บทที่ 5 KARMA 4 | อัศวินขี่บิ๊กไบค์ขาว
ตึกๆ !! ตึกๆ !!
เสียงฝีเท้าของทั้งสามสาววิ่งผ่านซอยเล็กมุ่งหน้าไปยังถนนเส้นหลัก เนื่องจากต้นหอมกับบีน่าตั้งใจมาเมาจึงไม่มีใครขับรถมา ส่วนพันนาราก็ขับรถไม่เป็น แม้จะมีความคิดว่าอยากขับรถญี่ปุ่นคันเล็กๆ ไปเรียน แต่ก็ยังอยู่ระหว่างศึกษากฎหมายเตรียมเรียนขับรถ
พันนาราวิ่งกระหืดกระหอบรั้งท้ายเพื่อนอีกสองคน รองเท้าส้นสูงสองนิ้วที่เธอสวมมาทำให้ยากต่อการวิ่งพอสมควร ทว่าเทียบไม่ได้กับเพื่อนสาวอีกสองคนที่จิกส้นสูงสี่นิ้วแต่ยังสามารถวิ่งฉับๆ ได้ราวกับนักกีฬาโอลิมปิก
พันนาราเกลียดวิชาพลศึกษา ไม่ชอบออกกำลังกาย และเกลียดอากาศร้อน... ครบสูตรลูกคุณหนูไทป์ไข่ในหิน
“บะ บีน่า พั้นช์... นะ... เหนื่อย แฮก!” คนตัวเล็กตะโกนเรียกเพื่อนพร้อมกับพยายามสูดอากาศเข้าปอด
ตอนนี้เธอหายใจจนแสบจมูก ลามขึ้นไปถึงก้านสมอง
“อดทน!!”
“พะ พั้นช์เจ็บเท้า...”
“เฮ้ย!! หยุดนะเว้ย จับได้กูจะจับหวดไม่สนเพศแม่เลย”
เสียงห้าวตะโกนข่มขู่ตามหลัง นั่นทำให้เหล่าหญิงสาวหยุดตะโกนคุยกัน หันขวับกลับไปมองอย่างพร้อมเพรียง
จังหวะซิตคอมอะไรเบอร์นี้!
จะหัวเราะไม่ออกก็ตรงที่ผู้ชายห้าคนมีอาวุธครบมือ ทั้งท่อนเหล็ก ท่อพีวีซี ไม่เว้นแม้แต่ไม้หน้าสาม ภาพที่เห็นสร้างความตื่นตะหนกให้คนตัวเล็กอย่างมาก
พวกนั้นเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า พวกน้องพั้นช์ไม่ใช่แก๊งโฟร์คิงส์ แถมแค่เอาเล็บไปจิ้ม ไม่ได้เอามีดแทงเสียหน่อย ทำไมคนสมัยนี้ใจร้อนจัง!!
พันนารากอดกระเป๋าตนเองแน่นจับแว่นให้แนบหน้า ก่อนจะออกตัววิ่งไม่คิดชีวิตผ่านเพื่อนอีกสองคนนำไปก่อน กระทั่งเห็นสามแยกข้างหน้าที่ต้องเลือกระหว่างซ้ายกับขวา นักศึกษาสาวเลี้ยวซ้ายตามสัญชาตญาณ
พันนาราถือคติขวาร้าย ซ้ายดี!
“โหยยย~!! ยัยน้องพั้นช์วิ่งแซงหน้าไปแล้ว”
“เฮ้ย! ยัยน้องพั้นช์ ทางซ้ายมันซอยตัน”
คนวิ่งผิดทางเบรกเอี๊ยด หันกลับไปเห็นเพื่อนอีกสองคนยืนลังเลว่าจะตามเธอมาหรือหนีไปทางที่ถูกต้อง สุดท้ายต้นหอมจึงเลือกฉุดแขนบีน่าให้วิ่งไปทางขวา ทิ้งเพื่อนตัวเล็กที่เพิ่งออกจากโลกตนเองหน้าตาเฉย
ทำไงดี จะวิ่งกลับก็คงไม่ทัน
ซ้ำสองในห้าคนที่วิ่งตามพวกเธอมา ยังแยกตัวมาวิ่งไล่หวดเธออีกด้วย พันนาราคิดไม่ออกจึงตัดสินใจวิ่งต่อ ระหว่างนั้นก็ตะโกนขอความช่วยเหลือออกไปเต็มเสียง
“ชะ ช่วยด้วย!! ช่วยหนูด้วยค่ะ!! ใครก็ได้... ชะ ช่วยด้วย!!”
