บทที่ 4 KARMA 3 | พันนารา

(ตัวเล็กลองเข้าไปนอนหรือยัง มีตรงไหนอยากแก้บอกนะ พี่จะโอนเงินให้ จะได้ไม่ต้องไปรบกวนคุณพ่อ)

น้ำเสียงสดใสจากปลายสายเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยเธอผู้เป็นน้องสาวอย่างสุดซึ้ง นั่นทำให้นักศึกษาสาวที่นั่งภายในรถซึ่งมีจุดหมายคือมหาวิทยาลัยคลี่ยิ้มกว้างออกมากับความใจดีจนแก้มกลมยกกรอบแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย

เธอถูกครอบครัวประคบประหงมตั้งแต่ลืมตาดูโลก โดยเฉพาะการได้รับความรักจากพี่ชาย ชยพลทำให้ทุกอย่างตั้งแต่เด็กจนโต ตั้งแต่ถือกระเป๋านักเรียนให้ เก็บเงินซื้อขนมยี่ห้อโปรดให้ทุกสัปดาห์ ไม่เว้นแม้แต่สวมรองเท้านักเรียนให้ทุกเช้าจนกระทั่งพันนาราขึ้นมัธยม

ในตอนที่พี่ชายมาขอความเห็นเรื่องสอบชิงทุนเรียนต่อ ในตอนแรกน้องสาวอย่างเธอก็แอบวูบโหวงหัวใจ แต่เพราะอยากให้พี่ชายมีอนาคตที่ดีจึงสนับสนุน

“พั้นช์ลองไปนอนวันเสาร์ที่แล้วมาค่ะ สบายมาก คืนนี้จะเริ่มค้างที่คอนโดถาวรแล้ว พี่แชมป์ไม่ต้องห่วงนะคะ” เธอตอบให้คนเป็นพี่ชายสบายใจ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วพันปลายผมที่ยาวถึงสะโพกตนเองเล่นไปด้วย

ความจริงชยพลมีชื่อเล่นว่าแชมเปญ คู่กับเธอที่เป็นน้องสาวชื่อพั้นช์ แต่พี่ชายของเธอชอบให้เรียกว่าแชมป์จากชื่อเล่นในโรงเรียนมากกว่า พี่ชายของพันนาราเคยบอกว่าแชมเปญที่พ่อแม่ตั้งให้เป็นชื่อที่หวานเกินไป

(ค่ะ ถ้าน้องพั้นช์พูดแบบนั้นพี่ก็สบายใจ พี่เข้านอนก่อน ตอนนี้ลอนดอนตีสองแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปงานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษา ถ้าค่าขนมไม่พอโทรมาขอได้ตลอดนะคะ)

คำพูดยาวเหยียดร่ายออกมาจนพันนาราอดหัวเราะไม่ได้ คำพูดมากมาย ความหมายคือเป็นห่วงเธอเหมือนเดิม

ทั้งที่ฐานะทางบ้านของทั้งคู่ก็ไม่ได้ลำบาก แต่ชยพลยังไปวิ่งประกวดชิงทุนจนได้เรียนต่อต่างประเทศ พี่ชายบอกว่าเป็นความภูมิใจของลูกผู้ชาย น้องสาวอย่างเธอจึงได้แต่ส่งกำลังใจสนับสนุน

“ค่ะ พี่แชมป์กับพี่เกรซรักษาสุขภาพด้วยนะคะ” คนตัวเล็กวางสายพี่ชายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า หิ้วหอบสัมภาระเหมือนพวกบ้าหอบฟางเต็มสองมือ ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณคนขับรถประจำบ้าน “ขอบคุณที่มาส่งน้องพั้นช์นะคะลุงเพิ่ม ต่อไปตื่นสายไม่ได้แล้วสิ เพราะต้องมาเรียนเอง ฮิๆ”

“รักษาตัวด้วยนะครับคุณหนู ถ้าจะกลับบ้านวันหยุดโทรเรียกผมไปรับที่คอนโดได้เสมอ”

“ได้เลยค่ะ น้องพั้นช์จะโทรหาลุงเพิ่มคนแรกเลย”

พันนาราเปิดประตูลงจากรถอย่างทุลักทุเล ยืนมองรถญี่ปุ่นวิ่งจากไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงใจลึกๆ แต่เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตนเอง อย่างไรพันนาราก็ยังมีเพื่อนสนิทอีกสองคนที่คอยช่วยเหลือเสมอ

“ยัยน้องพั้นช์!!”

การประสานเสียงเรียกของเพื่อนสนิทดังมาแต่ไกล ทำให้นักศึกษาสาวที่เพิ่งลงจากรถรีบหันหน้ามองหาต้นเสียง แต่เนื่องจากสายตาสั้นเป็นทุนเดิม อีกทั้งนิสัยเด๋อด๋าพกติดตัวมาตั้งแต่เด็กทำให้พันนาราไม่อาจรู้ได้ว่าต้นเสียงมาจากทิศทางใด

“ทางนี้!!”

