบเดินออกจากห้องน้ำหญิงกลับมาประจำจุด อยากทำหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายให้คุ้มกับเงินมหาศาลที่ได้รับจนสามารถส่งกลับบ้านได้ทุกเดือน

ตอนนี้พ่อกับแม่ไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำสวนแล้ว ท่านสองคนเพิ่งส่งรูปวันเปิดร้าน ซึ่งเป็นร้านขายของชำที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านมาอวดตามประสาคนแก่ที่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้

‘ครืดๆ ครืดๆ’

โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นแจ้งเตือน ในคราแรกรณธีร์คิดว่าอาจเป็นหัวหน้าโทรมาเรียกตัวไปพบนายใหญ่ แต่ชื่อบนจอกลับทำให้คนเพิ่งผ่านความโมโหรู้สึกดีขึ้นจนหายเครียดเป็นปลิดทิ้ง

‘ไอ้สัสธี Calling...’

คนตัวสูงเบ้ปาก เมื่อนึกออกว่าเพื่อนจะโทรมาคุยอวดเรื่องอะไร หกปีผ่านไปไอ้ห่านั่นยังเป็นด็อกเหมือนเดิม แต่จำได้ว่ามันจะมี ‘เตอร์’ ตามหลังเร็วๆ นี้ เพราะกำลังส่งโครงงานวิจัยห่าเหวอะไรสักอย่างชิงทุนไปเรียนต่ออเมริกา นอกเหนือจากนั้นก็โทรมาเล่าอวดความน่ารักของแฟนคนแรกในชีวิตตามประสาพวกเห่อจิ๋ม

‘เกรซน่ารักแบบนั้น เกรซสวยแบบนี้’

น่ารำคาญ... แต่จะรับสายก็ได้

‘ติ๊ด!’

“อะไรไอ้เวร กูบอกว่าอย่าโทรมาเวลางาน”

น้ำเสียงยียวนเปล่งออกไปเช่นทุกครั้งที่คุยกัน รู้ดีว่าเพื่อนไม่ใช่พวกคิดมาก ธีรกิจเป็นพวกโลกสวย อัธยาศัยดีเหมือนพระเอกอนิเมะแนวรักวัยรุ่น

(ฮึก...)

เสียงร้องไห้ของผู้หญิงดังมาจากปลายสาย รณธีร์ขมวดคิ้ว ยกโทรศัพท์ออกมาดูชื่ออีกรอบแล้วเอากลับไปแนบหูใหม่ เริ่มสับสนว่าใครใช้เบอร์ธีรกิจโทรมาหาตน

แม่ น้องสาว หรือแฟนของเพื่อน

(ธะ ธีร์...นี่แม่นงค์นะลูก)

เสียงสะอื้นแทบขาดใจเปิดทางให้ทักษะการฟังเสียงที่ฝึกจากโรงฝึกเปิดใช้งาน ทั้งเสียงหวอรถพยาบาล เสียงคนรอบข้างแสนวุ่นวาย แต่นั่นกลับทำเอาหัวใจของบอดีการ์ดหนุ่มหล่นวูบ...

“ครับแม่”

เขากลืนน้ำลายอึก ขานรับปลายสายเสียงเบา สาบานกับตนเองว่าหากไม่ใช่อย่างที่คิด พรุ่งนี้จะรีบวิ่งไปทำบุญที่วัดพุทธในฮ่องกงทันทีที่ออกเวร

(ฮึก! ธะ... ธีเสียแล้วนะลูก ฮือออ...)

×××

รู้ตัวอีกทีตอนนี้รณธีร์ก็กำลังนั่งคุกเข่าหน้าโลงศพของเพื่อนสนิท ข้างๆ เขามีทับทิมน้องสาวของเพื่อนสนิทนั่งยื่นธูปหนึ่งดอกที่ถูกจุดเรียบร้อยทั้งที่กำลังร้องไห้ตัวสั่น

รณธีร์รับมาประนมมือมองโลงสีขาวด้วยหัวว่างเปล่า ทั้งที่ปกติโทรคุยกันมีเรื่องให้ด่าให้ขิงไม่จบไม่สิ้น แต่พอ ‘ได้มาเจอกันแบบนี้’ กลับนึกประโยคเริ่มบทสนทนาไม่ออก เอาแต่อ่านป้ายชื่อหน้าโลงสีขาวทบทวนตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‘นาย ธีรกิจ ศรีบุญเรืองเกศ’

‘เป็นห่าอะไรถึงฆ่าตัวตาย...’