ทั้งตะโกน ทั้งวิ่ง
คนแรงน้อยเสียงเบาเป็นทุนเดิมแทบหมดแรงสะดุดล้มอยู่หลายรอบ
พันนารามองซ้ายมองขวาหาบ้านคนที่ยังเปิดไฟหลังเที่ยงคืน แต่บริเวณนี้กลับมีเพียงตึกพาณิชย์ดึงประตูเหล็กปิดสนิทไร้ผู้คน ไกลออกไปก็เป็นตึกสูงปิดไฟทั้งตึก คุณหนูบ้านรวยออกแรงวิ่งกระทั่งสุดปลายทางอย่างที่เพื่อนบอก พร้อมกับผู้ชายสองคนถือไม้หน้าสามกับท่อพลาสติกวิ่งมาถึงตัว
“จับได้แล้ว...” มือใหญ่ปรี่เข้ามาคว้าท้ายทอยของเธอหมับ ก่อนจะผลักล้มลงไปนั่งกองกับพื้น
อึก...
คนถูกจับได้สะอึก นั่งหอบไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย จะพูดให้ถูกคือพันนารากลัวจนเป็นใบ้ไปชั่วขณะ แถมตอนนี้เธอเองก็หมดเรี่ยวแรงเรียบร้อย
“ผู้หญิงตัวนิดเดียว จะกระทืบก็ยังไงอยู่”
ผู้ชายตัวสูงใหญ่กว่าอีกคน แถมยังไว้หนวดไว้เคราหน้าตาน่ากลัวมองมาที่พันนาราอย่างกะลิ้มกะเหลี่ย
“แทนที่จะเอามีดแทง กูว่าเอาอย่างอื่นแทงนังนี่ดีกว่า”
“จริงด้วยพี่ แต่ผมกลัวเมียรู้” อีกคนที่จำได้ว่าน่าจะเป็นแฟนผู้หญิงที่มีเรื่องกันพูดขึ้นมา
แต่จะมีดหรือไม้เสียบลูกชิ้น พันนาราก็ไม่อยากถูกแทง!
“ลากเข้าข้างทางไปสิ กูไม่พูด มึงไม่พูด”
“แล้วอีเด็กนี่ล่ะ” มันกลัวว่าเธอจะไปแจ้งตำรวจภายหลัง
คนถูกพาดพิงหัวใจสั่นรัว กลัวมากแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากการยกกระเป๋ากอดอก ปกป้องร่างกายตนเองเอาไว้
“ถ่ายคลิปมันไว้ ไม่กล้าพูดหรอก”
“กรี๊ดดด~!!”
พันนารากรีดร้องสุดเสียง เมื่อข้อมือเล็กถูกกระชากลากเข้าข้างทางอย่างที่พวกมันพูดเอาไว้ ไม่สนใจว่าผิวบอบบางจะถลอกทิ้งรอยแดงขนาดไหน ทันทีที่ร่างของเธอถูกลากเข้าพงหญ้าสูงติดคลองระบายน้ำ แฟนของผู้หญิงคนนั้นที่นั่งเหนือศีรษะพันนาราก็จัดการตรึงต้นแขนเล็กเอาไว้ด้วยมือเดียว ตามด้วยการใช้มืออีกข้างอุดริมฝีปากจิ้มลิ้มแน่น
“อื้อ!!”
เสียงอู้อี้ร้องประท้วงเมื่อถูกมือสากของชายไว้หนวดเคราลูบคลำต้นขาอย่างกักขฬะ ก่อนความหวาดกลัวจะปะทุถึงขีดสุด เมื่อมือนั้นเลื่อนขึ้นมาจับขอบแพนตี้ของพันนารารูดออกทางปลายเท้าเขวี้ยงทิ้งไปไกล น้ำตาอุ่นไหลพราก ส่ายหน้าร้องห้ามวิงวอนขอความเมตตาจากอีกฝ่าย ภาพใบหน้าพ่อแม่และพี่ชายแวบเข้ามาในหัว
กลางคืนไม่ใช่ที่สำหรับเธอ ครั้งแรกที่ออกนอกบ้านยามวิกาลก็ถึงขั้นเข็ดขยาด
‘ปิ๊นนนน~!!!’
“เหี้ย!!”
คนที่กำลังทำความชั่วสองคนอุทานขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงบีบแตรบิ๊กไบค์ลากยาวมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงตัดท่อรถ ‘ฮึ่มๆ’ ดังกระหึ่มชวนหนวกหู
แถมยังเป็นบิ๊กไบค์แต่งเปิดไฟสูงแยงตา แม้แต่พันนาราที่กำลังถูกกดลงกับพื้นหญ้า ยังถูกแสงจากด้านหน้ารถแทงเข้าที่ดวงตาจนแสบ
บิ๊กไบค์สีขาวพุ่งมาแรงมาก ชายโฉดสองคนรีบปล่อยตัวพันนาราลุกขึ้นหลบวิถีรถ ถึงอย่างนั้นผู้ชายที่มีเมียแล้วก็หนีไม่พ้นถูกชนจนตัวกระเด็นตกคลองระบายน้ำ อีกคนวิ่งไปเกาะราวเหล็กกั้นดูเพื่อน เผยช่องว่างให้เจ้าของรถบิ๊กไบค์ที่เพิ่งลงจากรถ ถอดหมวกกันน็อกออกมาฟาดเข้าที่ท้ายทอยจนล้มนอนคว่ำ ตามด้วยการเตะเสยปลายคางจนคนตัวเท่ายักษ์สลบเหมือดคาที่
ตายหรือเปล่า...