บีน่ากับต้นหอมพร้อมใจกันยกโบกมือส่งสัญญาณให้เพื่อนสาวสายตาสั้นของตนเองเห็น แม้พันนาราจะสวมแว่นตาใหม่เอี่ยมที่สั่งตัดใหม่ทุกปี แต่ก็ยังทำตัวเซ่อซ่าจนเพื่อนในกลุ่มเอือมระอาปนเอ็นดู

“บีน่า! ต้นหอม!” คนหันมาเจอเพื่อนรีบยื่นมือออกไปข้างหน้าโบกมือตอบ

พันนาราไม่ชอบการยกมือขึ้นสูงอวดเรียวแขน เนื่องจากมารดามองว่าเป็นการกระทำไม่สุภาพ

คนตัวเล็กที่ปล่อยผมยาวถึงสะโพกตนเองวิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไปหาเพื่อน ยื่นถุงของฝากที่หอบพะรุงพะรังขึ้นเครื่องในตอนไปส่งพี่ชายและว่าที่พี่สะใภ้ที่อเมริกาให้เพื่อนคนละถุงพร้อมกับส่งยิ้มสดใสจนตาหยี

พันนารา เอกอมรสิริ ทายาทบริษัทค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโตและเป็นที่จับตามอง หน้าตาของพันนาราจัดอยู่ในไทป์คุณหนู น่ารัก อ่อนหวาน ต้องการคนประคบประหงม เป็นสาวในอุดมคติทั่วไปของผู้ชาย ต่างจากเพื่อนอีกสองคนที่เป็นสาวฮ็อตแต่งตัวเก่งประจำคณะ

“เหลือแต่เครื่องสำอางนะ ช็อกโกแลตที่รับปากไว้มันอร่อย พั้นช์กินหมดตั้งแต่ขึ้นเครื่องกลับแล้ว”

คนตัวเล็กอธิบายกึ่งแก้ตัวกับเพื่อนจบก็ทำแก้มป่องตามนิสัย ผิวแก้มสีชมพูเลือดฝาดเข้ากับกรอบแว่นสายตาสีโรสโกลด์ดูน่ารักสดใสในเวลาเดียวกัน

“จ้ะ ขอบใจที่องค์หญิงพันนารามีน้ำพระทัยนึกถึงพวกกระหม่อม ให้อะไรพวกฉันก็เอาทั้งนั้นแหละ... ว่าแต่ขอเสด็จพ่อเสด็จแม่ออกมาพำนักนอกคฤหาสน์ได้หรือยัง”

ต้นหอมวางถุงใส่ของฝากบนโต๊ะหลังจากเปิดดูเพียงเล็กน้อย เข้าประเด็นที่แอบยุแยงเพื่อนสาวหัวอ่อนให้ก่อกบฏ กับครอบครัวตามประสาวัยรุ่นตั้งแต่ก่อนปิดเทอม

คนถูกเพื่อนยุยงพยักหน้า อ้อมแอ้มพูดออกมาราวกับว่าการกระทำของตนเองเป็นเรื่องผิดมหันต์

“อื้ม... เพิ่งย้ายเข้าเมื่อวาน แต่คุณพ่ออนุญาตแค่ให้ไปอยู่คอนโดเก่าพี่แชมป์นะ ไม่ได้อยู่คอนโดเดียวกับเธอสองคน”

“สาธุ! แค่นี้ก็บุญหัวแทบอยากบวชให้ วันนี้ฉันจะได้ไปแก้บนกับพระภูมิมหาลัยสักที บอกท่านไว้ว่าถ้ายัยน้องพั้นช์ออกห่างจากอ้อมอกพ่อแม่ได้จะถวายน้ำแดงพร้อมรำไทเก๊กกับยัยบีน่า”

“ฮะ!? แกบนอะไรของแกเนี่ย!” คนที่ไม่รู้เรื่องบนบานสุดประหลาดแหวลั่นใส่เพื่อน

พันนารานึกภาพตามได้แต่ยิ้มแหย สภาพสาวฮ็อตของคณะสองคนยืนรำไทเก๊กหน้าศาลพระภูมิที่มีรถขับผ่านไปมาตลอดทั้งวัน ขอบคุณที่ต้นหอมไม่เอ่ยชื่อเธอรวมเข้าไปด้วย...