หากโพล่งออกไปคนมาร่วมงานคงแตกตื่น เพราะไม่รู้จะพูดอะไรจึงตัดใจปักธูปลงบนกระถาง สิ่งที่เขาอยากถามคงมีเพียงแม่อนงค์ของไอ้ธีกับทับทิมน้องสาวของมัน

“ทับทิม ทำไมเกิดเรื่องนี้ขึ้น”

คนถูกยิงคำถามสีหน้าตื่นตระหนก รณธีร์จึงตระหนักได้ว่าคำพูดของเขาคงเสียดแทงหัวใจน้องสาวของเพื่อนเข้าเต็มเปา ทับทิมร้องไห้ตัวโยนแทบลงไปนอนกับพื้น ส่ายหน้าแสดงความสับสนและเริ่มเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นต่อหน้าโลงศพของพี่ชาย

“วะ วันนั้นบริษัทที่พี่ธีทำงานอยู่โทรมาตามเพราะพี่เขาขาดงานหลายวัน แถมยังมีคนที่บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยโทรมาแจ้งตัดสิทธิ์เพราะพี่เขาไม่ไปนำเสนอผลงานชิงทุนอีก ฮึก... แม่เลยโทรหาทิมให้แวะไปคอนโดพี่ธีหลังเลิกงาน แต่เคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีใครเปิดประตูให้ ฮืออ...”

ทับทิมเล่ารัวเร็วราวกับภาพวันเกิดเหตุไหลบ่าเข้ามาในหัว ดวงตาสดใสที่มักจะเป็นประกายแสบซนตั้งแต่สมัยเรียนตอนนี้หม่นมัวไปด้วยน้ำตา

“พะ พอทิมลงมาชั้นล่างกำลังจะกลับ คนก็มุงหน้าคอนโดเต็มเลย พะ พี่ชายของทิมนอนอยู่หน้าบันไดทางเข้าตึก มีคนบอกว่าพี่เขากระโดดลงมา ฮืออ...”

ทับทิมพรั่งพรูเสร็จก็โผเข้ามากอดเขาแน่น ร่างกายสั่นเทิ้มตัวร้อนจี๋ของน้องสาวเพื่อนทำเอาคนที่พยายามข่มอารมณ์ตนเองกลั้นน้ำตาเอาไว้ รณธีร์มองไปยังแม่ของธีรกิจที่เอาแต่นั่งกอดขาโต๊ะวางโลงศพลูกชาย ตามด้วยกวาดตามองแขกเหรื่อน้อยคนนักที่ตนรู้จัก

คงมีแต่พวกเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่มาร่วมงาน ดูได้จากพวงหรีดชื่อมหาวิทยาลัยทั้งสมัยปริญญาตรีและโท

ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า นับตั้งแต่ลงเรื่องยังไม่ได้เจอเธอ

“แล้วแฟนมันล่ะ”

เขาเคยได้ยินว่าแฟนของมันที่เป็นนักศึกษาปริญญาโทเหมือนกันมาค้างด้วยบ่อยๆ ผู้หญิงที่ควรจะรู้เหตุการณ์ทั้งหมดตอนนี้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน

“พะ พี่หมายถึงพี่เกรซเหรอ ทิมไม่เจอเลย วันไปรับศพพี่ธีก็ไม่เจอ”

คำพูดของทับทิมทำให้รณธีร์คาดเดาบางอย่างได้ บางทีสาเหตุของการตัดสินใจครั้งนี้อาจเกิดจากความรัก

แต่คนอย่างธีรกิจจะถึงขั้นคิดสั้นเพราะเลิกกับแฟน? หากเป็นอย่างที่คิด หกปีที่ไม่เจอกัน เพื่อนสนิทของเขาคงเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

“แล้วพี่ธีร์พักที่ไหน บ้านเดิมหรือเปล่า”

“คงหาโรงแรมพักแถวนี้ ค่อยจัดการทีหลัง”

“นั่นสิเนอะ ฉุกละหุกนี่เนอะ”

ทับทิมหัวเราะทั้งที่กำลังปาดน้ำตา เขารู้ว่าน้องพยายามสดใส เพื่อรักษาใจตนเองและคนรอบข้าง

“เอางี้ไหม ถ้าพี่ไม่กลัวผีก็ไปนอนห้องพี่ธีก็ได้” ทับทิมมองซ้ายมองขวา แอบหยิบคีย์การ์ดห้องพี่ชายออกมา “ตำรวจเขาสรุปว่าฆ่าตัวตาย เพิ่งเอาคีย์การ์ดกับกุญแจมาคืน”

มือหนารับของบนฝ่ามือมาถือ หัวเราะหึเพราะอยากพิสูจน์ข้อสันนิษฐานตนเอง

“เอาดิ... พี่ก็อยากเจอผีไอ้ธีเหมือนกัน”

「 ✦ –ʕ⁠·⁠ᴥ⁠·⁠ʔ–✦ ]

บทก่อนหน้า
บทถัดไป