“ลุก!!”
เขาหันมาออกคำสั่งกับเธอที่ยังนั่งตัวสั่นด้วยน้ำเสียงดุ แต่พันนาราอ่อนแอเกินกว่าจะลุกได้ด้วยตัวเอง แขนขาเจ็บและอ่อนแรงไปหมด อีกทั้งยังไม่อาจควบคุมอาการตัวสั่นเทาของตนเองได้จึงเอาแต่นั่งส่ายหน้า
“นะ หนูลุกไม่ไหวค่ะ ฮึก...ว้าย!!”
ทันทีที่บอกว่าไม่ไหว เจ้าของรถบิ๊กไบค์ก็คว้าหมับเข้าที่เอว หิ้วเธอเหมือนตุ๊กตาขึ้นไปนั่งคร่อมตัวรถแล้วยัดหมวกกันน็อกที่เพิ่งฟาดคนจนสลบเข้าที่ศีรษะของเธอ ตามด้วยการรีบก้าวขาขึ้นคร่อมรถ เอาร่างกำยำของตนเองประกบหลังเธออีกทอด รีบขับออกไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
เฮือก!
ความเย็นจะถังเหล็กนาบโดนส่วนสงวนทำให้นักศึกษาสาวนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ พอเงยหน้าจะบอกอีกฝ่ายก็ได้ยินเสียง ‘โป๊ก!’ จนรถส่ายบนถนนน่าหวาดเสียว
“เจ็บนะโว้ย!!”
คนถูกดุสะดุ้งโหยง ลืมเสียสนิทว่ากำลังสวมหมวกกันน็อก เมื่อกี้คงเผลอเงยหน้าจนโขกเข้ากับปลายคางของเขาเต็มแรง
“ขอโทษค่ะ”
เสียงเบาหวิวเอ่ยออกมา ก่อนจะรู้สึกตัวเป็นครั้งที่สามว่ามีหมวกกันน็อกแบบเต็มใบกั้นเสียงตนเองเอาไว้ อีกฝ่ายคงไม่ได้ยิน
แถมเธอเองก็ยังเปิดไม่เป็น...
บิ๊กไบค์คันโตวิ่งผ่านสี่แยกถึงสองครั้ง ก่อนจะจอดที่ปั๊มน้ำมันหลังจากมั่นใจว่าไม่มีใครตามมา
เขาดับเครื่องจอดหน้ามินิมาร์ต จากนั้นก็ก้าวขาลงจากรถนั่งริมฟุตบาทด้วยความโล่งใจ
พันนารารู้สึกละล้าละหลัง ใช้เวลาพอสมควรกับการพยายามจับหมวกใบโตที่ครอบศีรษะตนเองออกมาวางบนตัก รีบยกมือประนมไหว้คนที่ช่วยชีวิต
“ขะ ขอบคุณที่ช่วยหนูค่ะ” คนเพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายน้ำตาคลอและเริ่มฟูมฟายตามนิสัย “นึกว่าจะไม่มีใครได้ยิน ฮึก...”
“ใครจะไม่ได้ยิน กรี๊ดดังไปถึงมินิมาร์ตอีกซอย”
เขาที่เหงื่อโชกไปทั้งตัวตอบกลับมา มองมายังเธอเพียงเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าคล้ายกับเอือมระอา
“ดูแลตัวเองไม่ได้ก็ไม่ควรออกมาเที่ยวกลางคืนรู้ไหม บ้านอยู่ไหน จะไปส่งคืนพ่อแม่”
“มะ ไม่ไปค่ะ! หนู...หนูอยู่คอนโด จะกลับคอนโดค่ะ”
“หึ... เด็กหนีเที่ยว? สิบแปดหรือยัง”
“ยะ ยี่สิบค่ะ” คนถูกหาว่ายังไม่พ้นผู้เยาว์รีบแก้ตัว ก้มหน้างุดๆ เปิดกระเป๋าหาโทรศัพท์มือถือกดเข้าแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่
“ทำอะไรน่ะ”
“...เรียกแท็กซี่ค่ะ”
“ตีหนึ่ง? ไม่อยากมีผัวเป็นนักเลง แต่อยากมีผัวเป็นคนขับแท็กซี่?”
「 ✦ –ʕ·ᴥ·ʔ–✦ 」