“เออน่า... แอบเหลี่ยมใส่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แกล้งรำสามนาทีห้านาทีท่านคงไม่ว่าหรอก ว่าแต่คืนนี้พร้อมออกไปท่องโลกกว้างหรือยังยัยองค์หญิง”

ต้นหอมบอกปัดบีน่าที่กำลังทำหน้าหงิกอย่างไม่จริงจังนัก หันมาเท้าคางคาดหวังการออกเที่ยวกลางคืนครั้งแรกพร้อมหน้าพร้อมตาสามสาว

ใบหน้าของพันนาราแสดงออกชัดเจนถึงความกังวล นักศึกษาสาวไม่เข้าใจเหตุผล ว่าการแอบหนีเที่ยวกลางคืนไปยืนท่ามกลางคนดื่มแอลกอฮอล์มีอะไรดี ต้นหอมที่เห็นเพื่อนออกอาการลังเลจึงลอบใช้มือตีหลังบีน่าให้ช่วยกันพูด อย่างน้อยๆ พันนาราคงเกรงใจบีน่าในฐานะเจ้าของงานวันเกิด

“พั้นช์~!! วันนี้วันเกิดบีน่าจำได้ไหม...”

บีน่าบีบเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน ผมบ๊อบแฟชั่นสไตล์สาวเกาหลีช่วยให้ดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นเป็นกองจนพันนาราใจอ่อน

“กะ ก็ได้ ขอออกห้องหลังสามทุ่มนะ พั้นช์กลัวคุณแม่โทรมาเช็กแล้วจับได้ว่าไม่อยู่ที่ห้อง”

หลังจากสามทุ่มครึ่งมารดาของเธอเข้านอน ดึกกว่านั้นถือว่าปลอดภัยสำหรับพันนาราที่หนีเที่ยวครั้งแรกในชีวิต

“ตกลงค่ะคุณน้องพั้นช์ บีน่ากับต้นหอมรับรองว่าท่านหญิงพันนาราจะชอบร้านที่เราจองเอาไว้”

บีน่าพูดจบก็หันไปประสานมือจับกับต้นหอมหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ ที่สามารถชวนเพื่อนผู้ว่านอนสอนง่ายออกไปเที่ยวกลางคืนเปิดหูเปิดตาสำเร็จ

พันนาราขยับกรอบแว่นตาตนเองขมวดคิ้วทำหน้าหงอ ไม่ได้อยากไปเลยสักนิดแต่เกรงใจ และอยากลองเข้าสังคมอีกรูปแบบกับเพื่อนสนิทบ้างก็เท่านั้น

×××

เสียงอึกทึกจากดนตรีสดภายในผับกึ่งร้านอาหารทำเอาพันนาราอยากเสียมารยาทด้วยการยกมือปิดหู นอกจากคนในร้านที่แออัดแทบกระดิกตัวไม่ได้ ยังจะมีแสงไฟวิบวับชวนเวียนหัวที่ชอบสาดเข้ามากระทบเลนส์แว่นสายตาของเธออีก

พันนาราอยากกลับห้อง ไม่ใช่แค่มันน่าเบื่อสำหรับเธอแต่คนตัวเล็กรู้สึกหนาวจนมือเริ่มเย็น เสื้อคาดิแกนสีแดงที่สวมทับเดรสสายเดี่ยวยาวเหนือระดับเข่าสีขาวก็ไม่ค่อยช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายได้ดีเท่าไรนัก แต่มองดูแล้วเพื่อนสองคนกำลังสนุก ชวนถ่ายรูปไม่หยุดจึงไม่อยากขัดใจ

“อย่าแท็กไอจีนะ กลัวคุณพ่อกับคุณแม่เห็น” เธออ้อมแอ้มย้ำกับเพื่อนเสียงเบา

เสียงที่ปกติพูดเบาอยู่แล้ว เมื่อต้องมาอยู่ในที่มีลำโพงเบสหนักรายล้อม ยิ่งทำให้บีน่ากับต้นหอมต้องคอยเงี่ยหูฟังสิ่งที่คุณหนูบ้านโตกำลังขมุบขมิบริมฝีปากพูด

“รู้แล้วค่า~!!”

ทั้งคู่ประสานเสียงกันขานรับหลังจากช่วยกันฟังอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันมีฟองขึ้นชนกับแก้วม็อกเทลของเธอ ตามด้วยการให้บริกรนำเค้กที่เตรียมเอาไว้ให้มาจุดเทียนเป่าเค้กฉลองวันเกิดกันสามคนในเวลาเที่ยงคืนพอดิบพอดี

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะบีน่า ขอให้สวยสับคว้าเอทั้งสองเทอมเลย” คนแก่เรียนอวยพรเพื่อนอวดรอยยิ้มหวาน

ต้นหอมที่ได้ยินถึงกับส่ายหน้าเอือมยัยคุณหนูที่วันๆ พ่อแม่กดดันให้อ่านหนังสือวันละสามชั่วโมง

“อวยพรได้อ่อมมาก ไม่เริ่ด”

นิ้วเรียวจิ้มไหล่มนลงโทษเพื่อน พันนาราเบ้หน้าใส่ต้นหอมอย่างแง่งอน เมื่อบังเอิญถูกเล็บคมสีแดงของสาวฮ็อตจิกเข้าที่ไหล่โดยไม่ตั้งใจ

“พั้นช์เจ็บนะ แล้วต้องอวยพรแบบไหน -^-”

“ฟังเจ๊! อวยพรน่ะบีน่าไม่อยากได้หรอก ตอนนี้นางอยากอวยคม ขอให้ได้ให้โดนสักทียี่สิบแล้วเพื่อนฉัน ขอหล่อๆ บิ๊กๆ ห้าสิบหก ห้าสิบแปด หกสิบ จุกๆ ฟินๆ เพี้ยง!” ต้นหอมประนมมือเป่าทำทีเป่าคาถาอวยพรเพื่อน

“เริ่ด! ขอให้เสร็จสมในสามวันเจ็ดวัน”

บีน่าที่ได้ยินก็หัวเราะคิกคักชอบใจจนผมบ๊อบสะบัด ส่วนคนที่เพิ่งจะเคยได้ยินเพื่อนตนเองพูดคำหยาบโลนเพราะออกมานอกมหาวิทยาลัยก็ได้แต่นั่งทำหน้าแหยจนเพื่อนนึกหมั่นไส้

“คุณหนูลองแล้วจะติดใจ กระผมรับประกัน”

พันนาราส่ายหน้า ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเนื่องจากต้นหอมชอบล้อเลียนเธอด้วยการพูดจาภาษาโบราณใส่ ทำราวกับเธอเป็นราชนิกุลสูงส่งที่ใช้ชีวิตร่วมกับสามัญชน

“จะสั่งอะไรอีกไหม ยัยน้องพั้นช์! เธอดื่มแต่ค็อกเทลมาสี่แก้วแล้วนะ เดี๋ยวก็ฉี่รดที่นอนหรอก”

“ก็อาหารที่นี่เผ็ดมาก”

แต่ละอย่างที่บีน่ากับต้นหอมสั่งมีแต่ของรสชาติเผ็ดเปรี้ยวเข้ากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแซลมอนแซ่บพริกเขียวลอยเต็มจาน กุ้งแช่น้ำปลา ยำหอยนางรมสด ขนาดปีกไก่ทอดยังสั่งแบบคลุกผงปาปริก้า!

“คุณหนูพั้นช์อย่าบอกนะว่าไม่กินของดิบ”

“อือ...”

“แล้วก็ไม่บอก ข้าวผัดทะเลไหม ฉันสั่งให้”

บีน่าบ่นกระปอดกระแปดจบก็ยกเรียวแขนขาวอวดรักแร้ตนเองขึ้นสั่งอาหาร แต่เพราะไม่ทันระวังจึงฟาดไปโดนกลุ่มผู้หญิงที่เดินผ่านด้านหลังโต๊ะ

“ว้าย!! ขอโทษค่ะ”

บีน่ารีบกล่าวขอโทษและก้มดูเล็บยาวของตนเองที่ชนกับอีกฝ่ายจนหัก ผู้หญิงที่ถูกชนยกมือกุมต้นแขนตนเองแสดงออกว่าเจ็บปวด ก่อนจะวีนออกมาชุดใหญ่กลางโต๊ะ

“ประสาท! ยกมือไม่ดูคนอื่น แขนฉันแสบไปหมด”

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่คิดว่าจะมีคนเดินผ่านด้านหลัง”

คำพูดนั้นของบีน่ายิ่งกว่าการราดน้ำมันบนกองไฟ ผู้หญิงคนนั้นคว้ามือเพื่อนตนเองกลับไปที่โต๊ะ ก่อนจะฟ้องผู้ชายที่พันนาราคาดว่าเป็นแฟนหรือสามี พร้อมทำท่าทางประกอบเหมือนกับว่าตนเองเจ็บแขนนักหนา

“บะ บีน่า ผู้ชายโต๊ะนั้นลุกมาหาเราแล้ว” คนตัวเล็กละล่ำละลักบอกเพื่อน

เรื่องนี้ไม่ต้องเรียนจากวิชาไหนก็รู้ว่าต้องรีบเผ่น สามสาวสะพายกระเป๋าได้ก็รีบวางธนบัตรแบงก์สีเทาหลายใบลงบนโต๊ะ ดันหลังกันลุกหนีออกจากร้าน

แต่ไม่รอด...

“นั่นไง อีสามตัวนั่นแหละ!!”

เสียงแหลมเล็กตะโกนมาจากทางด้านหลัง จากนั้นต้นหอมก็ตะโกนบอกเพื่อนอีกสองคนทันที

“วิ่ง!!”

「 ✦ –ʕ⁠·⁠ᴥ⁠·⁠ʔ–✦ 」

บทก่อนหน้า
บทถัดไป